ท่อน้ำดี..อาจจะนับได้ว่าเป็นอวัยวะภายในที่น้อยคนนักจะใส่ใจ ทั้งที่จริงๆ แล้ว อวัยวะส่วนนี้สามารถเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็น “โรคมะเร็งท่อน้ำดี” ได้…ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต! หากคุณมีอาการเหล่านี้หรือตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย ก่อนที่เซลล์มะเร็งจะลุกลามจนยากต่อการรักษา…และทำลายคุณภาพชีวิตที่(เคย)ดีของคุณ!!
โรคมะเร็งท่อน้ำดี คืออะไร?
ก้อนเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นบริเวณท่อน้ำดีนอกตับ รวมทั้งบริเวณขั้วตับจนถึงส่วนปลายล่างของท่อน้ำดีใหญ่ โดยมะเร็งท่อน้ำดีจะแบ่งตามตำแหน่งของเนื้องอก ได้แก่ มะเร็งท่อน้ำดีในตับและมะเร็งท่อน้ำดีนอกตับ โดยจะพบในเพศชายอายุ 40 ปีขึ้นไป
สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี
- ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง : เพราะโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งท่อน้ำดี…มักจะทำให้เกิดอาการท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง
- นิ่วในท่อน้ำดีหรือถุงน้ำดี : โดย 20% – 57% ของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี จะตรวจพบว่านิ่วในท่อน้ำดีหรือในถุงน้ำดีด้วย
- ท่อน้ำดีผิดรูปร่าง (อาการท่อน้ำดีขยายมาตั้งแต่เกิด) : การมีซีสต์ในท่อน้ำดีมาตั้งแต่เกิด อาจส่งผลให้การไหลเวียนของท่อตับอ่อนและท่อน้ำดีผิดปกติ ของเหลวจากตับอ่อนจะไหลย้อนเข้าไปในท่อน้ำดี เกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณเยื่อบุผิวท่อน้ำดี เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็ง
- โรคพยาธิใบไม้ตับ (Chinese liver fluke) : การทานปลาดิบ..จะทำให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับและเกิดการติดเชื้อที่ทางเดินน้ำดี ภาวะคั่งของน้ำดี เกิดพังผืดรอบท่อน้ำดีและท่อน้ำดีงอกขยายขึ้น เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งท่อน้ำดีได้
5 อาการของโรคมะเร็งท่อน้ำดี
- ตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งเกิดจากการอุดตันของท่อน้ำดี
- อาการปวดท้องหลังทานอาหาร ปวดเสียดใต้ลิ้นปี่ หรือปวดบริเวณหลัง คืออาการของเส้นประสาทถูกก้อนมะเร็งลุกลาม
- มีไข้ เนื่องจากก้อนมะเร็งไปอุดตันที่ท่อน้ำดี ทำให้ภายในท่อน้ำดีเกิดอาการอักเสบ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเป็นไข้
- คันบริเวณผิวหนังทั่วร่างกาย
- มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น
วิธีการตรวจวินิจฉัยมะเร็งท่อน้ำดี
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ตรวจความผิดปกติของการทำงานของตับ
- การตรวจอัลตราซาวด์ตับและช่องท้องส่วนบน
- การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ CT Scan หรือ เอ็กซเรย์แม่เหล็ก (MRI + MRCP) เพื่อแสดงให้เห็นการขยายของท่อน้ำดี ตำแหน่งและขอบเขตที่ทางเดินน้ำดีที่ถูกอุดตัน และสามารถแสดงลักษณะกายวิภาคของท่อน้ำดีและก้อนเนื้องอกได้อย่างแม่นยำ
- การตรวจ ERCP: เพื่อให้เข้าใจสภาพทั้งหมดของทางเดินน้ำดี ทั้งยังสามารถเก็บน้ำดีและเซลล์ที่มะเร็งท่อน้ำดีปล่อยออกมาได้โดยตรง
แนวทางการรักษา
แพทย์จะทำการพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งขนาด ตำแหน่ง ลักษณะของเซลล์มะเร็ง ระยะโรคและการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง รวมไปถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย เพื่อทำการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีวิธีการรักษา ดังนี้…
- การผ่าตัดเนื้องอก เป็นวิธีการรักษามาตรฐานที่ได้ผลดีที่สุด..และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้
- การผ่าตัดระบายท่อน้ำดี ในผู้ป่วยที่คาดว่าจะผ่าตัดแต่พบระยะโรคไม่สามารถผ่าตัดออกได้ ควรได้รับการผ่าตัดระบายท่อน้ำดีเพื่อรักษาอาการคันและตัวเหลืองตาเหลือง
- การส่องกล้องตรวจรักษาท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography: ERCP) ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดเนื้องอกออกได้หรือผู้ป่วยไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้
- เคมีบำบัด/รังสีรักษา กรณีที่ผู้ป่วยผ่าตัดเอามะเร็งออกได้ไม่หมด หรือใช้ในการรักษาหลังผ่าตัด..เพื่อเพิ่มโอกาสการหายขาด
