“มะเร็งในสตรี” เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทย โดยเฉพาะมะเร็งที่เกิดขึ้นในอวัยวะสืบพันธุ์ ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูก และมะเร็งรังไข่ ซึ่งแม้จะเป็นโรคที่อันตราย แต่สิ่งที่สำคัญคือ “ตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น” และ “รักษาได้ผลดีหากมาพบแพทย์เร็ว”
มะเร็งสตรี 3 กลุ่มใหญ่นี้มีพฤติกรรมโรค และแนวทางดูแลต่างกัน แต่จุดร่วมสำคัญคือ “ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งรักษาได้ผลดี” โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกซึ่งมีวิธีคัดกรอง และวัคซีนที่ได้ผลดีมากในวงกว้างของประชากรหญิง
มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) สาเหตุหลักมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การเริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย มีคู่นอนหลายคน หรือคู่ครองมีพฤติกรรมเสี่ยง ไม่เคยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก สูบบุหรี่ หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
อาการเตือน
- มีเลือดออกจากช่องคลอด โดยไม่ทราบสาเหตุ
- เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นหรือมีเลือดปน
- ปวดท้องน้อยเรื้อรัง
การตรวจคัดกรอง
- การตรวจแปปสเมียร์ (Pap Smear)
- การตรวจ HPV DNA Test
การป้องกัน
- รับวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ตั้งแต่อายุ 9–45 ปี
- ตรวจภายในและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี
- มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ
เตรียมตัวก่อนมาตรวจคัดกรองปากมดลูก (Pap / HPV)
- งดการมีเพศสัมพันธ์ สวนล้างช่องคลอด หรือใช้ยาเหน็บ 24–48 ชม. ก่อนตรวจ
- นัดตรวจหลีกเลี่ยงช่วงที่มีประจำเดือน ควรมาตรวจหลังหมดประจำเดือน 3–5 วัน
- แจ้งแพทย์หากเคยมีผลตรวจผิดปกติ ตั้งครรภ์ หรือมีอาการผิดปกติร่วม
มะเร็งมดลูก (Endometrial Cancer) เกิดจากความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวผิดปกติ จนเกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน มีภาวะอ้วน หรือมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ไม่เคยตั้งครรภ์ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
อาการเตือน
- มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน
- ประจำเดือนมามากหรือมานานผิดปกติ
- ปวดท้องน้อย หรือมีตกขาวปนเลือด
การตรวจวินิจฉัย
- ตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด
- ตรวจชิ้นเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก
การป้องกัน
- รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- พบแพทย์เมื่อมีเลือดออกผิดปกติ
- ตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอ
มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer) สาเหตุการเกิดยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และฮอร์โมนเพศ ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านม ไม่เคยตั้งครรภ์ มีภาวะรังไข่ทำงานผิดปกติ ผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป
อาการเตือน (มักไม่ชัดเจนในระยะแรก)
- ท้องอืด แน่นท้อง ปวดท้องน้อย
- ปัสสาวะบ่อย หรืออิ่มเร็ว
- น้ำหนักลด โดยไม่ทราบสาเหตุ
การตรวจคัดกรอง
- ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องหรือช่องคลอด
- ตรวจเลือดหาค่า CA-125 เพื่อประเมินความเสี่ยง
การป้องกัน
- ตรวจสุขภาพสตรีประจำปี
- สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย
- ปรึกษาแพทย์หากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งชนิดนี้
เช็กลิสต์ “ลดเสี่ยงมะเร็งสตรี” ที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้
- รับวัคซีน HPV ตามช่วงวัยและคำแนะนำของแพทย์
- ในวัย 9–14 ปี รับวัคซีน 2 เข็ม
- อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 15 ปี แนะนำรับวัคซีน 3 เข็ม
- ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง แนะนำรับวัคซีน 3 เข็ม
- คัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามช่วงอายุ และไม่ขาดนัด
- อายุ 25–29 ปี ตรวจ Pap Smear ทุก 1-2 ปี
- อายุ 30 ปีขึ้นไป ตรวจ HPV DNA Test หรือ Co-test (Pap + HPV) ทุก 3–5 ปี
- คุมน้ำหนัก เบาหวาน และความดัน พร้อมออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
- ใช้ฮอร์โมนภายใต้การดูแลของแพทย์
- พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ
ตรวจเร็ว ป้องกันได้ เพราะ “ความช้า” คือความเสี่ยง
มะเร็งในผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การตรวจภายในประจำปี จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป หรือมีความเสี่ยงทางพันธุกรรม
พบแพทย์เฉพาะทางที่ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 2
ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 2 พร้อมดูแลสุขภาพผู้หญิงทุกวัย ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางสูตินรีเวช เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย และบริการตรวจคัดกรองมะเร็งสตรีอย่างครบวงจร
เพราะ…“สุขภาพผู้หญิงสำคัญ” ตรวจเร็ว ป้องกันได้ เพื่อชีวิตที่มั่นใจ และปลอดภัยในทุกช่วงวัย
พญ. ถนอมศิริ สติฐิต
สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช และมะเร็งวิทยา
