ไส้เลื่อนคืออะไร
ไส้เลื่อน คือ ลักษณะของก้อนที่นูนออกมาจากผนังช่องท้อง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณขาหนีบ มักจะเลื่อนออกหรือรู้สึกได้ชัดเจนในขณะที่ยืน เดิน วิ่ง ยกของหนัก ไอ จาม ออกกำลังกาย ในผู้ชายก้อนที่นูนหรือไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบอาจเป็นมากจนคล้อยต่ำลงมายังถุงอัณฑะได้
ปกติแล้วก้อนที่ออกมามักจะยุบกลับเข้าช่องท้องได้เองเมื่อผู้ป่วยนอนลงใช้มือบีบหรือดันบริเวณก้อนเบาๆ แต่บางรายก้อนอาจไม่ยุบกลับ ซึ่งอาจจะเป็นภาวะฉุกเฉิน (Incarcerated or Strangulated) ที่ผู้ป่วยต้องรีบมาพบแพทย์ให้เร็วที่สุด
ไส้เลื่อนเกิดได้อย่างไร
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่มีสมมุติฐานที่น่าจะเป็นไปได้อยู่หลายประการคือ เกิดจากความอ่อนแอของผนังหน้าท้อง (Weakness of abdominal wall) หรืออาจเกิดจากการที่ผนังหน้าท้องมีช่องเปิดตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นทางออกของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงลูกอัณฑะทั้ง 2 ข้างในเด็กผู้ชาย ซึ่งรูเปิดนี้จะปิดไปเองโดยธรรมชาติในระหว่างอยู่ในครรภ์มารดา กรณีที่รูนี้ไม่ปิดลงจึงทำให้เกิดภาวะไส้เลื่อนทางรูเปิดนี้ได้
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดไส้เลื่อน
ผู้ที่สูบบุหรี่ ไอเรื้อรัง มีต่อมลูกหมากโต มีโอกาสเป็นไส้เลื่อนมากขึ้น
ผู้ที่เป็นไส้เลื่อนจะมีอาการอย่างไรบ้าง
- ผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการเลย ถึงแม้จะมีไส้เลื่อนอยู่
- มีอาการปวดบริเวณขาหนีบ อาจเกิดขึ้นทันทีหรือปวดท้องตื้อๆ หน่วงๆ เป็นๆ หายๆ หรือมีความรู้สึกว่าผนังหน้าท้องหย่อนๆ ไม่แข็งแรง อาการปวดอาจเป็นรุนแรงและทันทีแสดงถึงลำไส้ขาดเลือด (Strangulation) ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดฉุกเฉินโดยเร็ว
- อาการอาจจะเป็นมากขึ้น หรือก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นในตอนกลางวันที่ผู้ป่วยเดินมาก ยืนทำงานนานๆ ไอ หรือเล่นกีฬา
ทำไมไส้เลื่อนจึงมักเป็นในผู้ชายมากกว่า
ในระหว่างที่ทารกเพศชายอยู่ในครรภ์มารดา ลูกอัณฑะจะเคลื่อนจากผนังช่องท้องด้านหลังเลื่อนผ่านรูเปิด (Internal inguinal ring) ที่อยู่บริเวณขาหนีบทางด้านหน้าออกมาอยู่ในถุงอัณฑะ ซึ่งรูเปิดนี้จะปิดลงก่อนที่ทารกจะคลอด (ยกเว้นบางส่วนที่ไม่ปิดเพื่อให้เส้นเลือดที่มาเลี้ยงอัณฑะผ่านออกมา) ในผู้ป่วยไส้เลื่อนรูเปิดนี้จะไม่ปิดลง ทำให้เกิดไส้เลื่อนได้ในที่สุด
ชนิดของไส้เลื่อนที่ผนังหน้าท้อง
- ไส้เลื่อนที่ขาหนีบ (Groin (Inguinal) hernia)
- ไส้เลื่อนที่เส้นเลือดใหญ่ที่ขา (Femoral hernia)
- ไส้เลื่อนที่อุ้งเชิงกราน (Obturator hernia)
- ไส้เลื่อนที่เกิดจากแผลผ่าตัดปิดไม่สนิท (Incisional hernia)
- ไส้เลื่อนที่เกิดขึ้นเอง (Ventral hernia)
- ไส้เลื่อนที่สะดือ (Umbilical hernia)
- ไส้เลื่อนอื่นๆ (พบได้น้อย)
การวินิจฉัยโรคไส้เลื่อน
