ในช่วงที่ผ่านมามะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของประชากรโลก โดยในประเทศไทยนั้น มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นมะเร็งที่พบในอันดับที่ 1 ในเพศชาย 12.2% และพบเป็นอันดับที่ 3 ในเพศหญิง 9.6% แต่ในความโชคร้าย..ก็มีความโชคดีที่ปัจจุบันพบว่า…โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถป้องกันและรักษาหายได้
ใช้ชีวิตไม่ถูกสุขลักษณะ..สาเหตุเพชฌฆาตเงียบ
ท่านทราบหรือไม่ว่า การใช้ชีวิตอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ ตั้งแต่การรับประทานอาหารที่ผิดสัดส่วน มีแต่เนื้อสัตว์สีแดง ไม่มีผักผลไม้ ดื่มน้ำน้อย ขาดการออกกำลังกาย ปล่อยให้เกิดภาวะท้องผูก ดื่มเหล้า สูบบุหรี่จัด อาจนำท่านไปสู่โรคร้ายที่น่ากลัวได้
จากความรู้เรื่องกลไกการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก พบว่าเป็นโรคที่เกิดจากการเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์เยื้อบุลำไส้ใหญ่ จากเนื้อเยื้อบุลำไส้ปกติ..ไปเป็นติ่งเนื้อและพัฒนาไปเป็นมะเร็งในที่สุด
ดังนั้น หากเราสามารถตรวจพบความผิดปกติดังกล่าวได้ตั้งแต่ในขั้นแรกๆ หรือตั้งแต่เป็นติ่งเนื้อและสามารถตัดออกได้ทัน..ก็จะเป็นการทำลายโอกาสที่จะเกิดมะเร็ง โดยข้อมูลทางทฤษฏีพบว่า ติ่งเนื้อขนาด1 ซม. จะใช้เวลานานถึง10 ปีที่จะกลายเป็นมะเร็ง
ในขณะที่ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งคือ ผู้ป่วยที่มีติ่งเนื้อหรือผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกจะไม่มีอาการใดๆ และมักจะมีอาการเมื่อมะเร็งลุกลามไปมากแล้ว ดังนั้นจึงควรตรวจค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในระยะเริ่มแรก อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุก 3-5 ปี
การตรวจหาติ่งเนื้อระยะก่อนเป็นมะเร็ง หรือมะเร็งระยะเริ่มแรก สามารถทำได้โดย
- การส่องกล้อง
- เอ็กซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT-Colonography)
การส่องกล้อง (Colonoscopy)
เป็นการส่องกล้องเข้าไปตรวจลำไส้ใหญ่ตลอดความยาวโดยตรงที่ปลายท่อจะมีกล้องวีดีโอติดอยู่เพื่อให้เห็นภาพถ่ายในลำไส้ใหญ่และทวารหนักทั้งหมด วิธีนี้สามารถตัดติ่งเนื้อที่อนาคตจะกลายเป็นมะเร็งออกไปได้ และเป็นวิธีการตรวจที่แม่นยำ
เอ็กซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT-Colonography)
เครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง สามารถสร้างภาพของลำไส้ใหญ่ให้เป็นภาพ 2 มิติ และ 3 มิติ ทำให้ดูภายในของลำไส้ใหญ่ได้คล้ายกับการส่องกล้อง (Colonoscopy) และมีประสิทธิภาพสูง สามารถค้นหาติ่งเนื้อขนาด 6-8 มม. ได้ถึง 85-90% และขนาด 8 มม. ขึ้นไปได้ถึง 95-100% วิธีการตรวจนี้ยังสามารถใช้เสริมการตรวจโดยวิธีการส่องกล้องในการดูมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะต่างๆ ซึ่งมีการอุดตันและไม่สามารถผ่านกล้องเข้าไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถดูผนังของลำไส้ใหญ่ และอวัยวะภายในช่องท้องซึ่งไม่สามารถเห็นด้วยการส่องกล้องได้อีกด้วย เวลาในการตรวจรวดเร็ว โดยใช้ระยะเวลาภายใน 15-20 นาที
อาการเตือน..มะเร็งลำไส้ใหญ่
- ไม่มีอาการแสดง
- มีอาการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่าย ท้องเสียสลับท้องผูก อุจจาระลำเล็กลง
- เลือดออกทางทวารหนักหรือปนมากับอุจจาระ
- อึดอัดแน่นท้อง ปวดท้อง ท้องอืด มีการเกร็ง คล้ายเป็นตะคริวในท้อง
- มีอาการจากลำไส้อุดตัน เช่น มีไข้ ไม่ถ่าย ไม่ผายลม ท้องอืด
- ซีด โลหิตจาง โดยไม่ทราบสาเหตุ
- เบื่ออาหาร อ่อนเพลียอย่างผิดปกติ
- น้ำหนักลดทั้งที่ไม่ได้จำกัดอาหาร
- คลำพบก้อนบริเวณท้อง
การรักษา สามารถแบ่งได้ตามระยะของโรค
- ระยะที่ 0 เซลล์มะเร็งยังคงเป็นติ่งเนื้อ ตรวจพบได้จากการส่องกล้อง (Colonoscopy) สามารถตัดออกผ่านทางกล้องได้ตั้งแต่ก่อนการเป็นมะเร็งหรือเกือบเป็นมะเร็ง มีโอกาสหาย 100%
- ระยะที่ 1 เซลล์มะเร็งเติบโตขึ้นและฝังในชั้นผนังของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โดยยังไม่กระจายไปสู่เนื้อเยื้อข้างเคียงหรือต่อมน้ำเหลือง ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยเทคนิคที่เรียกว่า Curative resection (การผ่าตัดเพื่อหวังผลหายขาด) เป็นการตัดลำไส้ใหญ่ 10-15 ซม. และเลาะต่อมน้ำเหลืองอย่างน้อย 12 ต่อม แล้วจึงนำลำไส้ใหญ่ส่วนที่ดีมาต่อกัน สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนในอุ้งเชิงกรานใกล้ๆ ทวารหนักนั้น เทคนิคการผ่าตัดสมัยใหม่จะสามารถเก็บหูรูดทวารหนักไว้ได้ซึ่งมีโอกาสหาย 95%
- ระยะที่ 2 เซลล์มะเร็งแพร่กระจายผ่านผนังลำไส้ใหญ่ หรือทวารหนักไปสู่เนื้อเยื้อใกล้เคียงแต่ยังไม่กระจายถึงต่อมน้ำเหลือง จะใช้การผ่าตัดแบบ Curative resection (การผ่าตัดเพื่อหวังผลหายขาด) เป็นการรักษาหลัก เช่นเดียวกับระยะที่ 1 ซึ่งมีโอกาสหายขาด 80%
- ระยะที่ 3 เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง1-3 ต่อมหรือมากกว่านั้น แต่ยังไม่ลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงอื่นๆ จะใช้การผ่าตัดแบบ Curative resection เป็นการผ่าตัดหลัก เช่นเดียวกับระยะที่ 1, 2 ซึ่งมีโอกาสหายขาด 60% แต่สามารถเพิ่มอัตราการหายได้ โดยการรักษาเสริมด้วยการใช้เคมีบำบัด ภายหลังการผ่าตัด ซึ่งมีทั้งชนิดรับประทานหรือชนิดฉีด
- ระยะที่ 4 มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย เช่น ตับ ปอด ถ้าไม่สามารถผ่าตัดเอาออกให้หมดได้จะมีชีวิตอยู่เพียง 1-2 ปี เท่านั้น
