โรคปวดศีรษะ เป็นโรคที่พบได้บ่อย..และมักก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่แล้วโรคปวดศีรษะ ไม่ได้เกิดจากภาวะร้ายแรง แต่ทั้งนี้อาการปวดศีรษะจำเป็นต้องวินิจฉัยและรักษาโดยผู้เชื่ยวชาญเพราะอาการปวดศีรษะ อาจเป็นอาการนำของโรคที่มีอันตรายร้ายแรงได้เช่นกัน
โรคปวดศีรษะ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ตามอาการของผู้ป่วย..
1. ปวดศีรษะแบบตึงตัว(tension type headache)
ปวดศีรษะแบบตึงตัว เป็นโรคปวดศีรษะที่พบได้บ่อยที่สุดมักเกิดกับบุคคลซึ่งมีความเครียด เหนื่อย ทำงานหนัก ลักษณะการปวดมักเป็นแบบแน่นๆ หรือรัดๆ ทั้งสองข้างของศีรษะและต้นคอ โดยอาการปวดมักมีความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง อาจมีการปวดของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะ คอ ไหล่ ร่วมด้วยก็ได้ และมักไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
2. ปวดศีรษะไมเกรน(migraine headache)
เป็นโรคปวดศีรษะที่พบได้บ่อยและมักได้รับการวินิจฉัยที่ผิดพลาด โดยโรคปวดศีรษะไมเกรนนี้มักพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทำงาน ลักษณะการปวดมักทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก ซึ่งอาการปวดดังกล่าวจะแย่ลงได้จากสิ่งกระตุ้นภายนอก ทั้งแสง เสียง หรือกลิ่น ผู้ป่วยบางรายมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ไมเกรนส่วนใหญ่มักจะปวดนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไป ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดนานถึง 3 วัน
3. ปวดศีรษะแบบกลุ่ม(cluster headache)
เป็นโรคปวดศีรษะที่พบได้ไม่บ่อยแต่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง อาการปวดศีรษะชนิดนี้มักเกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยอาการปวดศีรษะมักมีอาการปวดที่รุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยกระสับกระส่าย มักเกิดทันที ระยะเวลาที่ปวดประมาณ 15 นาทีถึง 3 ชั่วโมง ตำแหน่งที่ปวด คือบริเวณรอบดวงตาหรือขมับข้างใดข้างนึง โดยผู้ป่วยจะมีอาการของระบบประสาท parasympathetic ร่วมด้วย เช่น มีตาแดง มีน้ำตาไหล มีน้ำมูก มีเหงื่อออก บริเวณใบหน้าด้านที่มีอาการปวดศีรษะ
4. ปวดศีรษะแบบเรื้อรังทุกวัน (chronic daily headache)
ผู้ป่วยชนิดนี้มักมีอาการปวดศีรษะเรื้อรังมากกว่า 15 วันต่อเดือน อย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะแบบ tension หรือแบบไมเกรนก็ได้ แต่ผู้ป่วยจะมีอาการเรื้อรังมากกว่า ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นโรคปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน (medication overuse headache) ซึ่งเกิดจากการวินิจฉัยที่ผิดพลาด การซื้อยากินเอง การใช้ยาแก้ปวดบ่อยๆ ซึ่งทำให้มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นที่สามารถทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้อีก เช่น ภาวะไซนัสอักเสบ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง โรคมะเร็งเป็นต้น ทั้งนี้การวินิจฉัยต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจเพิ่มเติม เช่น การทำ MRI เป็นต้น เพื่อช่วยวินิฉัยแยกโรคที่ก่อให้เกิดอันตรายออกไป
ปวดศีรษะแบบนี้…ต้องรีบมาพบแพทย์โดยด่วน
ถึงแม้อาการปวดศีรษะส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยที่มีภาวะปวดศีรษะที่มีอาการดังต่อไปนี้ ควรมาพบแพทย์โดยเร่งด่วน เพราะอาจเกิดจากสาเหตุที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น ภาวะเลือดออกในสมอง การติดเชื้อในระบบประสาท เป็นต้น
สัญญาณอันตรายของภาวะปวดศีรษะ มีดังต่อไปนี้
- อาการปวดศีรษะขึ้นรุนแรงทันทีทันใด
- อาการปวดศีรษะร่วมกับมีไข้และคอแข็ง
- อาการปวดศีรษะร่วมกับอาการทางระบบประสาทที่ผิดปกติ เช่น แขนขาอ่อนแรง สับสน บุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลง เป็นต้น
- อาการปวดศีรษะในผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV
- ภาวะปวดศีรษะที่เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่ตอบสนองต่อการรักษา
หากผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างเร็วที่สุด ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็วต่อไป
สรุป อาการปวดศีรษะเป็นอาการที่พบได้บ่อย จำเป็นต้องอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย อย่างละเอียด รวมถึงการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมในผู้ป่วยบางราย เพื่อนำมาสู่การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องแม่นยำ นำไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพต่อไป
