ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

กรดยูริกสูงสร้างปัญหา โรคเก๊าท์ถามหาแถมไตเสื่อม


กรดยูริกสูงสร้างปัญหา โรคเก๊าท์ถามหาแถมไตเสื่อม

โรคเก๊าท์เป็นโรคทางกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ สาเหตุหลักๆ เกิดจากพันธุกรรมและการได้รับโปรตีนบางชนิดมากเกินไป ซึ่งเมื่อโปรตีนมีการย่อยสลายเป็นกรดยูริกและเกิดสะสมเป็นตะกอนในข้อมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อหรือเนื้อเยื่อรอบๆ ก็จะเกิดการอักเสบเฉียบพลัน ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ส่วนใหญ่มักจะมีกรดยูริกในเลือดสูงด้วย

อุบัติการณ์การเกิดโรคเก๊าท์

จากสถิติพบว่า ยิ่งระดับกรดยูริกยิ่งสูง อุบัติการณ์การเกิดโรคก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นและเกิดอาการได้เร็วขึ้น โรคนี้จะพบในเพศชายได้บ่อยกว่าเพศหญิงราว 10 เท่า แต่เมื่อเพศหญิงเข้าสู่วัยหลังหมดประจำเดือนก็จะพบโรคนี้สูงขึ้น

อาการของโรคเก๊าท์

อาการข้ออักเสบเก๊าท์ มักจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรุนแรง ลักษณะอาการคือ มีข้อบวมแดงและปวดมาก อาการจะรุนแรงอยู่ 1-2 วันแรก จากนั้นการอักเสบมักจะลดลงได้ทั้งจากการรักษาและด้วยธรรมชาติของโรคเอง

ปกติแล้ว ถ้าการสะสมของกรดยูริกในร่างกายไม่ได้รับการรักษาให้ลดลง อาการข้ออักเสบรุนแรงจากโรคเก๊าท์ก็จะกลับมาเกิดขึ้นได้อีก โดยอาจเว้นระยะไปหลายเดือนหรือเป็นปี และอาการมักจะกลับมาเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆ และหายช้าลงเรื่อยๆ ด้วย

และหากไม่ได้รับการรักษา เมื่อเวลาผ่านไปนานเป็นสิบปี ผู้ป่วยบางรายจะเริ่มมีกรดยูริกมาสะสมเป็นก้อนใต้ผิวหนัง ที่เรียกว่าก้อนโทฟัส (TOPHUS) ซึ่งหมายความว่า อวัยวะภายในของผู้ป่วยก็จะมีก้อนโทฟัสขนาดต่างๆ สะสมอยู่ด้วย

กรดยูริก มาจากไหน

กรดยูริก (Uric Acid) เป็นสารที่เกิดจากกระบวนการทางเคมีในร่างกายตามธรรมชาติ ในขณะที่มีการสร้างหรือซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ยอดผัก ถั่วต่างๆ หรือการดื่มเครื่องดื่ม เช่น เบียร์ น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลฟรุคโตส (FRUCTOSE)

เมื่อร่างกายมีกรดยูริกมากเกินกว่าความสามารถของไตจะขับออกได้ หรือไตมีความเสื่อมจนความสามารถในการขับกรดยูริกออกจากร่างกายลงลง เช่น ในผู้ป่วยไตเสื่อมหรือไตวาย ก็จะทำให้มีการสะสมของกรดยูริกมากขึ้นอีก

การเกิดข้ออักเสบในผู้ป่วยที่มีระดับกรดยูริกในเลือดสูงอยู่แล้ว อาจเกิดจากการกินอาหารมื้อใหญ่ หรืออาหารที่มีกรดยูริกสูงซึ่งบางครั้งแม้ได้รับในปริมาณที่ไม่มาก แต่เหมือนเป็นการเติมเข้าไปจากที่สะสมอยู่จนถึงระดับที่ร่างกายแสดงอาการออกมา ซึ่งในแต่ละคนจะมีความรุนแรงไม่เท่ากัน

ในปัจจุบันยังพบว่า การมีกรดยูริกสะสมในร่างกายปริมาณมากเป็นเวลานานจะทำให้เกิดภาวะไตเสื่อม เกิดโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมอง เพิ่มความเสี่ยงเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้มากขึ้น โดยข้อมูลจากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยชายที่เป็นโรคไตวายจนต้องได้รับการรักษาด้วยการฟอกไต ส่วนหนึ่งเกิดจากการเป็นโรคเก๊าท์หรือมีภาวะกรดยูริกในเลือดสูงมาก่อน ในขณะที่ผู้ป่วยหญิงที่ฟอกไตส่วนมากเกิดจากการเป็นโรคเบาหวาน

การรักษาโรคเก๊าท์

เนื่องจากโรคเก๊าท์ มีสาเหตุมาจากการสะสมของกรดยูริกในร่างกาย การรักษาโรคเก๊าท์จึงเป็นการรักษาที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่การลดระดับกรดยูริกในเลือดให้ต่ำกว่าระดับที่กรดยูริกจะไปเพิ่มการสะสมในร่างกาย และการทำให้กรดยูริกที่สะสมในร่างกายค่อยๆ ลดปริมาณลง ซึ่งโดยทั่วไปจะมีเป้าหมายในการลดระดับกรดยูริกในเลือดให้น้อยกว่า 6 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (มก./ดล.) โดยการเพิ่มการขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะหรือลดการสร้างกรดยูริกด้วยยา ร่วมกับการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริกสูง

ขณะที่มีอาการข้ออักเสบรุนแรง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นที่ข้อโคนนิ้วโป้งเท้าหรือข้อเท้า ต้องได้รับการรักษาด้วยยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือยา colchicine เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบในหนึ่งถึงสองวันแรก

หลังจากอาการข้ออักเสบลดลงจนกลับมาเป็นปกติแล้ว ควรตรวจดูระดับกรดยูริกในเลือด และประเมินการทำงานของไต ถ้าระดับกรดยูริกในเลือดมีค่ามากกว่า 6 มก./ดล. ควรได้รับการรักษาด้วยยาลดกรดยูริกอย่างต่อเนื่อง โดยมีการติดตามผลการรักษาเป็นระยะๆ

และแม้แต่เมื่อลดระดับกรดยูริกในเลือดให้มีค่าน้อยกว่า 6 มก./ดล. ได้ตามเป้าหมายหมายแล้ว ผู้ป่วยก็ยังควรได้รับยาต่อเนื่องเพื่อรักษาระดับกรดยูริกในเลือดให้ต่ำกว่า 6 มก./ดล. ไปตลอด ซึ่งถ้าสามารถควบคุมได้ โอกาสที่จะมีข้ออักเสบรุนแรงเกิดขึ้นอีกจะน้อยมาก ขณะเดียวกันจะช่วยรักษาการทำงานของไตไม่ให้เสื่อมลงจากการมีกรดยูริกสูงได้อีกด้วย

คำแนะนำในการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์หรือมีกรดยูริกในเลือดสูง

  1. ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  2. ดื่มน้ำวันละมากๆ เพื่อช่วยขับกรดยูริกออกจากร่างกาย และช่วยให้ไตทำงานดีขึ้น
  3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริกสูง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  4. เมื่อต้องเข้ารับการรักษาโรคอื่น หรือรับการผ่าตัด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่าเป็นโรคเก๊าท์ เพื่อหลีกเลี่ยงยาที่อาจมีผลต่อโรคเก๊าท์ หรือป้องกันโรคเก๊าท์กำเริบหลังผ่าตัด
  5. เข้ารับการตรวจ ติดตามอาการ และผลการรักษาตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ





ผศ.นพ.กิตติ โตเต็มโชคชัยการ
แพทย์เฉพาะทางด้านโรคข้อและรูมาโตลิซึ่ม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สถาบันกระดูกและข้อ
โรงพยาบาลพญาไท 2 ชั้น 5 อาคารบี
โทร. 02-617-2444 ต่อ 3523, 3528
นัดหมายแพทย์

Rate this article : กรดยูริกสูงสร้างปัญหา โรคเก๊าท์ถามหาแถมไตเสื่อม

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง