ผ่าตัดเนื้องอกต่อมน้ำลายกับภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
ต่อมน้ำลายพาโรติดหรือ Parotid Gland เป็น 1 ใน 3 ของต่อมน้ำลายขนาดใหญ่ ซึ่งจะอยู่บริเวณใต้กกหูทั้งสองข้าง ภายในเนื้อของต่อมน้ำลายพาโรติดจะมีเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ซึ่งทำหน้าที่คอยควบคุมการขยับของใบหน้าอยู่ด้วย ดังนั้น การผ่าตัดเนื้องอกต่อมน้ำลายหรือเนื้องอกในบริเวณนี้จะมีความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่ต้องระวัง ซึ่งก็คือ การเกิดภาวะใบหน้าเป็นอัมพาตครึ่งซีกหลังผ่าตัด
วิธีผ่าตัดต่อมน้ำลายพาโรติด
การผ่าตัดต่อมน้ำลายพาโรติดมีมากมายหลายวิธี ส่วนการจะเลือกวิธีใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของเนื้องอก เช่น ถ้าเนื้องอกอยู่บริเวณต่อมน้ำลายพาโรติดส่วนนอก การผ่าตัดที่ถือเป็นมาตรฐาน ก็คือการผ่าตัดเอาต่อมน้ำลายพาโรติดส่วนนอกออกทั้งหมด (Superficial Parotidectomy) ซึ่งวิธีนี้จะมีความเสี่ยงในการเกิดใบหน้าเป็นอัมพาตอยู่ในช่วง 5-15%
การผ่าตัดต่อมน้ำลายพาโรติดเพียงบางส่วนด้วยวิธี Conservative parotidectomy
ในปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยพบว่า ไม่จำเป็นจะต้องตัดเนื้อของต่อมน้ำลายพาโรติดที่ปกติออกไปทั้งหมด จึงได้มีการคิดค้น การผ่าตัดวิธีใหม่ ที่เรียกว่า Conservative parotidectomy ซึ่งผลและข้อดีของการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ คือ
- ยังคงให้ผลการรักษาและโอกาสหายจากโรคที่เท่ากันกับการผ่าตัดแบบมาตรฐานดั้งเดิม แต่มีภาวะแทรกซ้อนที่น้อยกว่า ลดโอกาสเกิดใบหน้าเป็นอัมพาตได้มากกว่า
- มีแผลเป็นจากการผ่าตัดที่สั้น และสามารถซ่อนแผลได้ดีกว่า
- รูปหน้าบริเวณด้านข้างจะบุ๋มน้อยกว่า
ทั้งนี้ หากใช้การผ่าตัดวิธีนี้ร่วมกับการทำ nerve monitoring ในระหว่างผ่าตัด จะทำให้โอกาสการเกิดใบหน้าเป็นอัมพาตลดลงมาเหลือน้อยกว่า 5% เลยทีเดียว
ทุกครั้งที่มีการสำรวจหรือลูบคลำใบหน้า หากคลำพบก้อนที่บริเวณหน้าหู ขออย่านิ่งนอนใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดว่าเกิดจากสาเหตุใด เพราะหากเป็นเนื้องอกที่มีขนาดเล็ก การผ่าตัดก็จะทำได้ง่ายกว่าการปล่อยจนก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ รวมถึงความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดก้อนเนื้องอกขนาดเล็กก็จะมีน้อยกว่าด้วย
นพ.วิศรุต สามัคคีธรรม
ศัลยแพทย์การผ่าตัดไทรอยด์และโรคมะเร็งศีรษะ และลำคอ
โรงพยาบาลพญาไท 1
