ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

Stay safe : อยู่อย่างไร ให้ห่างไกลไวรัส


Stay safe :  อยู่อย่างไร ให้ห่างไกลไวรัส


ระบบภูมิคุ้มกัน คือ ระบบที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันอันตรายทั้งที่เกิดจากเชื้อโรค มลภาวะ หรือแม้แต่สารก่อมะเร็ง เพื่อให้เรามีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติได้ ระบบนี้จะทำงานร่วมกับระบบน้ำเหลือง โดยระบบน้ำเหลืองจะสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ขึ้นมา ทำหน้าที่ต่อสู้และทำลายสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่เข้ามาในร่างกาย


ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแบ่งเป็น 2 แบบ คือ


  1. ระบบภูมิคุ้มกันที่มีมาตั้งแต่เกิด (Innate Immunity) มีความไวต่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาทำร้ายร่างกาย โดยมีความสามารถทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างรวดเร็ว แบบไม่จำเป็นจะต้องเจอ หรือจดจำลักษณะเฉพาะของสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ มาก่อน ดังนั้น จึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันด่านแรกของร่างกาย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมใหม่ๆ เช่น เชื้อไวรัสที่ร่างกายไม่เคยรู้จักมาก่อน ระบบภูมิคุ้มกันชนิดนี้จะมีบทบาทหลักในการปกป้องร่างกาย
  2. ระบบภูมิคุ้มกันแบบเจาะจง (Adaptive Immunity) เป็นระบบที่จะต้องมีการสัมผัสเชื้อครั้งแรกก่อน แล้วจดจำ และสร้างภูมิ หลังจากนั้น เมื่อมีเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมนี้เข้ามาอีก จึงจะสามารถทำลายหรือปกป้องร่างกายจากเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมนั้นได้ ซึ่งภูมิคุ้มกันชนิดนี้ จะปกป้องเราได้ก็ต่อเมื่อเคยติดเชื้อจนเกิดภูมิคุ้มกันขึ้นแล้ว จึงจะป้องกันการติดเชื้อครั้งต่อไป

ระบบภูมิคุ้มกันมีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ร่างกายใช้ในการต่อต้านเชื้อโรคต่างๆ ทั้งแบคทีเรียและไวรัส ที่จะเข้าสู่ร่างกาย รวมทั้งใช้ในการกำจัดเซลล์มะเร็ง หรือเซลล์กลายพันธุ์ ทั้งนี้พบว่าเซลล์กลายพันธุ์สามารถเกิดขึ้นในร่างกายได้ตลอดเวลา และส่วนหนึ่งที่เรายังไม่เป็นมะเร็งนั้นก็เพราะเรามีระบบเม็ดเลือดขาวที่ดีช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้น จนไม่สามารถรวมตัวกันก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ หากระบบภูมิต้านทานของเราทำงานได้น้อยลง เซลล์กลายพันธุ์จะสามารถรวมตัวกันแล้วเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนเกิดมะเร็งได้ในที่สุด


ควรทำอย่างไรให้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง


เราควรปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ดังนี้

  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้งห้าหมู่ รับวิตามินธรรมชาติหลากหลายชนิดจากผัก ผลไม้หลากสี
  2. ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 ลิตร ดื่มครั้งละไม่มากเกินไป ดื่มเรื่อยๆ ทั้งวัน
  3. รับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เช่น จำพวกเห็ด ผักจำพวก บร็อคโคลี กะหล่ำปลี อโวคาโด มะเขือม่วง หัวไชเท้า แครอท ผลไม้ เช่น ส้ม เสาวรส ทับทิม สตรอว์เบอร์รี เชอรี่ แคนตาลูป เป็นต้น
  4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที และอย่าลืมเหยียดยืดกล้ามเนื้อ เพื่อคลายความเครียดและการตึงตัวของกล้ามเนื้อ เพราะเมื่อเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็ส่งผลให้ภูมิต้านทานไม่แข็งแรงได้เช่นกัน
  5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชม.ต่อคืน เข้านอนช่วง 4-5 ทุ่ม เพื่อเพิ่ม Growth hormone ก็ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้
  6. วางแผนการออกกำลังกาย และ จัดสูตรอาหารตามรูปแบบการใช้ชีวิตในแบบที่ท่านชอบ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน (Nutrition & meals for immunity)
  7. จัดสูตรวิตามินเพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน (Immune Booster Vitamins)

