ความผิดปกติในร่างกายคนเรานั้น สามารถแสดงออกมาให้เห็นได้จากหลายๆ ทาง ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามแต่ละโรค แต่สำหรับผู้หญิงนั้น ความผิดปกติของอวัยวะภายในผู้หญิง เป็นสิ่งที่น่าหวั่นกลัวไม่ใช่น้อย เพราะมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้หลายต่อหลายโรค แม้จะสังเกตจากเพียงแค่ความผิดปกติของประจำเดือนก็ตาม ทั้งนี้ หนึ่งในโรคที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้ามเมื่อเกิดความผิดปกติจากประจำเดือน ก็คือ “เนื้องอกรังไข่”
รังไข่ สำคัญมาก สำหรับ ผู้หญิง
พล.ร.ต.นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนรีเวช โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้อธิบายถึง หน้าที่และความสำคัญของ “รังไข่” ว่าเป็นอวัยวะที่มีเฉพาะในเพศหญิง มีลักษณะเป็นรูปไข่โดยปกติขนาด 2-3 ซม. (ประมาณไข่นกกระทา) อยู่ที่ปีกมดลูกทั้ง 2 ข้างมีหน้าที่สำคัญ 2 ประการคือ
- การผลิตไข่ เมื่อไข่ได้รับการผสมตัวจากเชื้ออสุจิ จะฝังตัวที่มดลูกเพื่อเจริญเป็นตัวอ่อนต่อไป หากไข่ไม่ได้รับการผสมตัว ไข่จะถูกขับออก
- ผลิตฮอร์โมน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเด็กหญิง เพื่อเข้าสู่วัยสาว เช่น หน้าอกโตขึ้น สะโพกผาย เสียงแหลม มีขนขึ้นบริเวณหัวหน่าวและรักแร้
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับอวัยวะเพศชาย รังไข่ ก็เหมือนกับ อัณฑะ ซึ่งแน่นอนว่ามีบทบาทหน้าที่ชัดเจนในช่วงตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยสาวเป็นต้นไป นั่นจึงทำให้ ตลอดช่วงระยะเวลาความสาวของผู้หญิงควรดูแล และหมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยง และลดความรุนแรงในการเกิดโรค
เนื้องอกรังไข่ มีกี่ชนิด?
เนื้องอกรังไข่แบ่งออกเป็น 3 ชนิด
- ถุงน้ำ (Cyst)เป็นเนื้องอก ที่มีลักษณะเป็นถุง ภายในบรรจุของเหลว น้ำ เนื้อเยื่อ
- เนื้องอกธรรมดาหรือชนิดไม่ร้ายแรง (Benign)
- เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง (Malignant)
ปัจจัยเสี่ยงของการเป็นมะเร็งรังไข่
สาเหตุของการเกิดยังไม่ทราบชัดเจนแต่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่
- กรรมพันธุ์ ประวัติการเป็นมะเร็งของยาย ป้า มารดา พี่สาว น้องสาว
- หญิงที่เลี้ยงบุตรด้วยนมตนเอง พบว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่า
- อายุเข้าสู่วัยทองหรือมากกว่า 55 ปีขึ้นไป
มีอาการอย่างไร เมื่อเป็นเนื้องอกรังไข่?
พล.ร.ต.นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนรีเวช โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้อธิบายถึงอาการของเนื้องอกรังไข่ชนิดที่ไม่ใช่เนื้อร้าย ไว้ ดังนี้
- มีความผิดปกติของประจำเดือน
- ปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากเนื้องอกอาจไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ
- ท้องผูก เนื่องจากเนื้องอกอาจไปกดเบียดลำไส้
- ท้องโตขึ้น
- ปวดท้องเฉียบพลัน อาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อน เมื่อเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นเกิดการแกว่งตัวบิดขั้ว แตกออก เกิดการตกเลือด ติดเชื้อ
- ท้องอืด เบื่ออาหาร
มะเร็งรังไข่ มีอาการอย่างไร?
สำหรับอาการที่ควรสงสัยว่าเป็นเนื้องอกรังไข่ชนิดเนื้อร้าย (มะเร็งรังไข่) นั้น พล.ร.ต.นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ ได้แนะนำ ให้สังเกตความผิดปกติ ดังต่อไปนี้
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลดเนื่องจากก้อนเนื้อโตเร็ว
- อาจพบภาวะท้องมาน(มีน้ำในช่องท้อง) จากการตรวจร่างกายหรืออัลตราซาวด์ เนื่องจากมีการกระจายของเซลล์มะเร็งไปอวัยวะอื่นๆ
- ผลการตรวจชิ้นเนื้อ สามารถจำแนกประเภทของเนื้องอกรังไข่ได้
ตรวจเนื้องอกรังไข่ ทำอย่างไร?
- แพทย์ซักประวัติ สอบถามอาการและตรวจร่างกายทั่วไป
- ตรวจโดยการคลำทางหน้าท้อง อาจพบก้อน
- ตรวจภายในหรือตรวจทางทวารหนัก
- ตรวจด้วยการอัลตราซาวด์ ผ่านทางหน้าท้องหรือช่องคลอด
- ตรวจโดยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
- ตรวจโดยการเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
แนวทางการรักษาเนื้องอกรังไข่
- กรณีแพทย์ตรวจวินิจฉัยแล้ว พบว่าเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงจะรักษาด้วยยาและเฝ้าติดตามอาการว่าเนื้องอกยุบลงหรือโตขึ้น อาจจะนัดอัลตราซาวด์เป็นระยะ
- กรณีแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งรังไข่ แพทย์จะผ่าตัดเนื้อร้ายออกให้มากที่สุดและรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา
- กรณีผ่าตัดเนื้องอกรังไข่ชนิดธรรมดา จะพิจารณาข้อบ่งชี้ คือ หากรักษาด้วยยาและติดตามการรักษาเป็นระยะแล้วก้อนไม่ยุบ โตขึ้นหรือมีภาวะแทรกซ้อนปวดเฉียบพลันจากการบิดขั้วของเนื้องอก มีการแตกของเนื้องอก มีเลือดออก แพทย์จะแนะนำให้ทำการผ่าตัด
ผ่าตัดเนื้องอกรังไข่ ทำอย่างไร?
