โดยทั่วไปคนไทยเป็นโรคมะเร็งหู คอ จมูก ค่อนข้างเยอะ และเป็นมะเร็งที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของอัตราการเสียชีวิตของประชากรไทย เพราะว่ามะเร็งบริเวณปากและคอไปสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิด เช่น กินเหล้า สูบบุหรี่ เคี้ยวหมาก ซึ่งเป็นพฤติกรรมพื้นฐานของคนไทยอยู่แล้ว
ในอวัยวะสามส่วน หู คอ จมูก ส่วนใหญ่คนไทยเป็นมะเร็งทางช่องปากและทางเดินอาหาร จนถึงมะเร็งทางเดินหายใจ ไล่ไปตั้งแต่จมูก คอ ปาก กล่องเสียง หลอดอาหาร
สาเหตุและอาการบ่งชี้ก่อมะเร็ง
อาการที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นมะเร็ง ส่วนใหญ่คนไข้จะมีแผลเรื้อรังในช่องปากไม่หาย หรือว่ามีก้อนเกิดขึ้น หรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต หรือมีอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการกินอาหาร เช่น กลืนลำบาก กลืนเจ็บ กลืนติดคอ หรือว่าหายใจลำบาก หรือหนื่อย เสียงแหบ เป็นต้น อาการเหล่านี้เป็นตัวชี้บ่งว่ามีความผิดปกติ ถ้ามีอาการเหล่านี้ต้องรีบมาพบแพทย์ แต่ส่วนมากคนไข้มักจะมาพบหมอช้า กว่าจะมามะเร็งก็จะลุกลามในระยะที่สามหรือสี่ไปแล้ว
มะเร็งไม่ใช่โรคที่เจอยาก ถ้าเป็นมะเร็งขึ้นมาจริงๆ อย่างไรก็ต้องแสดงอาการออกมา โรคมะเร็งใช้เวลาในการดำเนินเรื่องประมาณหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นระยะที่อาการจะมากขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็ง
มะเร็งในช่องปาก เกิดจากปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ บุหรี่ เหล้า การเคี้ยวหมาก ทำให้เซลล์หรือว่าดีเอ็นเอผิดปกติไป จนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด ในการรักษา เมื่อรักษาแล้ว…แต่คนไข้ไม่ยอมเลิกปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นที่อื่นอีก เนื่องจากโดยธรรมชาติของมะเร็งนั้น หากที่หนึ่งเป็น…ที่อื่นก็อาจจะเป็น เช่น เป็นมะเร็งตรงลิ้นก็อาจจะเป็นมะเร็งตรงอื่น เช่น ตรงแก้ม ถึงรักษาอย่างดีเพียงใดก็สามารถกลับมาเป็นใหม่ได้ เพราะฉะนั้นคนไข้ต้องเลิกปัจจัยเสี่ยงให้หมด
มะเร็งมีสาเหตุหลักมาจาก…?
1. กรรมพันธุ์ มะเร็งบางอย่างสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์ เช่น มะเร็งหลังโพรงจมูกเป็นมาจากกรรมพันธุ์และเป็นในกลุ่มคนเอเชีย ส่วนมะเร็งผิวหนัง ชาวตะวันตกจะเป็นกันมาก เชื้อชาติมีผลต่อการเป็นมะเร็งที่แตกต่างกันออกไป
2. สิ่งแวดล้อม สารก่อมะเร็งต่าง ๆ เช่น บุหรี่ เหล้า สารเคมี อาหารที่กินเข้าไป เป็นต้น
กลุ่มคนลักษณะใดที่มีความเสี่ยง
ส่วนใหญ่มักพบมะเร็งในคนไข้ที่มีอายุมาก…มากกว่ากลุ่มคนอายุน้อย เพราะสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม สารกระตุ้นมะเร็งทั้งหลาย แต่ปัจจุบันกลุ่มคนอายุน้อยก็มีที่เป็นมะเร็งในช่องปาก เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิต ส่วนมะเร็งหลังโพรงจมูกจะเกิดกับคนไข้กลุ่มอายุน้อยกว่า เพราะเกี่ยวกับกรรมพันธุ์กับยีน
ความรุนแรงของมะเร็งในช่องปาก
โดยทั่วไป คนไข้ที่เป็นมะเร็งในช่องปาก จะมาพบหมอในระยะที่สามหรือสี่ ซึ่งเป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามมาถึงต่อมน้ำเหลือง และเป็นระยะที่รุนแรง ต้องใช้เวลา ใช้วิธีการรักษาหลายอย่างร่วมกัน เช่น ผ่าตัด ฉายแสง ให้เคมีบำบัด ทำให้โอกาสหายค่อนข้างน้อย หากมาระยะที่หนึ่งถึงสองจะมีโอกาสหายเยอะกว่าเป็นที่แน่นอน
มะเร็งในช่องปาก…เป็นมะเร็งที่ค่อนข้างรุนแรงเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ถ้าไม่รับการรักษาอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่เดือน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไข้มารับการรักษาในระยะรุนแรงแล้ว เนื่องจาก
- คนไข้ไม่รู้
- คนไข้มาหาหมอลำบาก
