ตรวจคัดกรองโรคหัวใจจากพันธุกรรมด้วย Heart Genome

Image

แชร์


หากย้อนกลับไปเมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว โรคที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ ‘โรคหัวใจ’ แต่ในปัจจุบัน ด้วยพัฒนาการและเทคโนโลยีด้านการแพทย์ที่ดีขึ้นมาก ทำให้เราสามารถตรวจคัดกรองเพื่อหาความเสี่ยง และพบสาเหตุของการเป็นโรคหัวใจในแต่ละบุคคลได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดการเกิดและการลุกลามของโรคได้

 

แม้ในปัจจุบัน อัตราการเกิดโรคหัวใจของคนไทยยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง แต่การตรวจวินิจฉัยที่สามารถพบความเสี่ยงและพบโรคในระยะแรกเริ่มได้เร็วขึ้น ก็ทำให้เกิดการรักษา ‘โรคหัวใจ’ ได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจของคนไทยลดลงมาเป็นอันดับ 3 ซึ่งการตรวจชนิดหนึ่งที่ถือเป็นนวัตกรรมล่าสุดก็คือ การตรวจยีนเพื่อหาความเสี่ยงด้านพันธุกรรม ที่เรียกว่าการตรวจ Heart Genome นั่นเอง

 

ยีนคืออะไร?

หากเปรียบเทียบโครงสร้างของร่างกายคือบ้านหลังหนึ่ง ‘ยีน’ ก็เปรียบเหมือนสถาปนิกผู้ออกแบบและกำหนดให้มีการทำงานร่วมกันของเซลล์ทุกเซลล์และทุกส่วนในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย

 

โดยในร่างกายของเราจะประกอบไปด้วยโครโมโซม 46 แท่ง หรือ 23 คู่ ซึ่งโครโมโซมเหล่านี้เองเป็นที่อยู่ของ ‘ยีน’ และในโครโมโซมนั้นก็มียีนอยู่นับหมื่นๆ ยีน และยีนหลายๆ ยีนที่พันกันเป็นเกลียวนั้นก็นำมาซึ่งลักษณะของรูปร่าง หน้าตา สีผิว สีผม และทุกอย่างที่เป็นตัวเรา รวมไปถึงโรคทางพันธุกรรมที่เราได้รับการถ่ายทอดมาจากทั้งพ่อและแม่นั่นเอง

 

เคยสงสัยไหมว่า! แม้เราจะมีไลฟ์สไตล์ที่ดี แต่ทำไมสุขภาพร่างกายกลับไม่ดีตามไปด้วย เช่น ค่าไขมันยังคงสูง มีน้ำตาลในเลือดมาก หรือระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ “การตรวจรหัสพันธุกรรม” จะช่วยให้เราพบคำตอบเหล่านี้ได้ เพราะบทบาทสำคัญในการไขรหัสพันธุกรรม คือการดูความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายว่าเกิดจากยีนด้วยหรือไม่ ผลที่ได้จะนำมาวางแผนการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกัน หรือรักษาให้ตรงจุดอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ใครบ้างที่ควรตรวจ Heart Genome ?

จากสถิติอัตราผู้ป่วยโรคหัวใจจากทั่วโลกเมื่อ 10 ปีก่อน ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 7 คน ต่อชั่วโมง แต่ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือ 2 คนต่อชั่วโมง ทั้งนี้ แม้อัตราการเสียชีวิตจะลดลง แต่อัตราผู้ป่วยโรคหัวใจที่อยู่ระหว่างทำการรักษายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

เพราะฉะนั้น เราอาจลองสำรวจคนในครอบครัวก่อนว่า ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ หรือญาติสนิทของเราเป็นโรคที่เกี่ยวกับหัวใจบ้างหรือไม่ หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจหลายคน ให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่า เราอาจจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจด้วยเช่นกัน จะได้รีบป้องกันก่อนสาย

 

การตรวจ Heart Genome สำคัญและมีประโยชน์อย่างไร?

