คืนความสุขให้คุณยิ้มได้ ด้วยรากฟันเทียม

Image

แชร์


คืนความสุขให้คุณยิ้มได้ ด้วยรากฟันเทียม

“การสูญเสียฟัน” ไม่ว่าจะเกิดจากฟันผุจนต้องถอนฟันซี่นั้นทิ้งไป หรือฟันหัก ปิ่น จากอุบัติเหตุ หรือจากการเสื่อมสภาพของฝันไปตามวัยก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบต่อการเคี้ยวอาหาร โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นฟันกรามยิ่งทำให้เกิดปัญหาด้านโภชนาการตามมาได้ง่าย เพราะคุณภาพการเคี้ยวที่ไม่ละเอียดพอ หรือหากเป็นฟันหน้าก็จะส่งผลต่อการกัดอาหาร และยังทำให้หลายคนขาดความมั่นใจในการพูด การยิ้ม และการพบปะเพื่อนฝูง

 

หากเราไม่แก้ปัญหาด้วยการเสริมสร้างฟันใหม่ ในที่สุดฟันที่อยู่ข้างเคียงก็จะเกิดฟันล้มหรือฟันเคลื่อนเข้าหาช่องฟันที่ว่าง ซึ่งเป็นการเพิ่มปัญหาให้มากขึ้น การทำ “รากฟันเทียม” จึงเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่นอกจากเราจะได้ฟันใหม่ทดแทนฟันที่สูญเสียไป ยังเรียกคืนการใช้ชีวิตอย่างปกติสุขของเรากลับมาได้อีกด้วย

“รากฟันเทียม”  คืออะไร

สำหรับการทำ “รากฟันเทียม (Dental Implant)” เป็นการผ่าตัดฝังโครงรากฟันเทียมให้ยึดติดเข้ากับกระดูกขากรรไกรในตำแหน่งที่สูญเสียรากฟันไป จากนั้นจะทำฟันปลอมหรือครอบฟัน มายึดติดกับรากเทียมทดแทน โดยวัสดุที่นำมาใช้ทำฟันและรากฟันเทียมนั้น ทำมาจากโลหะ “ไทเทเนียม” ที่มีความแข็งแรง จึงสามารถรับแรงบดเคี้ยวได้มาก และร่างกายคนเรายอมรับได้ดี ไม่เกิดอาการแพ้ หรือต่อต้าน ลดอาการอักเสบของเนื้อเยื่อช่องปาก ทำให้เซลล์กระดูกเข้ายึดเกาะได้เร็ว เกิดความแน่นหนาของรากฟันเทียมที่ฝังไว้ ช่วยให้การเคี้ยวอาหารกลับมาดีเหมือนเดิม และด้วยความประณีตของขั้นตอนในสร้างรูปฟัน การใส่รากฟันเทียมยังทำให้คนไข้กลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมั่นใจดังเดิม

ประเมินสุขภาพช่องปากก่อนทำรากฟันเทียม

ในการใส่รากฟันเทียม แพทย์จะเริ่มจากการประเมินสภาพช่องปากของคนไข้ก่อนว่า เหมาะกับการทำรากฟันเทียม หรือพร้อมจะทำรากฟันเทียมได้เลยหรือไม่ เพราะหากมีปัญหาเรื่องสุขภาพฟันที่เป็นอุปสรรคต่อการฝังรากเทียม ก็จำเป็นต้องรักษาให้เรียบร้อยก่อน บางรายภายหลังทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) พบว่ามีลักษณะกระดูกรองรับฟันไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะมาจากการติดเชื้อทำลายขอบกระดูก (Marginal Bone Loss) หรือมาจากสาเหตุอื่น จนต้องมีการเสริมกระดูก และยกไซนัสนั้น จำเป็นต้องทำโดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดช่องปากและขากรรไกร ซึ่งนั่นจะทำให้การฝังรากฟันเทียมมีขั้นตอนซับซ้อนมากขึ้น แต่หากเอกซเรย์แล้วไม่พบปัญหา ก็จะทำการประเมินว่าคนไข้เหมาะสมกับรากเทียมประเภทใด ต้องใช้ความยาว และขนาดของรากฟันเทียมเท่าไร จากนั้นจะนัดคนไข้เพื่อทำการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมต่อไป

การเตรียมตัวของคนไข้ ช่วยให้การรักษาราบรื่น

ส่วนการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดของคนไข้นั้น มีส่วนช่วยให้การรักษาประสบผลสำเร็จ ปลอดภัย และลดความกังวลของคนไข้เองได้ ไม่ว่าการมาก่อนเวลานัดหมายสัก 15-30 นาที เพื่อเตรียมพร้อม หรือในท่านที่มีอาการแพ้ยา หรือมีโรคประจำตัวและยังต้องรับประทานยาต่อเนื่อง ก็ให้รับประทานยาตามปกติ ยกเว้นยาบางตัวที่จำเป็นต้องงดก่อนการผ่าตัด ก็ไม่ควรหยุดยาด้วยตัวเอง ควรสอบถามทันตแพทย์ล่วงหน้าก่อนวันนัดหมาย

ทำรากฟันเทียมก่อน จึงครอบฟันใหม่

หลังจากทำรากฟันเทียมแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน เพื่อให้รากฟันเทียมนั้นยึดติดกับกระดูก จึงจะทำการพิมพ์ปากบนรากเทียม เพื่อนำไปสร้างครอบฟันบนรากฟันเทียม ตรงนี้จะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องประณีตอีกครั้ง เพื่อให้ฟันเทียมมีลักษณะ สีสัน ไม่แตกต่างไปจากฟันธรรมชาติ ซึ่งหากขั้นตอนนี้เรียบร้อยดีแล้ว ทันตแพทย์จะนัดหมายมาใส่ครอบฟันบนรากฟันเทียม ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดที่เล่ามานี้ โดยปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 4 เดือนครึ่ง เราก็จะได้ความปกติสุขของชีวิตเรากลับคืนมา

รากฟันเทียม ทำพร้อมกันได้หลายซี่

การทำ “รากฟันเทียม” นั้นต่างไปจากการทำ “สะพานฟัน” ที่แม้จะเป็นการใส่ฟันปลอมเฉพาะตำแหน่งเหมือนกัน แต่มีข้อต่างกันตรงที่ การทำสะพานฟันนั้นต้องอาศัยฟันธรรมชาติที่ติดกับช่องว่างของฟันที่หายไปเป็นหลักในการยึด ดังนั้นการทำจึงต้องมีฟันข้างเคียงทั้งสองข้างที่แข็งแรง ส่วนการฝังรากฟันเทียมนั้นอาศัยการยึดกับกระดูก จึงทำได้พร้อมกันหลายซี่ ทั้งยังมีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก

 

ทพ. พงศ์รพี กมลรุ่งวรากุล

ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมประดิษฐ์

ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลพญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...

คืนความสุขให้คุณยิ้มได้ ด้วยรากฟันเทียม