ปวดหัวเรื้อรัง...คุณเป็นโรคนี้อยู่หรือเปล่า

Image

แชร์


ปวดหัวเรื้อรัง…คุณเป็นโรคนี้อยู่หรือเปล่า?

เคยสังเกตตัวเองไหมว่า เรามีอาการปวดหัวเรื้อรังบ้างหรือป่าว บางคนปวดหัวเป็นๆ หายๆ นานเข้าก็ไม่หาย คือเป็นบ่อยขึ้น และเป็นมาหลายปี พอกินยาแล้วก็หาย แต่อีกไม่นานก็กลับปวดหัวใหม่ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบางคนถึงขนาดกลัวว่าจะเป็นโรคมะเร็งสมอง ดังนั้นเราควรมาทำความรู้จักกันก่อนว่า อาการปวดหัวเรื้อรังนั้นเป็นอย่างไร และปวดหัวแบบไหนที่เป็นอันตราย

 

ทำไมถึงปวดหัวเรื้อรังได้… ไม่หายสักที

ปวดหัวเรื้อรัง คือ อาการปวดหัวมากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน ที่อาจเกิดจากความเครียด เช่น เมื่อเกิดความเครียดจากการทำงานจะทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวจนปวดหัว หรืออาจเป็นไมเกรน การกินยาแก้ปวดเกินขนาด รวมถึงใช้ยาแก้ปวดไม่ถูกต้อง ทำให้มีอาการปวดหัวเรื้อรังมากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ไซนัสอักเสบ เนื้องอกในสมอง เป็นต้น

 

อาการปวดหัวเรื้อรัง มีกี่ประเภท?

อาการหลักๆ ของการปวดหัวเรื้อรังแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามความรุนแรงคือ

1. ปวดเรื้อรังแบบเป็นอันตราย

เช่น เส้นเลือดสมองโป่งพอง ความดันโลหิตสูง

2. ปวดเรื้อรังแบบไม่เป็นอันตราย แต่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

เช่น ความเครียดจากเรื่องต่างๆ การใช้ความคิดและการนั่งทำงานนานๆ แสงสว่างไม่พอ เกิดความตึงของกล้ามเนื้อ อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย แม้ว่าอาการปวดหัวเรื้อรังจะรักษาไม่หายขาด แต่สามารถป้องกันและทำให้บรรเทาลงได้ ซึ่งบางคนอาจคิดว่าแค่ซื้อยามาทานก็หายได้ หรือไปนวดก็ได้ แต่ความจริงแล้ว การปวดหัวเรื้อรังนี้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาเองโดยไม่ปรึกษาหมอ เช่น การติดยา การใช้ยาเกินขนาดจนส่งผลต่อตับและไต การนวดที่รุนแรงอาจทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเลือดบาดเจ็บ เป็นต้น

 

อาการปวดหัวแบบนี้แหละ… ควรไปหาหมอ!

  • ปวดหัวรุนแรงขึ้นทันทีทันใด
  • ปวดหัวร่วมกับมีไข้ และคอแข็ง
  • ปวดหัวร่วมกับอาการทางระบบประสาทผิดปกติ เช่น แขนขาอ่อนแรง สับสน มีบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไป เป็นต้น
  • ปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ ทานยาแล้วไม่หาย

 

ปวดหัวเรื้อรังรักษาได้ไหม?

การรักษาอาการปวดหัวเรื้อรังก็จะแบ่งตามความรุนแรง หากพบว่าปวดหัวเรื้อรังในลักษณะที่ไม่ก่ออันตราย หมอจะให้ยาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อหรือคลายเครียด และแนะนำวิธีการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ถ้าในกรณีที่ปวดหัวเรื้อรังที่ก่อให้เกิดอันตรายจะต้องพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเข้ารับการรักษาตามโรคนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกสมอง ความดันโลหิตสูง

 

ดูแลตัวเองให้ดี ป้องกันและลดการปวดหัวได้ดีที่สุด

เราควรหมั่นสังเกตตัวเอง ว่าอะไรคือสิ่งกระตุ้นให้เราเกิดอาการปวดหัว เพราะแต่ละคนจะตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นไม่เหมือนกัน เมื่อเรารู้แล้ว ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่างๆ เหล่านั้น รวมถึงดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการ ดังนี้
  • ทานยาแก้ปวดเท่าที่จำเป็นคือ ทาน Paracetamal (500mg) 1-2 เม็ด ห่างกัน 4-6 ชั่วโมง และไม่ควรทานเกิน 3 วัน หากไม่หายควรไปหาหมอ
  • ไม่ควรรักษาอาการปวดหัวด้วยการนวดที่รุนแรง
  • ปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม เช่น หากทำงานออฟฟิศควรปรับเก้าอี้หรือโต๊ะทำงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสรีระ จัดแสงสว่างให้พอดี เป็นต้น
  • ตรวจสายตาเป็นประจำ หากสายตาผิดปกติควรสวมแว่นสายตา
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดชา กาแฟ บุหรี่ แอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือสิ่งกระตุ้นที่ก่อให้เกิดความเครียด
Loading...

แชร์


Loading...