หลอดเลือดแดงใหญ่มีความสำคัญ เพราะเป็นทางเดินที่หัวใจห้องซ้ายล่างส่งโลหิตไปเลี้ยงตามส่วนต่างๆ ทั่วร่างกายในทุกอวัยวะ
ความเสื่อมของผนังหลอดเลือด
หลอดเลือดแดงใหญ่ประกอบด้วยผนังสามชั้น เมื่ออายุมากขึ้นจะมีไขมันสะสมในผนังชั้นในของหลอดเลือดแดงใหญ่ ทำให้ผนังขาดความยืดหยุ่น อาจปริแตกเป็นแผลกินลึกเข้าไปในผนังชั้นนอกและแตกออกจนเลือดสามารถไหลออกจากระบบไหลเวียน ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต
ความเสื่อมของผนังชั้นกลางของหลอดเลือดแดงใหญ่ก็อ่อนแอและโป่งพองออกได้ เมื่อแตกจะเสียเลือดอย่างรวดเร็วและทำให้เสียชีวิต
พันธุกรรมที่ส่งผลต่อหลอดเลือด
นอกจากนี้ ยังมีโรคทางพันธุกรรมบางอย่างที่ถ่ายทอดทางยีนและส่งผลทำให้ผนังชั้นกลางอ่อนแอ เช่น โรคมาร์แฟน ยีนที่ถ่ายทอดเป็นยีนเด่น หมายความว่าได้จากบิดาหรือมารดาก็จะข่มยีนปกติได้ โดยไม่จำกัดเพศของผู้ป่วย ชายหญิงมีโอกาสเป็นเท่ากัน
กลุ่มอายุในการเกิดโรคที่ต่างกัน
ถ้าเราแบ่งกลุ่มอายุของคนไข้โรคหลอดเลือดแดงใหญ่ อาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ
- กลุ่มอายุน้อยกว่า 30 ปี มักมีสาเหตุจากความผิดปกติทางพันธุกรรม พบไม่มากเท่าอีกกลุ่ม
- กลุ่มอายุมากกว่า 50 ปี มักเป็นผู้ที่มีความดันโลหิตสูง และเกิดความอ่อนแอในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่
สองกลุ่มใหญ่ของโรคหลอดเลือดแดงใหญ่
โรคของหลอดเลือดแดงใหญ่แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
- หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง และ
- เลือดเซาะในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่
กลุ่มหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
ในกลุ่มนี้จะแบ่งตามตำแหน่งที่โป่งพอง คือในทรวงอกและในช่องท้อง เป็นโรคที่พบมากขึ้นในคนอายุมาก การโป่งพองจะค่อยๆ ทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่โตขึ้น ยิ่งโตก็จะยิ่งโป่งพองเร็ว และในที่สุดก็จะทำให้ผนังหลอดเลือดใหญ่ปริออก เกิดการแตกของหลอดเลือดแดงใหญ่ทำให้เสียเลือดอย่างมากในระยะเวลาอันสั้นและคนไข้จะเสียชีวิต
ในระยะที่หลอดเลือดแดงใหญ่ยังไม่โตมาก คนไข้จะไม่มีอาการอะไร จนกระทั่งเมื่อใกล้แตกหรือแตกจึงจะมีอาการ เช่น เจ็บหน้าอก ปวดหลัง ปวดท้อง ตามตำแหน่งที่โป่งพอง อาการอาจเกิดจากมีการไปกดอวัยวะข้างเคียง เช่น กดหลอดลม ทำให้เหนื่อย หายใจมีเสียงดัง กดหลอดอาหารทำให้กลืนลำบาก อาเจียนเป็นเลือด กดปอดทำให้ไอเป็นเลือด กดกระดูกสันหลังจะปวดหลัง ปวดเอว กดหลอดเลือดดำใหญ่เกิดขาบวมสองข้าง
หากมีการติดเชื้อที่หลอดเลือดแดงใหญ่ จะมีอาการเป็นไข้หนาวสั่น ตรวจพบเชื้อโรคในกระแสโลหิต การวินิจฉัยทำโดยการถ่ายภาพเอกซเรย์ทรวงอก อัลตราซาวด์ช่องท้อง เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
คนไข้ที่หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองจนมีขนาดใหญ่ เช่น 5-6 เซนติเมตร หรือโตเร็วมากกว่า 5 มิลลิเมตรใน 6 เดือน ควรรักษาแม้ไม่มีอาการ เพราะมีโอกาสแตกได้มากขึ้น การรักษาทางอื่นไม่สามารถป้องกันไม่ให้แตกได้อย่างแน่นอน ในกรณีที่มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ความเร่งด่วนก็จะมีมากขึ้นเพื่อช่วยให้ชีวิตคนไข้ปลอดภัย คนไข้ที่ปวดมาก ความดันต่ำต้องรักษาแบบฉุกเฉิน คนไข้ที่ปวดแต่ความดันปกติหรือสูงต้องรับเข้าในโรงพยาบาล และรักษาภายใน 1-2 วัน เพราะเมื่อมีอาการโอกาสจะแตกมีตลอดเวลา ไม่แน่นอน
กลุ่มที่มีอาการเลือดเซาะในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่
กรณีที่มีเลือดเซาะไปในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ได้ ต้องมีการฉีกขาดของผนังชั้นในของหลอดเลือดแดงใหญ่ สาเหตุที่ฉีกขาดยังไม่ทราบแน่ชัด บางครั้งเกิดจากการบาดเจ็บขณะผ่าตัดหัวใจ ตำแหน่งฉีกขาดที่พบมากคือหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนติดกับหัวใจ และอีกตำแหน่งคือหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกขาลง ซึ่งมักกดทางทรวงอกซ้ายมากกว่าด้านขวา
