เสียงแหบเรื้อรัง...อย่าชะล่าใจ! คุณอาจเป็นเนื้องอกกล่องเสียงก็ได้นะ

Image

แชร์


เสียงแหบเรื้อรัง...อย่าชะล่าใจ! คุณอาจเป็นเนื้องอกกล่องเสียงก็ได้นะ

กล่องเสียงทำหน้าที่สำคัญในการควบคุมการเปิด-ปิดของเส้นเสียง ช่วยให้เราสามารถเปล่งเสียงออกมาเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น น้ำ อาหาร ตกไปในหลอดลม ป้องกันการสำลักขณะรับประทานอาหาร และเป็นทางผ่านของอากาศเมื่อเราหายใจ

อาการของเนื้องอกในกล่องเสียงที่พบบ่อย คือ เสียงแหบ

คนทั่วไปถ้าใช้เสียงเยอะ เช่น ร้องเพลงเชียร์แล้วเกิดอาการเสียงแหบ ส่วนใหญ่เสียงจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในระยะเวลา 2-3 วัน แต่ถ้ามีอาการเสียงแหบติดต่อกันนานเกิน 2 อาทิตย์ กรณีนี้นายแพทย์ภูริช ประณีตวตกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก แนะนำว่า “ผู้ป่วยควรมาตรวจหาสาเหตุของโรคที่โรงพยาบาลจะดีกว่า เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย”

บุคคลที่ประกอบอาชีพที่ต้องใช้เสียงมากเป็นพิเศษ เช่น ครู อาจารย์ นักร้อง นักแสดง พิธีกร แพทย์ พยาบาล จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับกล่องเสียงมากกว่าคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโรคถุงน้ำ กล่องเสียงบวม หรือเนื้องอก ซึ่งหากเนื้องอกนั้นได้รับการกระตุ้นด้วยปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือไม่ได้สูบแต่ได้รับควันบุหรี่มือสองจากคนใกล้ชิด อาการอาจรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่การเป็นมะเร็งกล่องเสียงได้

เชื้อไวรัสตัวร้าย คือ สาเหตุของเนื้องอก

เนื้องอกกล่องเสียงมีหลายชนิด ผู้ป่วยบางคนอาจเกิดเนื้องอกจากการติดเชื้อ ที่พบบ่อยมักเป็นการติดเชื้อไวรัสแปปปิโลมา (Papilloma virus) หากเกิดในเด็กส่วนใหญ่จะเป็นการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์ เด็กทารกที่เกิดมาจะมีอาการเสียงแหบ หายใจลำบาก เพราะมีก้อนเนื้ออยู่ที่หลอดลมหรือกล่องเสียง และเนื่องจากเด็กเล็กภูมิคุ้มกันยังไม่ค่อยดีนัก อาการของโรคจึงรุนแรงกว่าผู้ใหญ่และมีโอกาสเป็นซ้ำได้ง่าย ภายในหนึ่งปีอาจต้องตัดเนื้องอกออกเป็นสิบครั้ง ส่วนในกรณีของผู้ใหญ่มักพบว่าผู้ป่วยติดเชื้อจากการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยหรือการมีออรัลเซ็กส์ ทำให้ได้รับเชื้อไวรัสแปปปิโลมาผ่านการมีเพศสัมพันธ์ และกลายเป็นโรคเนื้องอกกล่องเสียงในที่สุด

ทางเลือกการรักษา “มะเร็งกล่องเสียง”

หากเป็นเนื้องอกทั่วไปที่ไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง สามารถรักษาได้ด้วยการตัดเนื้องอกนั้นออกโดยการผ่าตัดส่องกล้องหรือใช้เลเซอร์ แต่ถ้าเป็นมะเร็งกล่องเสียง กระบวนการรักษาจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับระยะของโรค ถ้าเป็นมะเร็งระยะแรก แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการตัดเนื้อร้ายหรือฉายแสงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่หากเป็นระยะที่รุนแรงอาจต้องผ่าตัดร่วมกับการฉายแสง หรือบางครั้งอาจต้องใช้เคมีบำบัดร่วมด้วย

ผลข้างเคียงจากการรักษา

ปกติแล้วถ้ากล่องเสียงสมบูรณ์ไม่มีแผลเป็น เสียงของคนเราจะชัดเจน ใสกังวาน แต่ถ้าเข้ารับการผ่าตัด ฉายแสง หรือทำอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดแผลเป็น ผลข้างเคียงที่ตามมาคือผู้ป่วยจะเสียงแหบ หรือกรณีที่รุนแรงกว่านั้น ถ้าเส้นเสียงเสียลักษณะการปิดไป ไม่สามารถปิดได้สนิทตามปกติ จะส่งผลให้ผู้ป่วยสำลักง่ายและเสียงอ่อนแรง

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

หลังการผ่าตัดผู้ป่วยต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด “ต้องงดสูบบุหรี่และลดการใช้เสียง” เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกซ้ำ เพราะยิ่งใช้เสียงมากบริเวณที่เป็นแผลผ่าตัดอาจกลายเป็นแผลเป็น ส่งผลให้เสียงเพี้ยนไปจากเดิมได้ หลังการผ่าตัดในระยะแรก ผู้ป่วยควรพักการใช้เสียงก่อนอย่างน้อย 3-7 วัน แต่ถ้าแผลผ่าตัดมีขนาดใหญ่ ก็อาจจะต้องพักนานขึ้น บางกรณีอาจต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นเป็นเดือน

หากพบเนื้องอกตั้งแต่ยังมีขนาดเล็ก การรักษาจะง่ายและมีผลข้างเคียงหลังผ่าตัดน้อยกว่า และถ้าปล่อยทิ้งไว้จนเนื้องอกมีขนาดใหญ่ แผลผ่าตัดก็จะใหญ่ตามไปด้วย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่เนื้องอกขยายไปโดนอวัยวะข้างเคียงได้

Loading...

แชร์


Loading...