ไม่อยากปอดพัง หยุดพฤติกรรมเหล่านี้

Image

ចែករំលែក


อย่าปล่อยให้พฤติกรรมที่ทำด้วยความเคยชิน เป็นตัวการทำลาย “ปอด” ของคุณโดยไม่รู้ตัว เพราะคนเรามีชีวิตอยู่ได้ด้วยการหายใจและหัวใจที่ยังคงเต้นอยู่ อย่าตระหนักถึงความสำคัญของปอดเมื่อสายเกิน เช็คให้ชัวร์กับพฤติกรรมทำร้ายปอดที่คุณต้องรู้ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

 

1.สูบบุหรี่

ในแต่ละปีมีคนไทยต้องจบชีวิตลงเพราะการสูบบุหรี่มากกว่า 50,000 คน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ ยังคงมีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่าวันละ 500 คนเลยทีเดียว แม้การสูบบุหรี่ไม่ได้ทำให้เกิดโรคปอดในทันที แต่มันก็เป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังที่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน ทั้งโรคในระบบทางเดินหายใจ อย่างมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคทางสมอง โรคเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อ โรคระบบทางเดินอาหาร และมะเร็งอีกสารพัดชนิด ยิ่งสูบบุหรี่นานเท่าไร คุณก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่บั่นทอนชีวิตของคุณให้สั้นลง รู้อย่างนี้แล้ว เลิกบุหรี่กันเถอะนะ… ถือว่าปอดขอร้อง

 

2.ดมควันบุหรี่

รู้หรือไม่? ว่าควันบุหรี่นั้นเต็มไปด้วยนิโคติน กับสารเคมีกว่า 7,000 ชนิด สารพิษไม่น้อยกว่า 250 ชนิด และสารก่อมะเร็ง มากกว่า 70 ชนิด โดยพวกมันจะปะปนอยู่ในอากาศได้นานถึง 5 ชั่วโมงโดยไม่มีกลิ่นให้รับรู้เลย คนที่ได้รับควันบุหรี่หรือสิ่งตกค้างจากควันบุหรี่เป็นประจำจึงมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด โดยพบว่าร้อยละ 30 ของคนที่เป็นมะเร็งปอด ไม่ได้เป็นคนที่สูบบุหรี่ แต่ได้รับควันบุหรี่มือสองจากคนอื่นนั่นเอง

สารพิษและสารเคมีจากควันบุหรี่ ยังสามารถทิ้งร่องรอยติดอยู่บนเส้นผม เสื้อผ้า พรม เครื่องปรับอากาศ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ได้นานกว่า 6 เดือน แม้ควันเหล่านั้นจะจางหายไปในอากาศแล้วก็ตาม ฉะนั้นทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนสูบบุหรี่ และขอความร่วมมือสมาชิกในครอบครัวไม่ให้สูบบุหรี่ในบริเวณบ้าน รวมทั้งให้ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสสิ่งของ

 

3.ดมควันธูป

เมื่อธูปถูกเผาไหม้ก็จะเกิดเป็นฝุ่นละอองและมีสารพิษระเหยออกมา ซึ่งสารพิษเหล่านั้นก็อันตรายไม่น้อยกว่าควันบุหรี่หลายครั้งที่เราสูดดมควันธูปจึงรู้สึกระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ เกิดการจาม ไอ ระคายคอ หายใจลำบาก ปวดศีรษะ หรือแม้แต่แสบตา น้ำตาไหล ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีควันธูป และไม่จุดธูปในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เพื่อความปลอดภัยของระบบทางเดินหายใจและปอด

 

4.ออกกำลังกายในที่ที่มีมลภาวะทางอากาศสูง

การออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะเมื่อหัวใจของเราเต้นเร็วขึ้น มีอัตราการสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้น ปอดก็จะต้องยิ่งทำงานมากขึ้นเพื่อเติมออกซิเจนให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ทำให้ปอดของเราแข็งแรงตามไปด้วย แต่การออกกำลังกายในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือออกกำลังกายในที่ที่เต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศ เช่น ริมถนนใหญ่ กลับจะยิ่งทำให้ปอดของคุณได้รับสารพิษเข้าไปแบบเท่าทวีคูณ ไหนๆ จะออกกำลังกายทั้งที เลือกสวนสาธารณะที่มีอากาศดีๆ กันดีกว่า หรือลองหันมาออกกำลังกายที่บ้านไปพร้อมๆ กับเพลงที่คุณชื่นชอบ ก็สนุกไปอีกแบบนะ

 

