อย่าอาย...ถ้าคุณเป็นริดสีดวงทวาร

Image

แชร์


รู้หรือไม่…ทวารหนักของเรามีเนื้อเยื่อที่เป็น “เบาะรอง” ช่วยในการขยายตัวของทวารหนักเวลาขับถ่าย และช่วยให้รูทวารหนักปิดสนิท หากเบาะรองมีการห้อยลงมาต่ำกว่าปกติ โป่งพองไม่ยุบหลังจากถ่ายหนักเสร็จ จนมีเลือดออก ให้พิจารณาได้เลยว่าคุณอาจเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก โดยที่เราสามารถแบ่งอาการของโรคริดสีดวงทวารหนักได้เป็น 4 ระดับด้วยกันคือ ระดับที่ 1 มีเลือดออกเวลาถ่ายหนัก แต่ไม่มีก้อนยื่นออกมา, ระดับที่ 2 มีก้อนเลื่อนหรือยื่นออกมา แต่จะหดกลับได้เอง, ระดับที่ 3 ก้อนยื่นออกมาต้องใช้นิ้วช่วยดันจึงจะกลับที่ได้ และ ระดับที่ 4 ก้อนริดสีดวงอยู่ภายนอกตลอด ดันกลับเข้าไปไม่ได้ ถ้าอาการอยู่ในระดับนี้ต้องรีบพบหมอโดยด่วน ก่อนที่ก้อนเนื้อจะเน่าจากการขาดเลือด

อาการริดสีดวงทั่วไปที่สังเกตได้

  • มีเลือดออกหลังจากถ่ายหนัก
  • มีก้อนยื่นออกมาขณะถ่ายหนัก
  • ทวารหนักเปียกแฉะ คันรอบๆ ปากทวารหนัก
  • มีการอักเสบของริดสีดวง และเจ็บบริเวณทวารหนัก
  • คลำพบก้อนบริเวณทวารหนัก

ปัจจัยที่ทำให้เกิดริดสีดวง

โดยส่วนใหญ่แล้วปัจจัยที่ทำให้เกิดริดสีดวงนั้นเกิดจากพฤติกรรมของเรา เช่น การไม่ทานอาหารที่มีไฟเบอร์ ทำให้เกิดอาการท้องผูก ต้องเบ่งเวลาถ่ายหนัก ทำให้เบาะรองถูกดันเลื่อนลงมา หรือเมื่อเราถ่ายหนัก ชอบเบ่งเพื่อถ่ายให้หมด แม้แต่การนั่งถ่ายนานๆ อ่านหนังสือพิมพ์ขณะถ่ายหนัก เป็นต้น ก็มีส่วนที่ทำให้เบาะรองเลื่อนลงมาได้เช่นกัน หรืออาจจะเกิดจากสภาพร่างกายเราก็ได้เช่น หญิงตั้งครรภ์จะมีภาวะฮอร์โมนเปลี่ยน มดลูกโตขึ้นทำให้ถ่ายลำบาก โรคตับแข็งทำให้เลือดดำไหลเข้าไม่ได้ เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง หรือเมื่อมีอายุมากขึ้นกล้ามเนื้อหย่อนยาน จนเบาะรองเลื่อนลงมายื่นออกจากทวารหนักก็ได้

การรักษาริดสีดวง

การรักษาริดสีดวงทวารหนักนั้นจะรักษาตามอาการหรือระดับที่เป็น อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหมอด้วย บางคนอาจเพียงแค่ปรับพฤติกรรม เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดริดสีดวง หรืออาจจะต้องทำการรักษาแบบศัลยกรรมผ่าตัดริดสีดวง

 

ในระยะแรกที่อาการยังไม่รุนแรงนัก อาการอยู่ในระดับที่ 1 หรือ 2 การรักษาอาจเป็นเพียงแค่รักษาระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ ไม่ให้มีการท้องผูก ทานอาหารจำพวกผักและผลไม้ ที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่าย ทั้งการนั่งและการเบ่ง ถ้าไม่ออกให้ใช้ยาระบายอ่อนเพิ่มเช่น MOM (Milk of Mageria) หรืออาจให้ยากินร่วมเพื่อให้เลือดหยุด

 

ในระยะที่อาการรุนแรง อาการอยู่ในระดับที่ 3 หรือ 4 จะรักษาด้วยการผ่าตัดเป็นวิธีที่ดีที่สุด ปัจจุบันการผ่าตัดมีด้วยกัน 4 วิธีคือ
  1. ใช้ยางรัดริดสีดวงหลายตำแหน่งพร้อมๆ กัน เป็นการผ่าตัดเล็ก เจ็บน้อยที่สุด พักฟื้นเร็ว แต่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
  2. เย็บผูกริดสีดวง เจ็บน้อย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หลังทำพักฟื้นเพียงแค่ 2-3 วัน แต่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เช่นกัน
  3. การผ่าตัดออกแบบปกติ ผลการรักษาจะขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของหมอที่ผ่าตัด มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำน้อยที่สุด เปรียบเหมือนทำศัลยกรรมตกแต่งบริเวณทวารหนัก
  4. การผ่าตัดใช้เครื่องมือผ่าตัดแล้วเย็บอัตโนมัติ ทำให้ริดสีดวงทุกหัวถูกเย็บกลับเข้าไปที่เดิม ไม่มีแผลบริเวณรอบนอกรูทวาร เป็นการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพดี เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดปกติ ไม่ต้องพักฟื้นนาน เวลาถ่ายหนักครั้งแรกจะไม่เจ็บเพิ่มมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตามเรามักพบริดสีดวงทวารทั้งภายใน ภายนอก และแผลขอบทวารหนักรวมๆ กัน การจะรักษาให้หายนั้นจะต้องอาศัยความชำนาญและเชี่ยวชาญของหมอ รวมถึงความร่วมมือและการบอกเล่าอาการของผู้ป่วย เพราะผู้ป่วยมักจะอาย กลัวเจ็บและไม่ยอมมาตรวจ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า… การตรวจริดสีดวงนั้นจะมีที่เฉพาะในการตรวจ มีผ้าปิด อีกทั้งหมอจะแนะนำวิธีการปฏิบัติและดูแลผู้ป่วยอย่างดีและถูกต้อง และผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงทวารประมาณร้อยละ 80-90 ไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ดังนั้นการมาพบหมอทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนักแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การรักษาเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและดีต่อตัวผู้ป่วยเอง

 

นพ. ธีรสันติ์ ตันติเตมิท
ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
ศูนย์โรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลพญาไท 2
Loading...

แชร์


Loading...