พล.ร.ต. นพ.ต้น คงเป็นสุข แพทย์ชำนาญเฉพาะทาง ศัลยศาสตร์ทั่วไปและศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก รพ.พญาไท 2 กล่าวถึง ผู้ป่วยหลายท่านที่เจ็บป่วยจากระบบลำไส้ และมีความจำเป็นต้องผ่าตัดลำไส้ในทันที หลายคนมีความกังวล หลายคนปฏิเสธการรักษา ทำให้เกิดปัญหาการรักษาที่อาจไม่ได้ผล หรืออาการลุกลามจากความล่าช้าในการรักษา ก็เป็นได้ ซึ่งการผ่าตัดที่ล่าช้า อาจทำให้เกิดปัญหาการรักษาที่ยุ่งยากและซับซ้อนตามมา ผู้ป่วยจึงควรทำตามคำแนะนำ หรือวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อให้การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี และสามารถรักษาได้เร็วก่อนเกิดปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมา
ใครบ้างที่ต้องได้รับการผ่าตัดลำไส้
หากไม่นับความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. กลุ่มผู้ป่วยที่เกิดอุบัติเหตุทางช่องท้องแล้ว เป็นเหตุให้มีการฉีกขาด หรือทะลุของลำไส้หรือภยันตรายต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้ ซึ่งหากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าจะบาดเจ็บถึงขั้นต้องรับการผ่าตัด ก็ควรรับการผ่าตัดลำไส้ให้เร็วที่สุด
2. กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคทางลำไส้ส่วนใหญ่มักรับการรักษาด้วยยาหรือวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อน แต่ถ้าโรคนั้นไม่สามารถรักษาได้ด้วยการให้ยาได้ อาทิ ไส้ติ่งอักเสบ หรือโรคบางโรครักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยรายนั้นก็จำเป็นที่จะต้องรับการผ่าตัด อาทิ ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง ภาวะวัณโรคของลำไส้ ซึ่งโรคในกลุ่มนี้ เบื้องต้นจะรักษาด้วยยาก่อน แต่ถ้ารับการรักษาด้วยยาแล้ว ผู้ป่วยยังมีอาการรุนแรงของลำไส้อุดตัน เลือดออกในลำไส้ หรือมีอาการปวดท้องรุนแรงขึ้น ก็จำเป็นจะต้องรับการผ่าตัด ส่วนในกรณีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ การรักษาหลัก คือ การผ่าตัด เพื่อตัดเนื้อร้ายออกจากส่วนของลำไส้นั่นเอง ยกเว้นว่าเชื้อมะเร็งมีการกระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย และไม่สามารถตัดออกได้หมด การรักษาหลัก จะเป็นการให้ยาเคมีบำบัด
อาการแทรกซ้อนหลังผ่าตัดลำไส้
ศัลยแพทย์จะต้องประเมินและทำการรักษาเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด สำหรับจุดประสงค์ของการผ่าตัดลำไส้ คือ กำจัดโรคหรือพยาธิสภาพออกจากร่างกายของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเป็นปกติได้มากที่สุด ซึ่งภาวะแทรกซ้อน ที่อาจเกิดขึ้นได้ สำหรับการผ่าตัดใหม่ ๆ ได้แก่ การรั่วของรอยต่อลำไส้ การอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด ตลอดจนการตกเลือดในช่องท้อง เป็นต้น อย่างไรก็ตามภาวะที่กล่าวมานี้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก และศัลยแพทย์ทุกท่าน ระวังที่จะไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวอยู่แล้ว
ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะหลังจากผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดไประยะหนึ่ง อาจมีภาวะของลำไส้อุดตัน ที่เกิดจากแผลเป็นหรือพังผืดที่อยู่ในช่องท้อง นอกจากนี้ การขับถ่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เช่น การผ่าตัด บางตำแหน่งของลำไส้ทำให้ผู้ป่วยมีการถ่ายอุจจาระบ่อยหรือเหลวเป็นน้ำมากขึ้น ส่วนการผ่าตัดบริเวณลำไส้ส่วนล่าง ที่ใกล้กับทวารหนัก ผู้ป่วยอาจมีภาวะกลั้นอุจจาระไม่ได้นาน ถ่ายอุจจาระบ่อยวันละหลายครั้ง ซึ่งอาการเหล่านี้จะทุเลาและกลับมาเป็นปกติใน 6 เดือน – 1 ปี หลังการผ่าตัด
ผลกระทบจากการตัดสินใจไม่ผ่าตัดลำไส้ หรือล่าช้าในการรักษา
ผู้ป่วยที่เกิดอุบัติเหตุและจำเป็นต้องผ่าตัดลำไส้ในทันที เช่น ภาวะเลือดออกในช่องท้องหรือภาวะลำไส้ฉีกขาด หากผ่าตัดล่าช้า อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการตกเลือดหรือเสียชีวิตจากการติดเชื้อในช่องท้องได้
ผู้ป่วยที่เป็นโรคทางลำไส้และปฏิเสธการผ่าตัดในเบื้องต้น ทำให้ผ่าตัดช้าเกินไป อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคมากขึ้น และลุกลามของโรคทางลำไส้มากขึ้น การรักษาจะยิ่งยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้น นอกจากนี้ การกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติใช้เวลานานกว่าเดิม กล่าวคือแทนที่ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดอย่างทันท่วงที แต่กลับทำให้การรักษายืดระยะเวลาออกไป และการฟื้นฟูหลังการผ่าตัดก็ใช้เวลานานขึ้นด้วย
ในส่วนของผู้ป่วยมะเร็ง หากปล่อยเอาไว้ และไม่ได้รับการผ่าตัด อาจทำให้เชื้อมะเร็งลุกลามมากขึ้น ก้อนเนื้อที่อยู่ในลำไส้ อาจแพร่กระจายหรือมีขนาดใหญ่ขึ้นจนขวางทางเดินอาหาร ทำให้เกิดภาวะลำไส้อุดตัน ลำไส้แตกทะลุ หรือเลือดออกในทางเดินอาหารได้ และยังทำให้การผ่าตัดยากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในผู้ป่วยที่ลำไส้อุดตันหรือลำไส้แตกจากมะเร็ง อาจจะต้องได้รับการผ่าตัดโดยทำทวารเทียมทางหน้าท้อง ซึ่งแตกต่างจากผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดและเข้ารับ การรักษาได้เร็วโอกาสมีทวารเทียมทางหน้าท้องน้อยกว่ากลุ่มที่รับการผ่าตัดแบบฉุกเฉินเป็นอย่างมาก
ผ่าตัดลำไส้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ในปัจจุบันการผ่าตัดลำไส้ด้วยเทคโนโลยี เทคนิคการผ่าตัดและอุปกรณ์การผ่าตัดที่ทันสมัย ตลอดจนความชำนาญของศัลยแพทย์เฉพาะทาง สามารถลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเมื่อเทียบกับในอดีตเป็นอย่างมาก รอยแผลเล็กลง การบาดเจ็บน้อยลง การพักฟื้นหลังผ่าตัดใช้เวลาไม่นาน พังผืดหรือแผลเป็นหลังการผ่าตัดในช่องท้องก็น้อยลงไปด้วย ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ทานอาหารและขับถ่ายเป็นปกติได้เร็วมากยิ่งขึ้น จึงไม่ต้องกังวลหากแพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันท่วงที
พล.ร.ต. นพ.ต้น คงเป็นสุข
แพทย์ชำนาญเฉพาะทาง ศัลยศาสตร์ทั่วไปและศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
โรงพยาบาลพญาไท 2