วิธีที่ดีที่สุด คือ การตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแพทย์จะซักประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยตามลักษณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคไส้เลื่อน ในผู้ป่วยที่มองเห็นก้อนที่ผนังหน้าท้องชัดเจน แพทย์จะต้องแน่ใจว่าไม่ใช่สภาวะอื่นที่มีก้อนเหมือนกัน เช่น ต่อมน้ำเหลือง, ก้อนไขมัน, ต่อมไขมันอุดตัน, เนื้องอก หรือถุงน้ำของลูกอัณฑะ
ไส้เลื่อน จำเป็นต้องผ่าตัดรักษาหรือไม่
ไส้เลื่อนที่มีก้อนออกมาให้เห็นชัดเจนแล้วนั้นไม่มีโอกาสที่จะหายได้เอง และถ้าไม่ผ่าตัดรักษา ขนาดของไส้เลื่อนจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไส้เลื่อนที่เป็นมานานหรือมีขนาดก้อนที่ใหญ่ขึ้นมากจะทำให้การผ่าตัดยากขึ้น และอาจทำให้เกิดปัญหาหรือโรคแทรกซ้อนหลังผ่าตัดได้มากขึ้น
ที่แน่ๆ คือ ถ้าผู้ป่วยไม่ผ่าตัดรักษา ผู้ป่วยจะต้องทนอยู่กับอาการต่างๆ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ออกกำลังกายไม่ได้ ยกของไม่ได้เลย ไอ หรือจามแล้วเจ็บปวด เดินหรือยืนนานๆ ไม่ได้ เป็นต้น
การรักษาโรคไส้เลื่อน
การผ่าตัดไส้เลื่อนมีอยู่หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความถนัดของศัลยแพทย์ แต่ประสิทธิผลของการผ่าตัดนั้นจะพิจารณาจาก 2 ประเด็น คือ
- อัตราการกลับมาเป็นใหม่ (Recurrent Rate)
- ปัญหาข้อแทรกซ้อนจากการผ่าตัด (Complications)
ชนิดของการผ่าตัดไส้เลื่อน
- การผ่าตัดแบบทั่วไป (Conventional) คือ ผ่าตัดแบบเปิดแผลที่ผนังหน้าท้อง เป็นวิธีผ่าตัดที่นิยมใช้มานาน ในระยะหลังมีการดัดแปลงรายละเอียดออกไปบ้าง โดยแยกย่อยได้หลายแบบ เช่น
- การผ่าตัดแบบเปิดทางด้านหน้า เป็นการผ่าตัดที่เย็บเนื้อเยื่อของผู้ป่วยเข้ามาหากันโดยตรง เช่น Bassini, McVay, Marcy, Shouldice และ Maloney darn
- การผ่าตัดแบบเปิดทางด้านหน้าโดยใช้แผ่นสังเคราะห์เสริม (Mesh graft) เช่น Lichtenstein, Mesh plug and patch โดยในปัจจุบันการผ่าตัดแบบ Lichtenstein เป็นการผ่าตัดที่ได้ผลดีที่สุด (ในแบบเปิดหน้าท้อง) จึงได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่ศัลยแพทย์ในสหรัฐอเมริกา
- การผ่าตัดแบบเปิดชนิดเข้าทางด้านหลังของผนังช่องท้อง เช่น Read – Rives, Wantz
- การผ่าตัดโดยใช้กล้อง (laparoscopic Herniorrhaphy) ซึ่งเป็นการผ่าตัดโดยใช้กล้อง และไม่ผ่านทางเข้าทางช่องท้อง ซึ่งได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน
ข้อดีของการผ่าตัดไส้เลื่อนผ่านกล้อง
- มีแผลผ่าตัดขนาดเล็กมาก แทบจะไม่เห็นรอยแผลเป็น
- มีความเจ็บปวดแผลน้อยมาก เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเดิม
- อัตราการเกิดซ้ำ (Recurrence) น้อย เมื่อผ่าตัดโดยแพทย์ที่ชำนาญ
- โอกาสเกิดปัญหาข้อแทรกซ้อนไม่มาก และมักเป็นปัญหาที่ไม่รุนแรง เช่น มีก้อนเลือดเล็กๆ บริเวณขาหนีบ ซึ่งรักษาให้หายได้
- ระยะเวลานอนโรงพยาบาลน้อย กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว
