ตรวจพบถุงน้ำของเต้านม แล้วจะเป็น “มะเร็งเต้านม” ไหมนะ?

Image

แชร์


ตรวจพบถุงน้ำของเต้านม แล้วจะเป็น “มะเร็งเต้านม” ไหมนะ?

ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมพบได้บ่อย เนื่องจากการใช้ชีวิตที่เหมือนชาวตะวันตกมากขึ้น อย่าง การกินอาหารที่มีไขมันมากขึ้น หรือออกกำลังกายน้อยลง แต่สาเหตุที่แท้จริงยังไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ทำให้เราไม่สามารถป้องกันมะเร็งเต้านมได้ การวินิจฉัยหรือตรวจพบให้เร็วที่สุดจึงมีความสำคัญ เพราะจะทำให้ผลการรักษาดีที่สุด เราจึงมักเห็นว่าการตรวจร่างกายประจำปีมักจะรวมการตรวจเต้านมไว้ด้วย!

 

ซักประวัติ…เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านม  

  • ประจำเดือนมาเร็วก่อนอายุ 12 ปี
  • มีบุตรคนแรกหลังอายุ 35 ปี หรือไม่มีบุตร
  • ให้นมบุตรน้อยกว่า 3 เดือน หรือไม่ได้ให้นมบุตร
  • กินยาคุมกำเนิดนานเกิน 5 ปี
  • ประจำเดือนหมดช้าหลังอายุ 50 ปี
  • มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม

 

ตรวจเต้านม..เพื่อเช็กดูความผิดปกติ

นอกจากการคลำเต้านม แพทย์จะดูรูปภาพของเต้านม โดยในคนอายุน้อยกว่า 35 ปี จะใช้การตรวจอัลตราซาวด์อย่างเดียว ในขณะที่คนอายุมากกว่า 35 ปี จะใช้อัลตร้าซาวด์ร่วมกับการทำแมมโมแกรม หลังจากทำเสร็จก็จะสามารถบอกคนไข้ได้ว่าตรวจพบอะไร มีโอกาสเป็นมะเร็งกี่เปอร์เซ็นต์ และจะต้องทำอะไรต่อ

 

โดยปกติก้อนที่เราจะคลำได้ด้วยมือมักจะโตกว่า 1 เซนติเมตร แต่ในการตรวจอัลตราซาวด์จะพบก้อนเล็กก้อนน้อยได้ และที่พบมากที่สุดในการตรวจร่างกายประจำปีของเต้านมก็คือ ถุงน้ำหรือซีสต์ของเต้านม (Cyst) นั่นเอง

 

มาทำความเข้าใจกับคำว่า “ถุงน้ำของเต้านม”

ถุงน้ำของเต้านม หรือ Cyst นั้น เกิดจากการที่ร่างกายของผู้หญิงเรามีการเตรียมพร้อมที่จะให้นมบุตรทุกเดือนตามรอบเดือน คือฮอร์โมนเพศหญิงทำให้ถุงน้ำนมขยายขึ้น มีการสร้างน้ำนมปริมาณไม่มากในถุง และถ้าไม่มีการปฏิสนธิ ไม่มีการตั้งครรภ์ เมื่อมีประจำเดือนฮอร์โมนก็จะลดระดับลง ทำให้ถุงน้ำนมพวกนี้ยุบลงไปด้วย แต่บางครั้งก็มีบางถุงที่ยังพองอยู่ ทำให้เราเห็นเป็นถุงน้ำจากการทำอัลตราซาวด์

 