5.ไม่ทำความสะอาดบ้าน

บ้านที่รก และเต็มไปด้วยฝุ่น ไม่เพียงแต่ทำให้ทัศนียภาพไม่น่ามอง แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจของคุณ ห้องรับแขกกับโซฟาและพรมผืนใหญ่ที่เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียชั้นดี ห้องนอนที่เต็มด้วยตุ๊กตาชุมชนไรฝุ่นอันแสนอบอุ่น ยังไม่นับรวมห้องครัวและห้องน้ำที่เต็มไปด้วยสารพัดคราบ สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่มและพรมเช็ดเท้าเป็นประจำ หมั่นเช็ดถูทำความสะอาดพี้น กำจัดเศษอาหารทุกวัน เพื่อไม่ให้เป็นอาหารของสัตว์พาหะนำโรค และอย่าลืมสวมถุงมือ หน้ากากปิดจมูกทุกครั้ง เพื่อป้องกันตัวเองจากสารก่อภูมิแพ้และโรคผิวหนัง

 

6.ไม่ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ

เพราะในเครื่องปรับอากาศเต็มไปด้วยความชื้น ทำให้เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา เจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี แล้วเจ้าเชื้อเหล่านี้ก็เป็นตัวกระตุ้นทำให้ปอดของเราอักเสบได้ ทุกครั้งที่เปิดใช้งานจึงควรสังเกตว่าอากาศที่ออกมาจากเครื่องปรับอากาศมีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นอับหรือไม่ หากมีกลิ่นควรถอดแผ่นกรองอากาศมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค แต่หากล้างแล้วกลิ่นยังไม่หาย ก็ควรเรียกช่างมาทำความสะอาดเต็มระบบ และถึงแม้เครื่องปรับอากาศจะไม่มีกลิ่นอับหรือไม่มีความผิดปกติ ก็ควรให้ช่างมาล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง ไม่เพียงช่วยลดเชื้อโรค แต่ยังช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

 

7.ดื่มน้ำไม่เพียงพอ

โดยทั่วไปคนสามารถอดอาหารได้หลายสัปดาห์ แต่หากอดน้ำจะเสียชีวิตภายใน 2–3 วัน เพราะร่างกายของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70% การดื่มน้ำที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายหรือการขาดน้ำ จะส่งผลให้ระบบการทำงานของร่ายกายผิดปกติ เซลล์ทุกชนิดในร่างกายจะไม่สามารถทำงานได้ถ้าขาดน้ำ น้ำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่เดี๋ยว! น้ำที่พูดถึงนี้ คือน้ำสะอาดไม่มีส่วนผสมหรือมิกเซอร์อื่นๆ เจือปนนะ โดยการดื่มน้ำที่ดีที่สุดคือการดื่มน้ำทีละนิด แต่จิบบ่อยๆ ไปตลอดทั้งวัน เพราะการดื่มน้ำครั้งละมากๆ ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมได้ทัน และขับออกมาเป็นปัสสาวะแทน ทำให้อาจยังคงรู้สึกหิวน้ำแม้ดื่มน้ำเป็นปริมาณมากแล้วก็ตาม

 

8.ใช้สารเคมีโดยไม่มีการป้องกัน

ในชีวิตประจำวันของเรารายล้อมไปด้วยสารเคมีนานาชนิด อย่างเจ้ายาฆ่าแมลง ก็มีส่วนประกอบของสารที่อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ถ้ามีการสูดดมบ่อยครั้งหรือสูดดมในปริมาณมากๆ จนเกิดการสะสมก็อาจทำให้ปอดได้รับความเสียหายจนก่อให้เกิดมะเร็งได้ น้ำยาทำความสะอาดก็เช่นเดียวกัน หลายชนิดมีกลิ่นที่ค่อนข้างรุนแรง การสูดดมหรือสัมผัสสิ่งเหล่านั้นในชนิดที่มีความเข้มข้นสูง ก็อาจทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ ตา และผิวหนังได้ สีที่ใช้ตกแต่งบ้านก็อันตรายไม่แพ้กัน เพราะการที่จะรักษาคุณภาพของสีให้คงทนอยู่ได้นั้น ต้องการผสมสารเคมีหลากหลาย หากจำเป็นต้องใช้สารเคมีเหล่าควรใช้ผ้าปิดจมูกให้มิดชิด และสวมถุงมือป้องกันเพื่อความปลอดภัย

 

9.ไม่ตรวจสุขภาพปอด

ปอดเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย ถ้าปอดทำงานผิดปกติ การทำงานโดยรวมของร่างกายก็จะผิดปกติไปด้วย หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่รีบรักษา อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ อย่าละเลยการตรวจสุขภาพปอด จนกระทั่งปอดแสดงอาการผิดปกติ เพราะอาการที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นสัญญาณร้ายที่บ่งบอกว่าปอดของคุณกำลังเสียหายอย่างไม่อาจฟื้นฟู และคงไม่ใช่เรื่องดี ถ้าคุณต้องทนทรมานจากการหายใจเหนื่อยหอบ หายใจได้ไม่เต็มปอดไปตลอดชีวิต หันมาใส่ใจตรวจประเมินประสิทธิภาพของปอดและทางเดินหายใจกันสักนิด เพื่อให้ร่างกายเราแข็งแรงจากภายในและห่างไกลโรค

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท 3
โทร 02-467-1111 ต่อ 4430,4388

 

ចែករំលែក


Loading...