โรคตับ ภัยเงียบที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด!
โรคตับเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย และเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย โดยเฉพาะ ไขมันพอกตับ (Fatty Liver) ซึ่งเป็นภาวะที่ตับมีไขมันสะสมเกิน 5% ของน้ำหนักตับ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาจพัฒนาไปสู่ ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง (Liver Cirrhosis) และในที่สุดอาจกลายเป็น มะเร็งตับ (Liver Cancer) ได้
สิ่งที่ทำให้โรคตับอันตรายคือ ระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงไม่รู้ตัวว่ากำลังมีปัญหา จนกว่าจะเข้าสู่ระยะรุนแรง การตรวจคัดกรองสุขภาพตับจึงเป็นวิธีที่ช่วย “รู้ก่อน ป้องกันได้ก่อน”
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคตับ
- พฤติกรรมการรับประทานอาหาร – การบริโภคอาหารมันจัด หวานจัด และแคลอรีสูง ทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ
- โรคอ้วนและไขมันในเลือดสูง – ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายเกินมาตรฐาน มีโอกาสเกิดภาวะไขมันพอกตับมากกว่าคนทั่วไป
- การดื่มแอลกอฮอล์ – การดื่มสุราในปริมาณมากและต่อเนื่องเป็นสาเหตุหลักของตับแข็ง
- โรคเบาหวาน – ภาวะดื้อต่ออินซูลินมีผลต่อการสะสมไขมันในตับ
- การใช้ยาหรือสมุนไพรต่อเนื่อง – ยาบางชนิดและสมุนไพรหากใช้เป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อตับ
- การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี – เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง และตับแข็ง
อาการที่ควรเฝ้าระวัง
ผู้ที่มีปัญหาโรคตับในระยะแรก มักไม่ค่อยแสดงอาการชัดเจน แต่หากโรคเริ่มพัฒนา อาจมีอาการ ดังนี้
- เหนื่อย อ่อนเพลีย
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- แน่นท้อง ท้องอืด
- ตัวเหลือง ตาเหลือง (ภาวะดีซ่าน)
- ท้องบวม มีน้ำในช่องท้อง
- เลือดออกหรือฟกช้ำง่าย
การสังเกตอาการเหล่านี้อาจช่วยให้รู้ตัว แต่ทางที่ดีคือควรตรวจสุขภาพตับเป็นประจำ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง
ภาวะแทรกซ้อนของโรคตับ
- ตับแข็ง: ภาวะที่เซลล์ตับถูกทำลายและถูกแทนที่ด้วยพังผืด ทำให้ตับเสื่อมการทำงาน
- ภาวะเส้นเลือดโป่งพองในหลอดอาหาร: เสี่ยงต่อการแตกและมีเลือดออกมาก
- มะเร็งตับ: ภาวะร้ายแรงที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปล่อยให้ตับอักเสบและตับแข็งเรื้อรัง
การตรวจตับด้วยเทคโนโลยี Transient Elastography
เทคโนโลยีนี้ใช้หลักการคล้ายอัลตราซาวด์ โดยจะส่งคลื่นไปประเมิน “ความแข็งของตับ” และ “ปริมาณไขมันที่สะสม” ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคตับเรื้อรังได้อย่างแม่นยำ
ข้อดีของการตรวจ
- รวดเร็ว สะดวก ทราบผลทันที
- ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
- ไม่เจ็บปวด สามารถตรวจซ้ำเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงได้
การเตรียมตัวก่อนตรวจ
- งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง
กลุ่มที่ไม่ควรตรวจ
- ผู้ที่ติดเครื่องมือแพทย์ในร่างกาย เช่น Pacemaker
- ผู้ที่มีภาวะท้องมาน
- หญิงตั้งครรภ์
ใครบ้างที่ควรตรวจตับ?
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งตับ
- ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี
- ผู้ป่วยโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- ผู้ที่ใช้ยาและสมุนไพรต่อเนื่อง
แนวทางการดูแลและป้องกันโรคตับ
- รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดของทอด ของมัน และหวานจัด
- ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะการตรวจตับในกลุ่มเสี่ยง
ตรวจสุขภาพตับวันนี้ เพื่อป้องกันอนาคต
โรคตับเป็น ภัยเงียบ ที่อาจไม่แสดงอาการจนกว่าจะเข้าสู่ระยะอันตราย หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ แพทย์สามารถวางแผนการรักษาและป้องกันไม่ให้ลุกลามไปสู่ภาวะรุนแรง เช่น ตับแข็งหรือมะเร็งตับได้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
อาคาร 1 ชั้น 3 โรงพยาบาลพญาไท 1
โทร. 02-201-4600 ต่อ 2176
