ปัญหาลูกขาดสมาธิในการเรียน เช็กให้ชัวร์ว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่

Image

แชร์


เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยเรียนของลูก โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนจากชั้นอนุบาลเข้าสู่ชั้นประถมศึกษาที่รูปแบบการเรียนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเน้นการเรียนวิชาการมากขึ้น มีงานหรือการบ้านเพิ่มขึ้น และต้องนั่งโต๊ะเรียนในระยะเวลาที่ยาวนาน คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจพบกับปัญหา “ลูกอยู่ไม่นิ่ง ไม่ตั้งใจเรียน จดการบ้านมาไม่ครบ หรือไม่อยากทำการบ้าน” ซึ่งมักทำให้สงสัยว่า “ลูกเป็นสมาธิสั้นหรือไม่” ซึ่งในความจริงแล้ว อาการที่เด็กแสดงออกเหล่านี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ คุณพ่อคุณแม่จึงควรทราบเพื่อการแก้ไขหรือปรึกษาแพทย์ได้อย่างเหมาะสม

 

สาเหตุที่ทำให้เด็กมีปัญหาด้านการเรียน 

การจะหาสาเหตุที่แท้จริงพบนั้น ต้องรู้พฤติกรรมของลูก ซึ่งอาจแยกได้เป็น 

  1. โรคซน สมาธิสั้น
    อาการที่ต้องสงสัย

    • อยู่ไม่นิ่ง ลุกออกจากที่นั่ง ยุกยิกเวลานั่งอยู่กับที่ 
    • จดจ่อได้ไม่นาน
    • หันเหความสนใจได้ง่าย 
    • คุยเก่งเกินไป 
    • พูดแทรก
    • รอคิวไม่ได้
    • มีความยากลำบากในการทำงานตามขั้นตอนหรือการวางแผนการทำงาน
    • ลืมงาน ลืมการบ้าน ลืมของ
  2. ทักษะการเรียนรู้บกพร่อง (Learning disability) การที่เด็กมีความบกพร่องของกระบวนการเรียนรู้ด้านการอ่าน การสะกดคำ การเขียน หรือคณิตศาสตร์ ทำให้มีความยากลำบากในการเรียนในบางวิชา
    อาการที่ต้องสงสัย ความบกพร่องด้านการอ่านเขียน

    • สับสนตัวอักษรที่คล้ายๆ กัน เช่น พ / ผ, b / d  
    • มีความยากลำบากในการจดจำชื่อหรือแยกแยะเสียงตัวอักษร
    • อ่านเขียนได้ช้ากว่าเพื่อนในชั้นเรียน
    • มีความยากลำบากในการสะกดคำศัพท์ใหม่ มีใช้การเดาคำใกล้เคียงที่คุ้นเคยแทน หรืออ่านข้ามคำ
    • สะกดคำผิด
    • เขียนได้ช้า ลายมือตัวใหญ่กว่าปกติ
    • มีปัญหาในการอ่านจับใจความ

     

    อาการที่ต้องสงสัย ความบกพร่องด้านคณิตศาสตร์

    • คิดคำนวณได้ช้า ไม่คล่อง
    • สับสนเครื่องหมายสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ เช่น เครื่องหมายบวก/ลบ ว่ามีหลักการคิดคำนวณอย่างไร
    • มีความยากลำบากในการคิดคำนวณตามขั้นตอน

     

  3. พัฒนาการล่าช้า หรือ ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
    อาการที่ต้องสงสัย

    • พัฒนาการช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน
    • เรียนรู้ได้ช้า หรือเมื่อสอนไปแล้วได้หน้าลืมหลัง
    • ความสามารถด้านอื่น เช่น การช่วยเหลือตนเอง หรือการแก้ไขปัญหา ทำได้น้อยกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน
  4. ความผิดปกติทางการมองเห็น
    อาการที่ต้องสงสัยภาวะสายตาสั้น

    • มองระยะไกลเห็นไม่ชัด 
    • ต้องหรี่ตามอง หรือต้องเอาหน้าเข้าไปใกล้หนังสือ/หน้าจอ
    • สายตาล้า ปวดศีรษะ เมื่อต้องใช้สายตาในเวลานาน
  5. ความผิดปกติทางการได้ยิน
    อาการที่ต้องสงสัยภาวะบกพร่องทางการได้ยิน

    • ได้ยินไม่ชัด 
    • มีความยากลำบากในการฟังผู้อื่นพูดเมื่ออยู่ในที่มีเสียงดัง
    • มีเสียงรบกวนผิดปกติในหู

     

  6. ปัญหาทางอารมณ์หรือสภาพจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล ปัญหาในครอบครัว 

หากลูกมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียน แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกมาพบกุมารแพทย์ เพื่อรับการตรวจประเมินเพิ่มเติม จะช่วยให้พบสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาที่เกิดขึ้น และนำไปสู่การได้รับการรักษาที่ตรงจุดอย่างเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อตัวลูกทั้งในแง่การเรียนและสุขภาพจิต รวมไปถึงการทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจในตัวลูกมากขึ้น จนนำไปสู่ความสามารถในการช่วยเหลือลูกได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

 

 

พญ.ปัญญ์ชลี จงไพบูลย์พัฒนะ

กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการและพฤติกรรม

โรงพยาบาลพญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...