เมื่อพูดถึง “นิ่ว” คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงนิ่วในระบบไตหรือระบบปัสสาวะ แต่ยังมีนิ่วอีกชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นใน “ถุงน้ำดี” อวัยวะที่เราไม่ค่อยจะรู้จักนัก อาจเป็นเพราะโรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดีนั้นพบไม่มากเท่ากับโรคในอวัยวะภายในอื่นๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี วันนี้เราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับถุงน้ำดี และโรคนิ่วในถุงน้ำดี เผื่อวันใดวันหนึ่งเรามีอาการที่ใกล้เคียงจะได้รู้วิธีสังเกต
นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากอะไร?
นายแพทย์ หะสัน มูหาหมัด ศัลยแพทย์ทั่วไปโรคมะเร็งและผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยกล้อง โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้อธิบายให้เราเข้าใจง่ายๆ ดังนี้
“ถุงน้ำดี เป็นอวัยวะรูปวงรีคล้ายกับลูกแพร์ มีขนาดประมาณ 4 นิ้ว อยู่ใต้ตับ บริเวณส่วนบนขวาของช่องท้อง ถุงน้ำดีทำหน้าที่เหมือนอ่างเก็บน้ำแต่เป็นการเก็บกักน้ำดีจากตับเอาไว้เพื่อให้น้ำดีมีปริมาณเพียงพอและเข้มข้นขึ้น เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป ถุงน้ำดีก็จะบีบน้ำดีออกมาคลุกเคล้ากับอาหารเพื่อช่วยย่อยสารอาหารประเภทไขมัน แต่หากเรากินอาหารที่มีไขมันหรือคอเลสเตอรอลมากเกินไปและย่อยไม่หมดจนเกิดการสะสมในร่างกายรวมไปถึงสะสมในถุงน้ำดี ก็จะทำให้ส่วนประกอบทางเคมีของน้ำดีในถุงน้ำดีขาดสมดุล จึงเกิดการตกตะกอนเป็นผลึกของคอเลสเตอรอลและมีหินปูนที่เกิดจากสารแคลเซียมมาจับตัวร่วมด้วย เราเรียกตะกอนนี้ว่า ‘นิ่วในถุงน้ำดี’ ซึ่งตะกอนนี้อาจจะเป็นตะกอนเล็กๆ หลายก้อน หรือก้อนใหญ่ก้อนเดียวก็ได้”
เมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดีจะมีอาการอย่างไร?
มีคนจำนวนมากที่มีนิ่วในถุงน้ำดี แต่ไม่มีอาการอะไรและไม่รู้ตัวว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี ต่อเมื่อได้รับการรักษาจากโรคอื่นๆ แล้วแพทย์ตรวจพบว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี แพทย์จะวินิจฉัยว่าควรรักษาด้วยวิธีใดหรือไม่จำเป็นต้องรักษา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการและสุขภาพของผู้ป่วย
โดยทั่วไปแล้ว อาการเริ่มแรกของโรคนิ่วในถุงน้ำดี ผู้ป่วยจะปวดท้อง แน่นท้อง แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักคิดว่าเกิดจากอาหารไม่ย่อยหรือกินอิ่มเกินไป การสังเกตอาการให้แน่ชัด ควรดูว่า อาการท้องอืด แน่นท้อง ปวดเสียดท้อง มักจะปวดบริเวณใต้ชายโครงหรือลิ้นปี่ มีปวดร้าวไปสะบักขวาหรือที่หลัง โดยจะปวดหลังรับประทานอาหารมันๆ ถ้าเป็นในลักษณะนี้ก็มีโอกาสที่จะเป็นนิ่วในถุงน้ำดี อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้จะเป็นอยู่นานหลายชั่วโมง และมักจะหายไปนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน แล้วจึงกลับมาเป็นใหม่ แต่หากเป็นโรคถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน มักมีอาการปวดท้องบริเวณชายโครงด้านขวา กดเจ็บ มีไข้ และคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์
เมื่อสงสัยว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดี จะมีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยโรคอย่างไร?
นายแพทย์ หะสัน มูหาหมัด อธิบายขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยโรค เป็นลำดับขั้นดังนี้
- เริ่มจากการซักประวัติ อาการ ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยควรจดจำอาการและระยะเวลาที่เป็นเพื่อแจ้งให้หมอทราบ ข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยให้การวินิจฉัยโรคร่วมกับการตรวจได้ผลที่แม่นยำขึ้น
- แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับว่ามีการติดเชื้อ หรือมีตับอ่อนอักเสบร่วมด้วยหรือไม่
- เมื่อแพทย์สงสัยว่าจะเป็นนิ่วในถุงน้ำดี แพทย์จะทำการอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน จะทำให้ทราบผลได้ชัดเจน
- หากแพทย์สงสัยว่าอาจจะมีนิ่วหลุดไปในท่อน้ำดีด้วย แพทย์จะทำการส่องกล้องตรวจท่อทางเดินน้ำดี เพื่อเอกซเรย์ดูว่าในท่อน้ำดีมีนิ่วหรือไม่ ถ้ามีอาจจะรักษาด้วยวิธีการคล้องนิ่วในท่อน้ำดีออก
เมื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรคแล้ว แพทย์จะอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจโรคและทางเลือกในการรักษาด้วยวิธีต่างๆ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
