สมองนับเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เพราะเป็นศูนย์กลางที่รวมทุกระบบการสั่งการในทุกอวัยวะ สมองจึงเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการมีชีวิต ดังนั้นการดูแลสุขภาพสมอง หรือการใส่ใจและเรียนรู้เกี่ยวกับโรคที่เป็นอันตรายต่อสมองจึงสำคัญ
โรคที่เกิดขึ้นกับสมองที่พบมาก ก็คือโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดที่เราได้ยินบ่อยๆ ว่า “STROKE” หรือ “โรคหลอดเลือดสมอง” ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการอัมพฤกษ์อัมพาต การรู้ทันอาการฉับพลันจะช่วยให้เรารอดพ้นจากวิกฤตนี้ได้
โรคหลอดเลือดสมองคืออะไร?
โรคหลอดเลือดสมอง คือโรคที่เกิดความผิดปกติของหลอดเลือ ดสมอง โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้ 2 อาการ คือ
1.หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ทำให้เลือดไม่สามารถเข้าไปเลี้ยงที่เนื้อสมอง มีผลให้สมองขาดออกซิเจนจึงเกิดภาวะเนื้อสมองตาย สำหรับในประเทศไทย ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรือตันจะอยู่ในสัดส่วนราว 70 % ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด
2.หลอดเลือดสมองแตก อาจเกิดจากหลอดเลือดในสมองโป่งพองและแตกออก หรือภาวะความดันในโลหิตสูง ทำให้มีเลือดออกในสมอง และเนื้อสมองตายตามมาในที่สุด และไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดสมองตีบ ตัน หรือแตก หากเกิดขึ้นก็จะก่อให้เกิดภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ป่วยติดเตียง พิการ หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
ซึ่งเมื่อเกิดกรณีที่หลอดเลือดมีการตีบตันหรือแตกภายในสมองของเรา ทุกๆ 1 นาที หลังเกิดอาการ เซลล์สมองจะตายไปกว่า 2 ล้านเซลล์ อันส่งผลทั้งโดยตรงและโดยอ้อมกับการทำงานของทุกอวัยวะในร่างกาย
ดังนั้น “เวลา” และความรวดเร็วคือปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ในการรักษาไว้ของเนื้อสมองไม่ให้ตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสิ่งแรกคือการ รู้เร็ว ถึงอาการของโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเราสามารถรู้และจดจำถึงอาการของโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างแม่นยำด้วยเทคนิคที่ พญ.นภาศรี ชัยสินอนันต์กุล ผู้อำนวยการศูนย์หลอดโรคหลอดเลือดสมอง โรงพญาบาลพญาไท 1 ได้บอกเล่าให้ฟัง นั่นคือ… B-E-F-A-S-T
B – Balance การทรงตัวของร่ายกายผิดปกติ ไม่สามารถทรงตัวได้ หรือวิงเวียนศีรษะบ่อย ร่วมกับเดินเซ
E – Eye ตามัวหรือมองไม่เห็นอย่างเฉียบพลัน ลานสายตาผิดปกติ
F – Face เกิดภาวะหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว มุมปากตก
A – Arm แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ไม่มีแรงหรือชาอย่างเฉียบพลันที่ แขนหรือขาซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย มือหยิบของแล้วร่วงตก
S – Speech การพูดและการใช้ภาษาล้มเหลวเฉียบพลัน อยู่ๆ ลิ้นแข็ง พูดไม่ออก ทำให้พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก พูดไม่เป็นคำ พูดตะกุกตะกัก
T – Time เวลา เมื่อเกิดอาการข้างต้นอย่างใดอยางหนึ่งกับตัวท่านเองหรือคนใกล้ชิด ให้รีบไปโรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุดให้ได้ภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง โดยยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะจะช่วยให้มีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายและทันท่วงที ช่วยลดภาวะสมองตาย การพิการ และเสียชีวิตได้มากกว่า
ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอาการโรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดกับผู้ป่วยที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งนอกจากปัจจัยด้านอายุ ก็ยังมีอีกดังนี้
- โรคประจำตัว ที่ส่งผลโดยตรงต่อหลอดเลือด
- ความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดสูง
- โรคเบาหวาน
- ภาวะโรคหัวใจ ทั้งหัวใจเต้นผิดจังหวะ ลิ้นหัวใจรั่ว
- การสูบบุหรี่
- ความอ้วน
- พันธุกรรม ในโรคกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือด
ส่วนการลดความเสี่ยงนั้นสามารถทำได้ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเลือกรับประทานอาหารที่ไขมันต่ำ ไม่กินของหวานมากเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยให้เราห่างไกลโรคหลอดเลือดสมองและโรคอื่นๆ ที่เป็นโรคร่วมได้ดีขึ้น
กระบวนการรักษาเมื่อผู้ป่วยมีอาการโรคหลอดเลือดสมองตีบ
เมื่อทราบถึงความสำคัญของเวลาหลังเกิดอาการโรคหลอดเลือดสมองแล้ว การส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมก็ถือว่าสำคัญไม่แพ้กัน
กระบวนการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง เริ่มจากการประเมินอาการผู้ป่วยว่าภาวะโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดขึ้นว่าเป็นหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน เพื่อการรักษาให้ตรงอาการ ซึ่งศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1 สามารถทำการรักษาได้อย่างครอบคลุม และนับเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีรถพยาบาลฉุกเฉินแบบเฉพาะทางโรคหลอดเลือดสมอง (Mobile Stroke Unit) เพื่อการเข้าถึงตัวผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว และพร้อมให้การรักษาทันทีที่ถึงตัวผู้ป่วย
ภายในรถพยาบาลฉุกเฉินจะมีเครื่อง CT Scan ที่สามารถทำการประเมินอาการ ชี้จุดที่เกิดปัญหาของหลอดเลือดสมองอย่างตรงจุด พร้อมเครื่องมือในการรักษาสภาวะวิกฤตและพยุงชีวิตผู้ป่วย มีทีมช่วยชีวิตที่มีความชำนาญ ทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะวิกฤต ทีมพยาบาลที่ผ่านการอบรมในการกู้ชีพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เมื่อประเมินและวินิจฉัยได้ชัดเจนแล้วพบว่าผู้ป่วยมีภาวะโรคหลอดเลือดสมองตีบ ตัน แพทย์จะทำการให้ยาสลายลิ่มเลือดได้ทันที และถ้าผู้ป่วยมีเลือดออกในสมองก็สามารถให้ยาหยุดเลือดได้อย่างรวดเร็ว
ยาละลายลิ่มเลือดกับโรคหลอดเลือดสมองตีบ
การให้ยาสลายลิ่มเลือด (Tissue plasminogen activator, t-PA) ทางหลอดเลือดดำแก่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ภายในเวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง หลังเกิดอาการจะเพิ่มโอกาสของการฟื้นตัวจากความพิการให้อาการกลับมาใกล้เคียงปกติได้มากถึง 32% ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการรักษาในขั้นตอนลำดับต่อไปอย่างรวดเร็ว
พญ. นภาศรี ชัยสินอนันต์กุล
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 1
