"โรคลมชัก" ไม่ได้มีแค่ชักเกร็ง! สังเกต 3 สัญญาณเตือนภัยเงียบจากความผิดปกติของสมอง

Image

แชร์


คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า โรคลมชัก ต้องมีอาการชักเกร็งกระตุกทั้งตัวหรือหมดสติเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้าในสมอง ซึ่งสามารถแสดงอาการออกมาได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าความผิดปกตินั้นเกิดขึ้นที่สมองส่วนใด  

 

อาการชักที่คนส่วนใหญ่มัก “ไม่รู้” 

บางครั้งอาการชักอาจดูเหมือนพฤติกรรมแปลกๆ ทั่วไป จนทำให้คนรอบข้างมองข้าม เช่น: 

  • อาการทางพฤติกรรม: เหม่อนิ่งเคี้ยวปากส่งเสียงร้องแปลกๆ  
  • อาการทางกายภาพ: มือขยำไปมามือหยิบจับสิ่งของอย่างไร้จุดหมาย  
  • ชักแบบยังมีสติ: ผู้ป่วยบางรายอาจชักเฉพาะส่วน เช่น มือเกร็งแน่นเองโดยควบคุมไม่ได้ แต่ยังสามารถพูดคุยตอบโต้ได้ตามปกติ  

 

จุดสังเกต: แบบไหนคือ “อาการชัก” แน่นอน? 

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ให้ลองเช็กจาก ลักษณะเด่นนี้: 

  1. ควบคุมไม่ได้: ร่างกายเคลื่อนไหวผิดปกติเอง เช่น แขนขาเกร็ง หน้าเบี้ยว คอบิด หรือส่งเสียงแปลกๆ โดยที่ไม่สามารถสั่งให้หยุดได้  
  2. เป็นรูปแบบเดิมซ้ำๆ (Stereotype): อาการมักจะเหมือนเดิมทุกครั้ง เช่น ถ้าเริ่มที่มือขวาเกร็ง ครั้งต่อไปก็จะเป็นที่มือขวาเหมือนเดิม ไม่ย้ายข้างหรือเปลี่ยนรูปแบบไปมา  
  3. ระยะเวลาสั้นและหายเองได้: อาการชักส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นสั้นๆ ตั้งแต่ 10 วินาที ถึง นาที และสามารถหายได้เอง  

 

การวินิจฉัยและรักษา: ทำไมต้องรีบพบแพทย์? 

อาการชักอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่อันตรายกว่า เช่น เนื้องอกในสมอง การตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วจะช่วยให้รักษาได้ตรงจุด: 

  • การตรวจ MRI: เพื่อหาความผิดปกติทางโครงสร้างหรือก้อนเนื้อในสมอง  
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG): เพื่อตรวจจับคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติในขณะชัก  
  • แนวทางการรักษา: เริ่มจากการใช้ยากันชัก หรือหากพบสาเหตุเฉพาะ เช่น เนื้องอก แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตปกติได้  

 

เพราะอาการชักไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง หากคุณพบอาการผิดปกติที่น่าสงสัย สามารถเข้ารับคำปรึกษาเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง 

 

 นพ. ชาคริต สุทธิเสวันต์ 

แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทวิทยา 

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 1

Loading...

แชร์


Loading...