โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งพบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรไทย และในปัจจุบันยังพบในกลุ่มคนวัยทำงานและวัยกลางคนมากขึ้น การปล่อยให้ข้อเข่าค่อยๆ เสื่อมลงโดยไม่รักษา จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในอนาคต เช่น มีอาการปวดข้อเรื้อรัง ข้อเข่าผิดรูป ขาโก่ง ส่งผลต่อการเดิน การขึ้นลงบันได และทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง
ทางเลือกในการรักษาข้อเข่าเสื่อม
การรักษาภาวะข้อเข่าเสื่อมมีหลายวิธี ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด ไปจนถึงการผ่าตัดในกรณีรุนแรง แต่ด้วยข้อจำกัดและผลข้างเคียงของวิธีการรักษาแบบเดิมๆ ทำให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาใหม่ๆ และที่ได้รับความสนใจในปัจจุบันคือ ‘PRP’ (Platelet-Rich Plasma) ซึ่งเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อมโดยไม่ต้องผ่าตัด
PRP (Platelet-Rich Plasma) คืออะไร ?
PRP (Platelet-Rich Plasma) เป็นวิธีการชะลอและฟื้นฟูภาวะข้อเข่าเสื่อม ที่เหมาะกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง โดยการใช้พลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งได้จากเลือดของตัวผู้ป่วยประมาณ 11-22 ml. (ขึ้นอยู่กับอาการบาดเจ็บ) ผ่านกระบวนการปั่นคัดแยก โดยเก็บสารชีวภาพภายในเกล็ดเลือดที่มีผลต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูการบาดเจ็บไว้ให้มากที่สุด เพื่อฉีดกลับเข้าไปยังบริเวณที่มีการอักเสบ เช่น ข้อเข่า เส้นเอ็น หรือกล้ามเนื้อ
ด้วยฤทธิ์ของ growth factors หลายชนิดที่มีอยู่ใน PRP เช่น PDGF, TGF-β และ VEGF จะช่วยลดการอักเสบ ส่งเสริมการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมถึงกระตุ้นการทำงานของ fibroblasts และ endothelial cells เพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ แต่สารชีวภาพเหล่านี้มักถูกทำลายไปในระหว่างขั้นตอนปั่นคัดแยก เพื่อแก้ปัญหานี้ จึงมีการพัฒนากระบวนการปั่นคัดแยกใหม่ที่เรียกว่า PRP Cold Brew
PRP Cold Brew คืออะไร ?
PRP Cold Brew เป็นเทคนิคการเตรียมพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้นที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการสูญเสียสารชีวภาพในกระบวนการปั่นแยก ด้วยการควบคุมอุณหภูมิและความเร็วรอบปั่น เพื่อให้ได้เกล็ดเลือดที่คงประสิทธิภาพของสารชีวภาพสำคัญที่มากกว่าการปั่นแยก PRP ด้วยวิธีดั้งเดิม ดังนี้
- เจาะเลือดประมาณ 20-60 มล. จากผู้ป่วย โดยใช้สารป้องกันการแข็งตัว
- ควบคุมอุณหภูมิให้ต่ำ ประมาณ 4°C ตลอดกระบวนการเตรียม เพื่อลดความร้อนจากการเสียดสีระหว่างการปั่นแยก (centrifugation) ซึ่งเกล็ดเลือดอาจถูกกระตุ้นให้ปล่อยสารสำคัญก่อนเวลาอันควร (premature activation) ส่งผลให้ growth factors บางส่วนสลายตัวเร็วเกินไป
- ปรับความเร็วรอบการปั่นแยกให้เกิดแรงเฉือนต่ำลง โดยในขั้นแรกปั่นที่ความเร็วปานกลาง (ประมาณ 1,500-2,000 รอบ/นาที) และขั้นที่สองปั่นที่ความเร็วสูงขึ้น (ประมาณ 3,000-3,500 รอบ/นาที) เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและรักษาสภาพเกล็ดเลือด รวมถึงป้องกันการสลายตัวของ growth factors ได้ดีขึ้น
- นำพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้นไปผ่านกระบวนการ freeze-drying หรือเก็บที่อุณหภูมิ -80°C ทันที เพื่อรักษาความคงตัว ช่วยป้องกันการเกิด ice crystals ที่ทำลายโครงสร้างเกล็ดเลือด ทำให้สามารถการเก็บรักษา PRP ไว้เพื่อการฉีดหลายครั้ง หรือกรณีที่ต้องเก็บไว้เป็นเวลานานก่อนฉีดครั้งแรก
ความแตกต่างระหว่าง PRP ทั่วไป กับ PRP Cold Brew
| องค์ประกอบ | PRP ทั่วไป | PRP Cold Brew |
| เกล็ดเลือด | 3-5 เท่าของเลือดปกติ | 5-8 เท่าของเลือดปกติ |
| TGF-β | 25-35 ng/ml | 40-60 ng/ml |
| PDGF | 15-25 ng/ml | 30-45 ng/ml |
| VEGF | 200-300 pg/ml | 400-600 pg/ml |
| เม็ดเลือดขาว | มีปริมาณสูง | ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ |
| ความคงตัว | เก็บได้ 4-6 ชม. ที่ 4°C | เก็บได้ 6-12 เดือนที่ -80°C |
PRP Cold Brew ช่วยรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไร ?
