โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) คือสาเหตุอันดับหนึ่งของภาวะสมองเสื่อม ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ป่วยจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โรคนี้เกิดจากการสะสมของโปรตีนร้ายที่เรียกว่า ‘อมิลอยด์’ และ ‘ทาว’ ในเนื้อสมอง จนทำให้เซลล์สมองตายและส่งผลให้ความสามารถของสมองค่อยๆ ถดถอยลง
5 สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่ควรพาผู้สูงอายุมาพบแพทย์
หากคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการเหล่านี้ อาจไม่ใช่แค่การหลงลืมตามวัย แต่เป็นสัญญาณของอัลไซเมอร์:
- ลืมง่าย ความจำลดลง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น 2-3 วันก่อน หรือถามคำถามเดิมซ้ำๆ
- คิดช้า สมาธิสั้น จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้น้อยลง
- ตัดสินใจแย่ลง แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันไม่ได้เหมือนเดิม
- สับสนเรื่องทิศทางและภาษา หลงทาง พูดติดขัด นึกคำไม่ออก
- พฤติกรรมเปลี่ยนไป หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า หรือเริ่มแยกตัวจากสังคม
นวัตกรรมการตรวจวินิจฉัย รู้ก่อน ป้องกันได้
ปัจจุบันศาสตร์การแพทย์ก้าวหน้าไปมาก เราสามารถวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ได้ตั้งแต่ “ยังไม่มีอาการ” หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ด้วยวิธีดังนี้
- การตรวจเลือด (Blood Test) เพื่อหาโปรตีนอมิลอยด์และทาว ซึ่งสะดวกและมีค่าใช้จ่ายต่ำ
- การตรวจภาพถ่ายสมอง (MRI / PET Scan) เพื่อดูความผิดปกติของเนื้อสมองอย่างละเอียด
- การตรวจน้ำไขสันหลัง เพื่อวิเคราะห์ระดับโปรตีนอย่างแม่นยำ
- แบบทดสอบสมอง ประเมินความสามารถทางการคิดและจดจำโดยแพทย์เฉพาะทาง
แนวทางการรักษาและการชะลอโรค
แม้ปัจจุบันจะยังรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่การ “รู้เร็ว รักษาไว” ช่วยชะลอความถดถอยได้
- การใช้ยา ยาจะช่วยปรับสารสื่อประสาทเพื่อให้สมองถดถอยช้าลง และในปี 2025-2026 ประเทศไทยจะมี ยากลุ่มใหม่ (Anti Amyloid Antibody) ที่ช่วยกำจัดโปรตีนร้ายในสมองได้โดยตรง
- การรักษาโดยไม่ใช้ยา เช่น การฝึกสมองด้วยคอมพิวเตอร์, ศิลปะบำบัด, ดนตรีบำบัด และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