เรามารู้จัก 10 สารสำคัญช่วยเสริมภูมิคุ้มกันกันค่ะ


  1. Beta-glucan
    • เป็นสารในกลุ่ม Polysaccharide ที่ออกฤทธิ์หลักในการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งมีหลายการศึกษาทางการแพทย์รองรับว่า Beta 1,3/1,6 glucan เป็นตัวหลักในการเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    • มีบทบาทหลักในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและเม็ดเลือดขาวให้คอยตรวจจับและกำจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น สารก่อมะเร็ง เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส
    • ช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดกระบวนการอักเสบ และช่วยชะลอวัย
    • Beta -glucan มีหลายชนิด ชนิดที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มภูมิคุ้มกันคือ Beta 1,3/1,6 glucan ซึ่งพบได้มากในเห็ด

  2. Cordycep Sinensis Extract ( สารสกัดจากถั่งเช่า )
    • จัดเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยการกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกัน
    • ช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้ดีขึ้น และยังให้สารสำคัญที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และช่วยลดอาการอ่อนเพลีย
    • จากหลายการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ถั่งเช่าสายพันธุ์ Cordycep Sinensis มีคุณสมบัติดีที่สุดในการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย

  3. Ginseng Extract (สารสกัดจากโสม)
    • ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้มีประสิทธิภาพในการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายได้ดีขึ้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
    • ปรับสมดุลของร่างกาย และระบบต่อมไร้ท่อให้ทำงานสมบูรณ์
    • ลดกระบวนการอักเสบและช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากการอักเสบได้ดี
    • ลดอาการอ่อนเพลีย

  4. Reishi Extract (สารสกัดจากเห็ดหลินจือ)
    • บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
    • ช่วยเสริมสร้างความจำ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในการป้องกันการติดเชื้อ
    • ช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับไขมัน และน้ำตาลในเลือดได้ดี

  5. Echinacea (เอ็กไคนาเซีย)
    • จัดเป็นสมุนไพรที่ใช้ดูแลระบบทางเดินหายใจมานาน
    • ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม และป้องกันการติดเชื้อ

  6. Zinc (สังกะสี)
    • พบมากในข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน เนื้อสัตว์ ตับ มันฝรั่ง นม หอยนางรม แอปเปิ้ล เป็นต้น
    • ทำงานร่วมกับหลายเอนไซม์ในระบบต่างๆ ของร่างกาย
    • ลดการอักเสบของเนื้อเยื่อผิวหนัง บำรุงสุขภาพเล็บและเส้นผม
    • เสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง บรรเทาอาการหวัดให้หายเร็วขึ้น

  7. Vitamin C และ D-Alpha Tocopheryl Acid
    • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อไวรัส & แบคทีเรีย
    • วิตามิน C ช่วยลดความรุนแรงของอาการหวัด ระบบทางเดินหายใจให้หายเร็วขึ้น และไม่รุนแรง
    • ลดกระบวนการอักเสบของร่างกาย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยให้ผิวกระชับ ชุ่มชื้น

  8. Vitamin D3
    • ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง
    • กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวซึ่งดูแลระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ป้องกันการติดเชื้อ

  9. Inositol
    • เป็นสารสำคัญในกลุ่มวิตามิน B จึงมีบทบบาทสำคัญในระบบเผาผลาญ และยังช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน เป็นการดูแลในเชิงรุก คืออย่ารอให้เกิดโรค เราต้องดูแลร่างกายให้มีเกราะป้องกันโรคที่แข็งแรง ในยามที่มีโรคระบาดนี้ การป้องกันที่ดีที่สุด คือหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อ และทำให้ภูมิร่างกายของเราแข็งแรงให้มากที่สุด เพื่อตรวจจับและป้องกันไม่ให้รับเชื้อจนก่อให้เกิดโรคได้ ถึงเวลาแล้วค่ะที่จะต้องจริงจังกับการดูแลระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย






พญ.ธิศรา วีรสมัย
หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย Smart Life Center
โรงพยาบาลพญาไท 1
โทร.022014600 ต่อ 2740-2741
นัดหมายแพทย์


Rate this article : Stay safe : อยู่อย่างไร ให้ห่างไกลไวรัส

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง