อาการปวดท้อง เป็นอาการที่พบบ่อยในเด็กเล็กๆ ซึ่งเขายังพูดหรือยังบอกเราไม่ได้ จึงสร้างความวิตกกังวลให้กับพ่อแม่เป็นอย่างมาก โดยอาการปวดท้องของเด็กสามารถแยกเป็นชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง และเกิดได้จากหลายสาเหตุ มักเกี่ยวกับอายุและอาการร่วมที่แตกต่างกัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มของเด็กแรกเกิด เด็กเล็ก และเด็กโต
สาเหตุ…ที่ส่งผลให้ลูกเกิดอาการปวดท้องเฉียบพลัน
- อาการปวดท้องที่มักเกิดร่วมกับอาการอาเจียน มีไข้ ถ่ายเหลว มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร และพบได้บ่อยที่สุด
- อาการปวดท้องที่มักเกิดร่วมกับอาการอาเจียนหลายครั้ง มีน้ำดีปน และถ่ายเป็นมูกเลือด ร้องไห้กวนงอแง อาจมีสาเหตุมาจากโรคลำไส้กลืนกัน ซึ่งมักพบได้ในกลุ่มเด็กเล็ก
- อาการปวดท้องที่มักเกิดร่วมกับถ่ายเหลว มีไข้หรือไม่มีไข้ก็ได้ อาจเป็นโรคลำไส้อักเสบและอาหารเป็นพิษ ซึ่งพบได้ในทุกอายุของเด็ก
- อาการปวดท้องที่มักเกิดร่วมกับมีไข้ อาเจียน ปวดท้องด้านล่างข้างขวา อาจเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ มักพบได้ในกลุ่มของเด็กโต
- อาการปวดท้องที่มักเกิดร่วมกับอาการมีผื่นขึ้นเป็นจ้ำๆ ปวดท้องรุนแรงมาก ปวดจนตัวบิด ไม่มีไข้ อาจเป็นโรคเส้นเลือดในลำไส้อักเสบ หรือที่เรียกว่า Henoch-Schonlein purpura
อาการชี้ชัดว่าคือการปวดท้องแบบเรื้อรัง
ในกลุ่มนี้มักปวดท้องติดต่อกันเป็นช่วงระยะเวลา 7-14 วัน หรือบางรายก็เป็นๆ หายๆ อยู่หลายเดือน แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่ามีอาการร่วมด้วยหรือไม่ โดยอาการร่วมมีอะไรบ้าง เช่น
- มีอาการปวดท้อง แน่นลิ้นปี่ ทานอาหารได้น้อย อาจเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือเป็นแผลในกระเพาะอาหาร
- มีอาการอาเจียน เรอเปรี้ยว แสบยอดอก อาจป็นโรคกรดไหลย้อน
- มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง อาจเป็นโรคของระบบน้ำดีอุดตันหรือโรคตับ เช่น โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ
- มีอาการท้องเสียเป็นๆ หายๆ อาจเป็นเกิดจากโรคลำไส้อักเสบหรือมีแผล
- มีอาการท้องผูกเรื้อรัง อาจเป็นโรคไม่มีปมประสาทที่ลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง
เมื่อลูกปวดท้อง นี่คือสิ่งที่พ่อแม่ควรปฏิบัติ
- สังเกตอาการร่วมที่มีร่วมกัน เช่น อาการอาเจียน ถ่ายเหลว มีไข้หรือไม่ มีผื่น หน้าซีดคล้ายจะเป็นลม เป็นต้น
- ลูกปวดท้องแบบไหน ปวดรุนแรง ปวดเป็นพักๆ เป็นๆ หายๆ หรือว่าปวดไม่รุนแรง ปวดนานแค่ไหน กินอะไรแล้วทำให้ปวดมากขึ้น เป็นต้น
- มีการประสบอุบัติเหตุหรือไม่ เช่น การกระทบกระแทก เป็นต้น
อาการปวดท้องในเด็ก สามารถวินิจฉัยได้โดย…
ก่อนอื่นแพทย์จะต้องทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจจำเป็นจะต้องมีการตรวจแบบพิเศษอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจทางรังสีวิทยา เช่น เอกซเรย์ช่องท้อง อัลตร้าซาวด์ช่องท้อง ตรวจซีทีสแกน
ในบางรายอาจจะต้องตรวจโดยวิธีการส่องกล้องทางเดินอาหาร ซึ่งแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางเด็กระบบทางเดินอาหาร เพราะจะต้องใช้เครื่องมือที่มีความพร้อมและความชำนาญพิเศษของแพทย์โดยเฉพาะสำหรับเด็กเท่านั้น เพื่อหาสาเหตุของการปวดท้องที่แท้จริงต่อไป
อย่างไรก็ตาม หากลูกรักมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง โดยเฉพาะมีไข้ อาเจียนถ่ายเหลวหลายครั้ง ถ่ายเป็นมูกเลือด คุณพ่อคุณแม่อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบพาลูกมาพบแพทย์จะได้รักษาให้ทันท่วงที
