ช่วงนี้ประเทศไทยสภาพอากาศแปรปรวน ทั้งฝนตก ทั้งร้อน ทั้งหนาว อากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันเช่นนี้ มักทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ภูมิต้านทานลดต่ำลง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ผู้สูงวัย และผู้ที่เป็นโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคหัวใจ หอบหืด ถุงลมโป่งพอง รพ.พญาไท 2 มีคำแนะนำเกี่ยวกับการสังเกตอาการ และการดูแลตนเองให้แข็งแรง เพื่อให้สามารถรับมือกับโรค..ที่อาจเกิดขึ้น!
- โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เกิดได้จากทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
อาการ เหมือนหวัดทั่วไป มีไข้ น้ำมูก ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ หากอาการรุนแรงจะนำไปสู่การติดเชื้อทางเดินหายใจ ที่บริเวณหลอดลมไปจนถึงทางเดินหายใจส่วนล่าง อาจเกิดอาการปอดอักเสบหรือปอดติดเชื้อได้
วิธีการป้องกัน ดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงไปที่ชุมชน หรือใกล้ชิดผู้ป่วย ใส่หน้ากากอนามัย ผู้ป่วยควรใส่หน้ากากอนามัย เพื่อลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น
เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ สังเกตอาการตัวเองภายใน 24 ชั่วโมงแรก หรือความรุนแรงของอาการ เช่น หากมีอาการหอบ เหนื่อย ทานข้าวไม่ได้ จำเป็นต้องมาพบแพทย์ทันที
- โรคภูมิแพ้ หอบหืด หรือคนที่มีโรคทางเดินหายใจอยู่ก่อน เช่น ถุงลมโป่งพอง หากอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันอาจทำให้ตัวโรคกำเริบได้
อาการ คล้ายๆ กับหวัด แต่มักไม่มีไข้ มีน้ำมูกและเสมหะมีลักษณะใส เจ็บหรือระคายเคืองคอเล็กน้อย ความรุนแรงของโรคน้อยกว่ากลุ่มโรคติดเชื้อ
วิธีการป้องกัน ทานยาแก้แพ้ที่เคยทานอยู่ก่อน รักษาตามอาการ พักผ่อนให้เพียงพอ หากยังไม่ดีขึ้นควรมาพบแพทย์
5 วิธีรับมือในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน
- เมื่ออากาศเย็นควรใส่เสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- คนที่มีโรคประจำตัว ควรทานยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมอาการของโรคเดิมให้ปกติ
นพ. ปุณพงศ์ หาญศิริพันธุ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ
ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท 2
