อย่ามองข้ามปัจจัย...ที่ทำให้แก่ก่อนวัย

Image

แชร์


“อายุเท่ากัน…แต่ทำไม? ผิวเราถึงเหี่ยวกว่า” หลายคนอาจมีคำถามนี้ในใจ แม้กระทั่งเจอคำถามตรงๆ จากเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมรุ่นที่เจอกันในงานต่างๆ บางคนอาจมีความคิดว่า… คนที่ยังดูสวย ดูหล่อ หรือดูดี มักต้องผ่านการทำศัลยกรรมมา บางคนอาจไม่ใส่ใจเพราะคิดว่าร่างกายก็ต้องเสื่อมตามวัยเป็นเรื่องธรรมดา และหลายคนอาจกำลังสนุกกับช่วงวัยที่ยังแข็งแรง คิดว่าต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม แต่จะมีซักกี่คนที่ให้ความสำคัญกับความเสื่อมที่เกิดขึ้นก่อนวัยอันควรซึ่งเห็นได้ชัดจากรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งความเสื่อมนั้นอาจเกิดได้ทั้งจากปัจจัยและจากปัญหาภายในร่างกาย เพราะระบบและอวัยวะต่างๆ นั้นทำงานเชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมถึงระบบสืบพันธุ์ หากระบบใดระบบหนึ่งทำงานบกพร่องย่อมส่งผลกระทบถึงระบบอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในหรือปัจจัยภายนอกก็เกี่ยวข้องกันทั้งหมด

ปัจจัยภายใน

เริ่มจากเรื่องของพันธุกรรม ซึ่งเราอาจแก้ไขไม่ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน เราสามารถที่จะตรวจได้ลึกถึงระดับพันธุกรรมหรือระดับยีน เพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงโรคต่างๆ จะได้ทำการเฝ้าระวังและลดความเสี่ยง โดยเฉพาะกับโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ส่วนอายุที่เพิ่มขึ้นก็เชื่อมโยงกับการทำงานของระบบฮอร์โมนที่เสื่อมลง ทั้งฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต และฮอร์โมนเพศทั้งหญิงและชาย จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจเช็กเพื่อการปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะนำไปสู่ความผิดปกติของระบบอื่นๆ ในร่างกาย ซึ่งเชื่อมโยงกันทั้งหมด

ปัจจัยภายนอก

ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม สุรา บุหรี่ แสงแดด รวมถึงพฤติกรรมของเราเอง เช่น การออกกำลังกาย การกิน การพักผ่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบถึงร่างกายในระดับโมเลกุล เช่น การเกิดภาวะไม่สมดุลของสารต้านอนุมูลอิสระ การขาดแร่ธาตุและวิตามินหลายๆ ชนิดจากการบริโภคอาหารที่มีสารอาหารไม่ครบถ้วนหรือไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น ภาวะเครียดจากการทำงานจนนอนไม่หลับ หรือการนอนดึกมากเป็นประจำก็ส่งผลกระทบกับการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ รวมถึงการทำกิจกรรมกลางแจ้งไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการออกกำลังกาย หากไม่ป้องกันหรือดูแลอย่างถูกวิธีก็จะส่งผลเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อผิวหนัง

ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้ร่างกายเสื่อมโทรมลง กล้ามเนื้อฝ่อ ไขมันสะสมเพิ่มขึ้น ผิวหนังหยาบกร้าน แห้งเหี่ยว และมีริ้วรอย อารมณ์หงุดหงิดง่าย ความจำและสมาธิลดลง รวมถึงสมรรถภาพทางเพศที่อาจลดลงด้วย หากปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้ดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการแก้ไข วันหนึ่งก็อาจจะสายเกินแก้ ดังนั้นเราจึงควรตระหนักว่า “วันนี้เราดูแลสุขภาพได้ดีพอหรือยัง” ถ้ายัง ก็ควรหันมาให้ความสำคัญและใส่ใจมากขึ้น หากพบว่าปัญหาทางสุขภาพปัญหาใดที่เราไม่สามารถแก้ไขหรือฟื้นฟูได้ด้วยตนเอง การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะเป็นทางออกทางหนึ่งที่ช่วยเราได้อย่างแน่นอน

 

นพ. ชิดชน ศักดิ์จิรพาพงษ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง-เลเซอร์
ศูนย์ความงาม โรงพยาบาลพญาไท 1
Loading...

แชร์


Loading...