ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษสูงในปัจจุบัน ส่งผลให้แนวโน้มผู้ป่วย ‘โรคปอด’ มีแต่จะเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็งปอด โรคลมรั่วในปอด และโรคปอดชนิดอื่นๆ ซึ่งในผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด โดย ‘การผ่าตัดปอด’ นั้น ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นมาก ส่งผลให้การผ่าตัดปอดไม่ได้น่ากลัวเหมือนในอดีต
ทั้งนี้ ผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคปอดและทรวงอกและเชี่ยวชาญด้านผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวว่า…
“ในยุคเริ่มต้นของการผ่าตัดปอดนั้น จะเป็นการผ่าตัดโดยการเปิดช่องอก ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องตัดกล้ามเนื้อหลายมัด และถ่างขยายกระดูกซี่โครงเพื่อเข้าไปทำการผ่าตัด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน และมีอาการปวดเรื้อรังหลังการผ่าตัดค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันการผ่าตัดปอดมีการพัฒนาขึ้นมาก โดยเฉพาะการผ่าตัดส่องกล้องที่ทำให้การผ่าตัดปอดนั้นเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัย โดยในผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว โอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงนั้นมีน้อยกว่าการผ่าตัดในอดีตมาก คือมีเพียงแค่ราว 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น”
หลังผ่าตัดปอด…ชีวิตจะกลับมาเป็นปกติไหม?
ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดปอดส่วนมากมักจะกังวล เนื่องจากกลัวว่าหลังผ่าตัด จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหรือไม่ หายใจได้เหมือนเดิมหรือเปล่า? ดังนั้นก่อนทำการผ่าตัดปอดทุกครั้ง แพทย์จะให้มี การประเมินสมรรถภาพปอด (Pulmonary function test) ว่าผู้ป่วยสามารถทนต่อการผ่าตัดได้หรือไม่ ในกรณีที่สมรรถภาพปอดไม่เพียงพอ ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีอื่นแทน ซึ่งนอกจากจะทำการตรวจประเมินสมรรถภาพปอดแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องได้รับการตรวจหาโรคอื่นๆ ร่วมด้วย โดยเฉพาะโรคที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัดปอด เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคเส้นหลอดเลือดหัวใจตีบ
ผ่าตัดปอดแล้ว…ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?
การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดปอดนั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จำเป็นต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 2-3 วันหลังการผ่าตัด หรือในรายที่มีโรคร่วมอาจนานกว่านั้น โดยหัวใจสำคัญของการฟื้นตัว คือการฝึกบริหารปอดโดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Incentive Spirometry เพื่อป้องกันปอดแฟ่บหรือขยายไม่เต็มที่หลังการผ่าตัด หลักการของอุปกรณ์ชนิดนี้ คือ การกระตุ้นให้ผู้ป่วยสามารถสูดหายใจเข้าแรงๆ จนลูกบอลลอยขึ้นสูงสุดและค้างไว้นานที่สุด เพื่อที่จะให้ได้ปริมาตรของอากาศเข้าสู่ปอดได้อย่างเต็มที่และเป็นระยะเวลานานที่สุด ทั้งนี้หลังจากการผ่าตัด ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการไอหรือระคายเคือง หรือมีอาการเจ็บแปลบบริเวณชายโครงที่ผ่าตัด ซึ่งเกิดจากปลายประสาทอักเสบ แต่ส่วนมากอาการจะดีขึ้นตามลำดับภายใน 2-3 เดือน
กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังผ่าตัดปอด
เมื่อผู้ป่วยกลับบ้าน โดยส่วนมากจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เช่น เดินเข้าห้องน้ำหรือทำงานบ้านต่างๆ ได้เอง เมื่อคล่องขึ้นก็จะสามารถทำกิจวัตรต่างๆ นอกบ้านได้ ส่วนการออกกำลังกายจะทำได้ใกล้เคียงเดิมหลังพ้นช่วงฟื้นตัวไปแล้ว นอกจากนี้ แพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหลีกเลี่ยงการขึ้นเครื่องบินหรือดำน้ำลึกประมาณ 1-2 เดือน ส่วนอาหารนั้นสามารถรับประทานได้ทุกอย่าง ยกเว้นอาหารที่เป็นข้อห้ามในโรคอื่นๆ ที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ และควรรับประทานให้เพียงพอเพื่อการฟื้นตัวที่ดี
สำหรับผู้ที่มี ‘ความเสี่ยงโรคปอด’ หรือรู้สึกมีอาการผิดปกติที่น่าสงสัย อย่าละเลยหรือปล่อยทิ้งไว้จนอาการลุกลามกลายเป็น โรคปอดที่รุนแรงหรือเป็นมะเร็งปอดในระยะลุกลาม ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจหาโรค และวางแนวทางการรักษาอย่างทันท่วงที
ผศ. นพ. ศิระ เลาหทัย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและทรวงอก
ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท 1