เลือดที่เซาะจะเซาะในผนังชั้นกลาง ไปตามความยาวของหลอดเลือดแดงใหญ่ จากหัวใจลงไปถึงในท้อง เลือดที่ไหลเวียนในผนัง อาจทำให้ผนังด้านนอกแตกออก คนไข้ก็จะเสียชีวิตเพราะเลือดไหลออกจากระบบไหลเวียนโลหิต หรืออาจกดหลอดเลือดแดงใหญ่ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงร่างกายได้ยาก หรืออาจเซาะอุดตันแขนงต่างๆ ของหลอดเลือดใหญ่ ทำให้อวัยวะที่เลี้ยงโดยหลอดเลือดแขนงขาดเลือด
ถ้าเป็นหัวใจก็เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน สมองเป็นอัมพาต ลำไส้เล็กเกิดลำไส้ขาดเลือด ลำไส้ตายและเน่า ซึ่งคนไข้มักเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว และโอกาสรอดมีน้อยมากๆ
เพราะไม่มีอาการบอกล่วงหน้า จึงควรตรวจคัดกรอง
จะเห็นว่าโรคนี้จะไม่มีอาการบอกเหตุมาก่อน เป็นทันที รวดเร็ว เจ็บปวดรุนแรง และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ประมาณว่า 24 ชั่วโมงแรกจะเสียชีวิตราว 25% ถ้าวินิจฉัยไม่ได้ รักษาไม่ทันการ
การวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดแดงใหญ่
เริ่มที่อาการเจ็บปวดหน้าอก หลัง ที่รุนแรง เป็นทันที เหมือนมีการฉีกขาดในร่างกาย ปวดร้าวไปที่หลัง ลงมาที่ท้องและขาสองข้าง อาการปวดอาจรุนแรงมากจนคนไข้เป็นลมหมดสติ การตรวจวินิจฉัยโดยทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะแบ่งคนไข้เป็นสองกลุ่มใหญ่ คือกลุ่มที่ฉีกขาดในหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ติดหัวใจ เป็นกลุ่มที่รุนแรงกว่า ต้องรักษาโดยการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด เพื่อเปลี่ยนหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนติดกับหัวใจด้วยหลอดเลือดเทียม แล้วคนไข้ก็จะปลอดภัย
ส่วนกลุ่มที่มีการฉีกขาดเลือดในหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกส่วนที่สามคือส่วนขาลง มีความรุนแรงน้อยกว่า แต่ก็อาจเป็นอันตรายได้จากการแตกของหลอดเลือดใหญ่ หรือจากการไปอุดตันหลอดเลือดเลี้ยงอวัยวะต่างๆ การรักษาในกลุ่มนี้สามารถใช้วิธีการใส่หลอดเลีอดเทียมหุ้มขดลวดผ่านทางหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบไปกางปิดตำแหน่งที่ฉีกขาดของผนังชั้นใน เลือดก็จะไม่เซาะไปในผนัง ทำให้โรคถูกควบคุม ไม่ให้ผนังหลอดเลือดแดงใหญ่แตก
การผ่าตัดรักษาและการใช้หลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวด
การรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่ในปัจจุบัน ทำได้โดยการผ่าตัดแบบเปิด และการรักษาโดยใช้หลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวด
- การผ่าตัดแบบเปิด
สามารถรักษาโรคได้ทุกตำแหน่ง แม้ในระยะแรกแผลผ่าตัดจะยาว อาจต้องเปิดกระดูกหน้าอก ช่องซี่โครง หน้าท้อง การผ่าตัดใช้เวลานานกว่า อาจต้องให้เลือดมากกว่า โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอาจพบได้ แต่ถ้าสำเร็จก็จะมีผลดีไปยาวนาน - การรักษาด้วยหลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวด
สามารถใช้ได้ดีในตำแหน่งหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกขาลง และหลอดเลือดแดงในช่องท้องส่วนที่ตำกว่าหลอดเลือดแดงของไต ซึ่งในระยะแรกให้ผลการรักษาที่ดี ความบาดเจ็บของคนไข้น้อยกว่า คนไข้ฟื้นตัวได้เร็ว สามารถกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้เร็วกว่า แต่อาจเกิดการเลื่อนของขดลวด เลือดอาจไหลเข้าในส่วนที่โป่งพองได้อีก ทำให้โอกาสที่จะแตกยังเป็นไปได้แม้รักษาแล้ว จึงต้องติดตามโดยการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์อย่างน้อยปีละครั้งไปตลอดชีวิตคนไข้
ทั้งนี้หลอดเลือดเทียมที่ใช้ทดแทนหลอดเลือดแดงใหญ่ทำจากสารสังเคราะห์ที่มีความแข็งแรง มีความทนทาน สามารถใช้ได้ตลอดชีวิตคนไข้ โอกาสติดเชื้อมีไม่มาก โอกาสเกิดลิ่มเลือดเกาะทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่อุดตันก็มีน้อย แม้ไม่ได้รับประทานยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกร็ดเลือดก็ตาม