- กว่าคนไข้จะถึงหมอเฉพาะที่รักษาเฉพาะทางใช้เวลานาน เมื่อเป็นระยะที่สามและสี่แล้ว มะเร็งใช้เวลาแค่สัปดาห์ในการลุกลาม เช่น บางครั้งมาพบหมอก็เลยระยะที่จะผ่าตัดได้ไปแล้ว เป็นต้น
มะเร็งช่องปาก…สามารถรักษาได้ด้วยวิธีใดบ้าง
การรักษามะเร็งในช่องปาก มีการแบ่งออกตามระยะของมะเร็ง เมื่อคนไข้มาพบหมอ ต้องทำการวินิจฉัยระยะของมะเร็งก่อนเป็นอันดับแรก เพราะการรักษาจะแตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปหมอจะทำการผ่าตัด…จากนั้นฉายแสง หรือให้เคมีบำบัดเพื่อฆ่าเซลล์ในส่วนที่อาจจะมองไม่เห็นด้วยตา ซึ่งบางทีอาจจะกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ หรือในคนไข้บางรายอาจรักษาหลายอย่างร่วมกัน คือทั้งผ่าตัดต่อด้วยการฉายแสง และให้ยาเคมี นี่คือหลักในการรักษาทั่วไป
มะเร็งที่ลิ้น…รักษาได้ด้วยการผ่าตัด
ทางการแพทย์จะแบ่งมะเร็งที่ลิ้นออกตามระยะของโรค ส่วนใหญ่มะเร็งในช่องปาก…คนไทยมักจะเป็นมะเร็งที่ลิ้นและกระพุ้งแก้ม ในการรักษาขึ้นอยู่กับระยะที่เป็นมะเร็ง หรือมีอาการรุนแรงแค่ไหน หากเป็นเล็กๆ แพทย์จะตัดเฉพาะส่วนที่เป็น ซึ่งในการตัดมะเร็งต้องตัดทั้งพื้นที่และเซลข้างเคียงด้วย เนื่องจากมีมะเร็งที่กระจายไประดับเซลล์ที่เราไม่เห็นด้วยตา หากเป็นมากต้องตัดทั้งลิ้น แล้วผ่าตัดนำเนื้อในร่างกายส่วนอื่นมาทำลิ้นเทียมให้กับคนไข้
แล้วลิ้นเทียมคืออะไร? มาจากไหนกันนะ?
ลิ้นเทียม..แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าต้องเอามาจากส่วนไหน ส่วนใหญ่จะเอาเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น กล้ามเนื้อหน้าอก หรือกล้ามเนื้อตรงขา ในกรณีที่เอาเนื้อเยื่อไกลจากจุดข้างเคียง ต้องเอากล้ามเนื้อ หนัง และเส้นเลือดด้วย บางครั้งก็เอากระดูกหน้าแข้งพร้อมกับเนื้อมาด้วย ในการผ่าตัดมะเร็งที่ลุกลามต้องทำการผ่าตัดเนื้อเยื่อซ่อมแซมที่ซับซ้อน แพทย์จะใช้เวลาผ่าตัดตั้งแต่เช้าถึงเย็น ประมาณ 9 โมงเช้า และเสร็จประมาณ 4 โมงเย็น
การพักฟื้นหลังการผ่าตัดมะเร็งที่ลิ้น
โดยทั่วไปหนึ่งอาทิตย์ จากนั้นคนไข้ต้องเริ่มฝึกการกิน การกลืนอาหาร ด้วยลิ้นเทียม ซึ่งคนไข้ต้องได้รับการฝึกการกลืน การฟื้นฟูหลังการผ่าตัด คนไข้ต้องมีวิธีการฝึกที่จะช่วยทำให้กลืนอย่างไรเพื่อไม่ให้สำลัก ทางโรงพยาบาลจะมีนักฝึกบำบัด นักฝึกพูดและกลืน เพื่อคอยให้คำแนะนำและช่วยคนไข้ แผลลิ้นเทียมส่วนใหญ่จะเวลาสามถึง 6 เดือน ที่เหลือขึ้นอยู่กับการปรับตัวของคนไข้ บางคนก็ใช้เวลาไม่นาน บางคนก็นาน การฝึกใช้ลิ้นเทียมก็ขึ้นอยู่กับตัวคนไข้ด้วยเช่นกัน
ถ้าเป็นมะเร็งแล้ว..จะมีโอกาสหายขาดได้หรือไม่
- ถ้าได้รับการรักษาตามมาตรฐาน แน่นอนว่า…ในระยะแรกๆ อย่าง ระยะที่หนึ่งย่อมมีโอกาสหายมากกว่าระยะที่สี่ และขึ้นอยู่กับความดุร้ายของเซลล์มะเร็ง มะเร็งเหมือนกันแต่บางชนิดมีความดุร้ายต่างกันออกไป แม้จะเป็นมะเร็งชนิดเดียวกันแต่ก็ดุไม่เท่ากัน
- สภาพร่างกายของคนไข้ ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง ไม่มีภูมิคุ้มกัน ก็รักษาไม่สำเร็จ ต้องได้รับการรักษาที่รวดเร็ว และต้องมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่เครียด ในการรักษามะเร็งนั้น ต้องรักษาทั้งโรคและจิตใจของคนไข้ไปพร้อม ๆ กัน เพราะใจคือภูมิคุ้มกันที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง
ในการรักษามะเร็งนั้น ถ้ามะเร็งลุกลามมากแล้ว หรือสภาพร่างกายของผู้ป่วยไม่พร้อมสำหรับการรักษา ก็อาจจะพิจารณารักษาแบบประคับประคอง วัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้เจ็บ ไม่ให้ปวด ไม่ทรมาน มีคุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่อย่างดีที่สุด
นพ. ดาวิน เยาวพลกุล
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา
ศูนย์ศัลยกรรมศีรษะและลำคอ โรงพยาบาลพญาไท 2