สำหรับการรักษาเนื้องอกรังไข่ด้วยการผ่าตัดนั้น พล.ร.ต.นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนรีเวช โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้แนะนำว่าสามารถทำได้ด้วยกัน 2 วิธี ได้แก่
- การผ่าตัดแบบดั้งเดิม เป็นการผ่าเปิดแผลหน้าท้องยาวประมาณ 10 ซม.ซึ่งต้องใช้เวลาพักหลังผ่าตัดนาน มีแผลเป็น
- การผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เรียกว่า การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช (Gynecological Laparoscopic surgery) เหมาะสำหรับการผ่าตัดโรคทางนรีเวช เช่น โรคเนื้องอกรังไข่ ถุงน้ำรังไข่ ช็อกโกแลตซีสต์ เป็นต้น แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์เพราะอาจจะไปเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง
เครื่องมือผ่าตัดแบบพิเศษนี้ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่สำคัญดังนี้
- กล้องเล็กๆ มีเลนส์ขยายภาพต่อเข้าเครื่องรับสัญญาณแสดงภาพที่จอ
- แหล่งกำเนิดแสง ช่วยให้ภาพชัดเจน
- คีมหยิบจับเนื้อเยื่อ
- กรรไกรสำหรับตัดเนื้อเยื่อ เลาะพังผืด
- เครื่องจี้หยุดเลือด
- อุปกรณ์สำหรับเย็บ
อุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยในการผ่าตัดแบบส่องกล้องนี้ ออกแบบมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพของการใช้งานสูง
ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช
- แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก เจ็บแผลน้อย
- เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว
- หลังผ่าตัดส่วนใหญ่สามารถรับประทานอาหารได้ทันที
- นอนพักโรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน ซึ่งการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องจะใช้เวลาพักนานกว่า
ขั้นตอนการผ่าตัดแบบผ่านกล้องทางนรีเวช
วิสัญญีแพทย์จะวางยาสลบผู้ป่วย (General anesthesia) จากนั้นแพทย์จะเจาะรูหน้าท้องเป็นรูเล็กๆขนาด 0.5-1 ซม.ประมาณ 3-4 รูเพื่อเป็นช่องทางสำหรับใส่เครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กๆเข้าไป ระหว่างทำการผ่าตัด แพทย์และทีมงานจะสามารถเห็นอวัยวะภายในโดยดูผ่านจอภาพที่ส่งสัญญาณจากกล้องส่อง
ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดผ่านกล้อง
เนื่องจากแพทย์ต้องใส่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในช่องท้องผู้ป่วยเพื่อให้การผ่าตัดสะดวกมากขึ้น หลังผ่าตัดแพทย์จะดูดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากช่องท้องให้มากที่สุด อาจมีแก๊สนี้หลงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งแก๊สนี้จะไปดันกระบังลม จึงทำให้มีความรู้สึกปวดหน่วงๆ คล้ายปวดเมื่อยบริเวณไหล่ แต่อาการนี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน เนื่องจากร่างกายดูดซึมแก๊สให้หมดไปตามธรรมชาติ
ข้อจำกัดของการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช
- ในรายที่เป็นมะเร็งอาจจะไม่เหมาะกับการผ่าตัดผ่านกล้อง เนื่องจากเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ง่าย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และระยะของมะเร็งที่เป็น
- ในรายที่อาจมีปัญหาในการดมยาสลบ
ผ่าตัดเนื้องอกรังไข่ เตรียมตัวอย่างไรดี
เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด สิ่งที่ควรทำก็คือ การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สามารถแบ่งแนวทางการเตรียมตัวออกเป็น 2 ขั้นง่ายๆ คือ
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดโดยทั่วไป
- งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 6-8 ชม.
- ผู้ป่วยลงนามในหนังสือยินยอมผ่าตัด
การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด
- การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 24 ชม.จนกว่าแพทย์จะอนุญาตให้รับประทาน หากเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง โดยส่วนใหญ่สามารถรับประทานอาหารได้ทันที ทั้งนี้ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ด้วย
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์และการยกของหนักสักระยะ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณากำหนดระยะเวลาดังกล่าว
- ห้ามให้แผลเปียกน้ำ
- สามารถเดินออกกำลังกายได้
- รับประทานยาสม่ำเสมอตามคำสั่งแพทย์
- มาพบแพทย์ตามนัด
เนื่องจากเนื้องอกรังไข่ ทางการแพทย์ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด ฉะนั้นเราจึงควรลดปัจจัยเสี่ยง เช่น ควบคุมน้ำหนัก เลี้ยงลูกด้วยนมมารดา ออกกำลังกายเป็นประจำ สังเกตอาการผิดปกติต่างๆ ในรายที่ไม่มีอาการแต่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งรังไข่อาจคัดกรองได้จากการตรวจร่างกายประจำปี เช่น อัลตราซาวด์หรือการตรวจหาระดับสารมะเร็งรังไข่ในเลือด
พล. ร.ต. นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช
ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 1
