คุณคือผู้หญิงวัย 40 อัพ ชอบทานอาหารไขมันสูงแถมกากใยต่ำมาตลอด ตรวจสุขภาพทีไรก็เจอคลอเรสตอลพุ่งสูงทุกปี ที่สำคัญอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน และน้ำหนักตัวมาก หากเข้าข่ายที่พูดมาล่ะก็ คุณอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีอยู่นั่นเอง
งั้นมาดูต่อว่า คุณเคยมีอาการเหล่านี้รึเปล่า?
- ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย แสบร้อนที่ยอดอก มีลมในกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะเสียดแน่นท้องบริเวณลิ้นปี่หลังรับประทานอาหารมันๆ
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดท้องรุนแรงโดยบริเวณช่วงท้องส่วนบนหรือด้านขวา โดยมีระยะเวลาปวดตั้งแต่ 15 นาทีถึงหลายชั่วโมง และอาจมีอาการปวดร้าวไปยังบริเวณกระดูกสะบักหรือบริเวณไหล่ด้านขวา
หรืออาจไม่มีอาการอะไรเลย แต่ทันทีที่ไปตรวจสุขภาพ แล้วพบว่า…คุณมีนิ่วในถุงน้ำดี และคุณอาจไม่อยากผ่าตัด…เพราะไม่อยากมีแผลที่หน้าท้องใช่ไหม?
ได้เวลามารู้จัก…การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผ่านช่องคลอดแบบไร้แผล
เพราะแค่ “แผลเล็ก” อาจยังไม่พอ จะดีกว่าไหมถ้าผู้หญิงเราจะผ่านิ่วในถุงน้ำดีออกไปได้ โดยไม่ต้องมีแผลที่หน้าท้องเลย…นพ.อังกูร อนุวงศ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้อง ศูนย์ศัลยกรรมผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้องชั้นสูง โรงพยาบาลพญาไท 2 ศัลยแพทย์คนแรกของประเทศไทย ได้นำวิธีการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผ่านทางช่องคลอดมาใช้รักษาคนไข้ และปรับปรุงเทคนิคการผ่าตัดให้ง่ายขึ้นอีก
“เริ่มต้นขั้นตอนแรกแพทย์จะเจาะรูขนาด 0.5 เซนติเมตรที่สะดือ เพื่อใส่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป จากนั้นจึงใส่กล้องผ่านสะดือและใส่อุปกรณ์ ขนาดเล็กเข้าไปในช่องคลอดเพื่อตัดถุงน้ำดีออก ใช้ระยะเวลาผ่าตัดประมาณ 40 นาที ไม่ต่างจาก การผ่าตัดผ่านกล้องทั่วไป หลังผ่าตัดคนไข้จะแทบไม่มีความเจ็บปวดเลยครับ สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ ตามปกติในทันที และไม่มีรอยแผลเป็นให้รำคาญใจอีกด้วย มีเพียงข้อจำกัดบางประการที่ผู้ป่วยไม่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ คือกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน มีภาวการณ์อักเสบมากเกินไป อีกกรณีคือผู้ป่วยเป็นผู้ชายครับ จะรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องทางหน้าท้องตามปรกติแทน” นพ. อังกูร อนุวงศ์
การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผ่านกล้องแบบไร้แผล ดีกว่าการผ่าตัดแบบอื่นยังไงบ้าง?
จากการผ่าตัดแบบเปิดแบบดั้งเดิม คนไข้จะมีแผลยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร เจ็บปวดมาก และต้องพักฟื้นหลายวัน บางรายผนังหน้าท้องไม่แข็งแรงหรือเย็บแผลไม่ดี อาจทำให้เกิดไส้เลื่อนในภายหลังได้ ต่อมามีเทคโนโลยีการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีด้วยวิธีส่องกล้อง ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมและถือเป็นมาตรฐานของวงการแพทย์ทั่วโลก ช่วยลดความเจ็บปวดลงไปได้มาก และพักฟื้นไม่นาน แต่จะเกิดแผลที่สะดือขนาด 1-2 เซนติเมตร และแผลที่หน้าท้องขนาด 0.5 เซนติเมตรอีก 2-3 รู นอกจากนี้ยังมีรายงานทางการแพทย์ระบุว่า หากติดตามเคสเหล่านี้ไปในระยะยาว 10-20 ปี พบว่ามีคนไข้ประมาณ 10% เกิดอาการไส้เลื่อน ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการเย็บแผลที่สะดือไม่ดีพอ
“แต่การผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้องทางช่องคลอดแบบไร้แผลนี้ ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาก เพราะผู้ป่วยแทบไม่มีอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัดเลย ทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต เนื่องจากไม่สร้างรอยแผลเป็นหลังผ่าตัด สาเหตุที่เน้นการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ในผู้หญิง เนื่องจากผู้หญิงมักกังวลกับรอยแผลเป็น” นพ.อังกูร อนุวงศ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้อง
ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพญาไท 2