PRP Cold Brew จะออกฤทธิ์ผ่านกลไกหลักที่เกี่ยวข้องกับการปล่อย growth factors ซึ่งเป็นสารชีวภาพที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
- กระตุ้นเซลล์กระดูกอ่อนให้เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน โปรตีโอไกลแคน และแอลาสติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกอ่อน จึงช่วยในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้น
- กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด และส่งสารอาหารไปยังเนื้อเยื่อข้อเข่า
- ลดการอักเสบ โดยการยับยั้งการหลั่งสารอักเสบ ช่วยชะลอการถูกทำลายของเซลล์กระดูกอ่อน เป็นการชะลอความเสื่อมของกระดูกอ่อนข้อเข่า
- ฟื้นฟูน้ำไขข้อที่เสื่อมสภาพ ทำให้ข้อเข่ามีความยืดหยุ่นและลดแรงเสียดสีได้ดีขึ้น
- บรรเทาอาการปวด และเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ข้อดีของ PRP Cold Brew ในการรักษาข้อเข่าเสื่อม
PRP Cold Brew เป็นการรักษาที่ช่วยฟื้นฟูข้อเข่าเสื่อมให้กลับมาใช้งานได้ดีขึ้น โดยมีข้อดีอีกหลายประการ ดังนี้
- ใช้สารชีวภาพจากเลือดของผู้ป่วยเอง จึงลดความเสี่ยงจากการแพ้ หรือปฏิกิริยาต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกัน
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเปิด ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนและระยะเวลาฟื้นตัวที่นานหากผ่าตัด
- ลดการใช้ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบ ที่อาจมีผลข้างเคียงต่อหัวและไตในระยะยาว
PRP ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน ?
- เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยทั่วไปจะทำการฉีด PRP ราว 3 ครั้งใน 6 เดือน ขึ้นอยู่ความรุนแรงของอาการและคำแนะนำจากแพทย์
- การฉีด PRP ครั้งแรกๆ มักทำทุก 3-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะเว้นระยะเวลาตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย
PRP Cold Brew ถือเป็นนวัตกรรมการรักษาและฟื้นฟูข้อเข่าเสื่อมที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และลดความจำเป็นในการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม การรักษาควรอยู่ภายใต้การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางด้านกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและปัญหาสุขภาพของแต่ละบุคคล
ที่ สถาบันกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท 2 เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการรักษาข้อเข่า พร้อมให้คำปรึกษาและรักษาด้วยทางเลือกที่หลากหลาย รวมถึงการฉีด PRP Cold Brew ภายใต้แนวคิด Value Healthcare ที่ผสมผสานคุณภาพทางการแพทย์เข้ากับความคุ้มค่า โดยผู้ป่วยสามารถปรับแผนการรักษาให้สอดคล้องกับงบประมาณได้ตลอดเวลา ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เพื่อให้มั่นใจว่าท่านจะได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ ครบถ้วน และเหมาะสมในทุกขั้นตอนของการรักษา