  • ช่วยประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ : เข้าใจความเสี่ยงทางพันธุกรรม และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
  • ช่วยในการวางแผนดูแลสุขภาพหัวใจ : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง เช่น การออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร การหลีกเลี่ยงอาหารที่เราเองมีความไวต่อสารอาหารบางอย่าง
  • ช่วยให้การเลือกยาเหมาะสมขึ้น : หากจำเป็นต้องใช้ยา แพทย์สามารถเลือกยาที่เหมาะสมกับพันธุกรรมของเราได้ ทั้งการเลือกชนิดยาและการเลือกขนาดยาที่น่าจะเหมาะสม

 

การตรวจ Heart Genome เริ่มตรวจได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

การตรวจ Heart Genome สามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงอายุ ตามความเหมาะสมและความสำคัญ

  • อายุ 18-40 ปี สามารถเริ่มตรวจได้ตั้งแต่อายุไม่มาก เป็นการตรวจเพื่อหาความเสี่ยงโรค หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพก่อนเกินโรค
  • อายุ 40-55 ปี สามารถตรวจเพื่อหาปัจจัยที่จะยืนยันสาเหตุของการเกิดโรค ว่ามีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมหรือไม่ หรือตรวจเพื่อการเลือกยาที่เหมาะสมกับลักษณะทางพันธุกรรม ที่เรียกว่า “ยาที่กำหนดโดยพันธุกรรม” (Pharmacogenomics) ซึ่งจะช่วยให้การรักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • อายุ 55 ปี ขึ้นไป ในวัยนี้อาจมีการเกิดโรคหัวใจแล้ว จะเป็นการตรวจ Heart Genome ควบคู่กับการวางแผนการรักษาโรค การเลือกใช้ยาที่เหมาะสม และการเลือกโภชนบำบัดที่ดีกับบุคคลนั้นๆ

 

วิธีการตรวจ Heart Genome?

เป็นการเก็บตัวอย่างเลือด แล้วส่งไปตรวจวิเคราะห์ความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมที่ห้องปฏิบัติการ สามารถตรวจเมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่ต้องงดน้ำและอาหารก่อนเจาะเลือด แต่ต้องรอผลตรวจประมาณ 4-6 สัปดาห์

 

การตรวจ Heart Genome ควรตรวจซ้ำทุกกี่ปี?

เนื่องจาก ‘ยีน’ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จึงไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำ และถ้าในอนาคตเทคโนโลยีการตรวจมีการเปลี่ยนแปลงฐานข้อมูล เราก็สามารถอัปเดตชุดข้อมูลความรู้ใหม่ เพื่อประมวลผลความเสี่ยงการเกิดโรคตามชุดข้อมูลใหม่ได้ทันที

 

เมื่อรู้ความเสี่ยงโรคหัวใจจากการตรวจ Heart Genome แล้ว ควรทำอย่างไร?

หากตรวจเจอความเสี่ยงที่สัมพันธ์กับพันธุกรรมโรคหัวใจ จะต้องพิจารณาถึงพฤติกรรมบำบัด 2 ส่วน ดังนี้

 

  1. การมีพฤติกรรมบำบัดที่ดี เช่น ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ประเภทแพลนต์เบส (เน้นกินพืช) โปรตีนที่ดี อาหารที่มีไฟเบอร์สูง ออกกำลังกายทั้งแบบคาร์ดิโอ (กระตุ้นการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด) กับการสร้างกล้ามเนื้อด้วยแรงต้าน (เวทเทรนนิ่ง) เพื่อควบคุมน้ำหนัก รักษารูปร่างและสร้างความแข็งแรง รวมถึงคลายความเครียดและถึงแม้ผลตรวจ Heart Genome จะบ่งบอกว่าเรามีความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ แต่หากเรามีพฤติกรรมบำบัดที่ดีก็จะช่วยลดความรุนแรงของปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคได้
  2. การมีพฤติกรรมบำบัดที่อ่อนแอ เช่น พักผ่อนไม่เป็นเวลา ไม่ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ มีความเครียด ไม่คุมน้ำหนัก ทานอาหารหวาน มัน เค็ม เป็นประจำ หากตรวจ Heart Genome แล้วพบความเสี่ยง แพทย์สามารถวินิจฉัยและให้ยาที่เหมาะสม ร่วมกับการปรับพฤติกรรมให้ดีขึ้น ก็จะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้เช่นกัน

 

สรุปได้ว่า ‘ยีน’ มีผลกับโรคประมาณ 40% แต่อีก 60% คือพฤติกรรมที่เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางของการมีสุขภาพดี การตรวจ Heart Genome เพื่อให้เรารู้ความเสี่ยงโรคหัวใจก่อนที่จะเกิดโรค ซึ่งเป็นเหมือนกุญแจที่จะไขข้อมูลความลับสุขภาพจากพันธุกรรม เห็นอนาคตของสุขภาพหัวใจ เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม เป็นการช่วยชะลอการเกิดโรคหัวใจในอนาคต หรือหากทำร่วมกับการรักษาก็ลดความเสี่ยงที่เป็นอันตรายลงได้อีก

Loading...

แชร์


Loading...