ในทางการแพทย์ของเรานั้น ถุงน้ำที่เราเห็นจากอัลตราซาวด์ ถ้าขอบเรียบไม่มีเนื้อปนเป็นน้ำอย่างเดียว เราจะบอกคนไข้ได้เลยว่า โอกาสเป็นมะเร็ง คือ 0% ถ้าก้อนโตจนเราคลำได้ เราจะใช้เข็มเล็กๆ เจาะเอาน้ำออกมาดู ถ้าเจาะแล้วน้ำเป็นสีใส สีเหลือง สีเขียว ไม่มีเลือดปน และหลังจากเจาะก้อนยุบหมด ยิ่งทำให้เรามั่นใจมากขึ้นว่าไม่ใช่มะเร็ง! ทำให้ก้อนนี้ไม่ต้องผ่าตัดออก เพราะถุงน้ำสามารถเกิดขึ้นได้เรื่อยๆ ถ้าตามผ่าไปหมดจะมีแผลเต็มเต้านม

 

แต่บางคนจะสงสัยว่าทำไมคนข้างบ้าน หรือญาติเราต้องผ่าตัดซีสต์ที่เต้านมด้วยนะ ก็จะอธิบายได้ว่า สมัยก่อนเครื่องมือทำอัลตราซาวด์และแมมโมแกรมอาจจะเป็นรุ่นเก่าทำให้แยกระหว่างถุงน้ำธรรมดากับถุงน้ำที่มีเนื้อปนค่อนข้างยาก และการศึกษาถึงโอกาสเป็นมะเร็งของถุงน้ำยังมีไม่มากจึงถูกผ่าตัดกันเยอะ แต่ปัจจุบันนี้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกว่า ถุงน้ำที่ไม่สงสัยว่าเป็นมะเร็งจึงไม่ต้องผ่าตัด

 

ลักษณะอาการเมื่อเกิดถุงน้ำ

ถุงน้ำเหมือนลูกโป่ง คือ ถ้าน้ำเพิ่มขึ้น แรงตึงผิวมากขึ้น จึงทำให้ปวด ซึ่งมักเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมามาก คือก่อนเป็นประจำเดือน แก้ปัญหาโดยการรับประทานยาแก้ปวด

 

ต้องทำอย่างไร…เมื่อพบก้อนถุงน้ำที่เต้านม ?

เมื่อถุงน้ำมีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนขนาดประมาณ 1-2 เซนติเมตร เรามักจะคลำได้ แก้ปัญหาโดยการดูดน้ำออกด้วยเข็มขนาดเล็ก ก้อนก็จะยุบหายไป และบางครั้งอาจขึ้นมาใหม่ได้ เราก็จะดูดซ้ำได้หลายๆ ครั้ง ซึ่งปัจจุบันนี้ถ้ามาตรวจด้วยเรื่องคลำก้อนได้ หรือมาตรวจร่างกาย (Check up) ตามโปรแกรมของ รพ. แล้วพบว่ามีถุงน้ำหรือซีสต์ เราจะบอกคนไข้ได้เลยว่าโอกาสเป็นมะเร็งคือ 0% และเราจะติดตามคนไข้ต่อดังนี้

  • ถ้ามีก้อนถุงน้ำและเจาะน้ำออกไปแล้วก่อนก้อนยุบลงหมด แพทย์จะนัดอีก 2 เดือน เพื่อตรวจร่างกายซ้ำ
  • ถ้ามาตรวจแล้วปกติดี คราวต่อไปก็จะนัดทุกปี
  • ถ้ามีถุงน้ำขนาดเล็กคลำไม่ได้ด้วยมือก็จะนัดทุกปี เพื่อทำอัลตราซาวด์ หรือถ้าอายุมากกว่า 35 ปี ก็จะเป็นอัลตราซาวด์ร่วมกับแมมโมแกรม ยังไม่ต้องผ่าตัดและไม่มียาตัวไหนที่กินแล้วถุงน้ำยุบไป แต่เมื่ออายุมากขึ้นฮอร์โมนเพศลดลงก็จะเล็กลงเองได้ และการออกกำลังกายหรือการลดอาหารที่มีไขมันก็จะทำให้สมดุลฮอร์โมนเพศดีขึ้น ถุงน้ำจะเล็กลงได้ เราจึงอยู่ร่วมกับถุงน้ำของเต้านมได้อย่างสันติ

 

 

Loading...

แชร์


Loading...