ฉีด Botulinum Toxin ไม่ใช่แค่เพื่อความงาม แต่ป้องกันปวดศีรษะไมเกรนได้

Image

แชร์


ฉีด Botulinum Toxin ไม่ใช่แค่เพื่อความงาม แต่ป้องกันปวดศีรษะไมเกรนได้

“ไมเกรน” เป็นอาการปวดศีรษะที่พบได้บ่อยและนับว่าเป็นอาการปวดศีรษะที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะพบได้ในคนทุกเพศทุกวัยแล้ว บางคนอาจมีอาการปวดบ่อยครั้งขึ้น รุนแรงขึ้น และยาวนานขึ้น จนกลายเป็นอาการ “ปวดหัวเรื้อรัง” ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น นอนไม่หลับ ขับรถหรือทำงานไม่ได้ ซึ่งในปัจจุบัน มีการนำเทคนิคการฉีดโบท็อกซ์มาใช้ในการป้องกันอาการไมเกรน ช่วยให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในชีวิตเพิ่มมากขึ้น

ลักษณะอาการปวดศีรษะ…ที่เรียกว่า “ปวดศีรษะไมเกรน”

ปวดศีรษะไมเกรน เป็นโรคปวดศีรษะที่พบได้บ่อย และมักได้รับการวินิจฉัยที่ผิดพลาด โดยโรคปวดศีรษะไมเกรนนี้มักพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทำงาน ลักษณะการปวดมักทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก ซึ่งอาการปวดดังกล่าวจะแย่ลงได้จากสิ่งกระตุ้นภายนอก ทั้งแสง เสียง หรือกลิ่น ผู้ป่วยบางรายมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ไมเกรนส่วนใหญ่มักจะปวดนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไป ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดนานถึง 3 วัน

ไม่อยากต้องทนปวดศีรษะไมเกรน Botulinum Toxin ช่วยคุณได้!

การป้องกันการปวดศีรษะไมเกรนมีมากมายหลายวิธี เช่น การหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น การรับประทานยาป้องกัน การออกกำลังกาย การฉีดยาลดการทำงานของเส้นประสาท รวมไปถึงทางเลือกใหม่ อย่าง การฉีดยารักษาไมเกรนด้วย Botulinum Toxin หนึ่งในเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านความงามที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี

แล้วใครบ้างที่ควรป้องกันไมเกรนด้วยการฉีดโบท็อกซ์

สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นที่ต้องได้รับการป้องกันการปวดศีรษะไมเกรนมีหลายกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะรุนแรง ปวดศีรษะบ่อย ปวดศีรษะโดยที่รับประทานยาแก้ปวดไม่หาย ปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป โดยการป้องกันไมเกรนนี้ จะทำให้ความถี่ รวมถึงความรุนแรงของการปวดศีรษะลดน้อยลง เนื่องจากไปออกฤทธิ์ที่เส้นประสาท

โดยโบท็อกซ์ที่ใช้ในการรักษาไมเกรนนั้นจะเป็นโบท็อกซ์ชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในด้านความงาม เพียงแต่ในการรักษาไมเกรน แพทย์จะฉีดโบท็อกซ์รอบๆ ศีรษะจำนวน 31 จุด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้การรักษาด้วยโบท็อกซ์เป็นวิธีที่ปลอดภัย

คุณหมอแนะ! ปวดศีรษะไมเกรน…ควรมาพบแพทย์

เพราะผู้ป่วยหลายรายยังคงเข้าใจว่าอาการไมเกรนสามารถรักษาได้ด้วยการทานยา ซึ่งคุณหมอได้แนะนำว่า อาการปวดไมเกรนเป็นอาการที่ค่อนข้างจะรุนแรง ทำให้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมทั้งในบางครั้งอาการปวดศีรษะที่เป็นอาจไม่ใช่อาการไมเกรน แต่อาจเป็นอาการปวดศีรษะประเภทอื่น หรือมีเนื้องอกซ่อนอยู่ หรือมีเลือดออกในสมอง หากปล่อยไว้อาจส่งผลอันตรายได้ หรือในกรณีที่เป็นอาการปวดศีรษะไมเกรนแต่ได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง การซื้อยาทานเองบ่อยๆ ทานติดต่อกันมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดภาวะปวดศีรษะจากการใช้ยาแทน ซึ่งจะมีความรุนแรงมากกว่าและรักษาได้ยากกว่า

เพื่อให้เราได้รับการรักษาที่ถูกต้อง คุณหมอแนะนำว่า..หากมีอาการปวดศีรษะรุนแรงหรือค่อนข้างถี่ ควรมาพบแพทย์ เพื่อทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อเริ่มต้นวางแผนการรักษาให้ตรงกับสาเหตุที่แท้จริง

 

นพ. บัญชา เสียมหาญ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...

ฉีด Botulinum Toxin ไม่ใช่แค่เพื่อความงาม แต่ป้องกันปวดศีรษะไมเกรนได้