โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) อันตรายถึงชีวิตแต่ป้องกันได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและทันท่วงที

Image

แชร์


โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง เมื่อเริ่มแสดงอาการทางระบบประสาทแล้ว มีอัตราการเสียชีวิตเกือบ 100% อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถป้องกันได้ หากได้รับการล้างแผลและฉีดวัคซีน ทันทีหลังสัมผัสเชื้อ ในประเทศไทย โรคพิษสุนัขบ้ายังคงพบได้เป็นระยะ โดยเฉพาะจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว ลิง หรือสัตว์จรจัด

 

โรคพิษสุนัขบ้า คืออะไร?

เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Lyssavirus ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เชื้อสามารถแพร่จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสู่คนผ่านน้ำลาย เช่น การกัด ข่วน หรือการสัมผัสแผลเปิด หลังเข้าสู่ร่างกาย เชื้อไวรัสจะเคลื่อนที่ผ่านเส้นประสาทไปยังสมอง ทำให้เกิดภาวะสมองอักเสบ (Encephalitis) ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงและอาจนำไปสู่การเสียชีวิต

 

โรคพิษสุนัขบ้า ติดต่อได้อย่างไร?

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดสามารถเป็นพาหะได้ พบมากใน

  • สุนัข
  • แมว
  • ลิง
  • ค้างคาว
  • สัตว์จรจัดที่ไม่ได้รับวัคซีน

 

การสัมผัสที่มีความเสี่ยง ได้แก่

  • ถูกกัดจนผิวหนังมีเลือดออก
  • ถูกข่วนจนผิวหนังถลอก
  • น้ำลายสัตว์สัมผัสแผลเปิด เยื่อบุตา หรือเยื่อบุช่องปาก

แม้แผลมีขนาดเล็ก ก็อาจมีความเสี่ยงได้

 

อาการโรคพิษสุนัขบ้าในคน

ระยะฟักตัวเฉลี่ยประมาณ 1–3 เดือน แต่อาจสั้นหรือยาวแตกต่างกันได้ ขึ้นกับตำแหน่งบาดแผลและปริมาณเชื้อ

 

ระยะเริ่มต้น

  • ไข้ต่ำ
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดแสบหรือชาบริเวณแผลเดิม

 

ระยะทางระบบประสาท

  • กลัวน้ำ (Hydrophobia)
  • กลัวลม
  • กลืนลำบาก
  • กระสับกระส่าย
  • ชัก
  • อัมพาต

 

เมื่อเข้าสู่ระยะนี้ ความรุนแรงของโรคสูงมาก

 

เมื่อโดนสุนัขกัด ต้องทำอย่างไร?

แนวทางปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง คือการจัดการทันทีหลังสัมผัสเชื้อเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

 

1. ล้างแผลทันที

  • ล้างด้วยน้ำไหลผ่านต่อเนื่องอย่างน้อย 15 นาที
  • ใช้สบู่ฟอกบริเวณแผล
  • ใส่สารฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน

 

การล้างแผลอย่างถูกต้องช่วยลดปริมาณเชื้อไวรัสได้

 

2. เข้ารับการประเมินโดยแพทย์

  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies Vaccine)
  • การให้ Rabies Immunoglobulin (RIG) ในกรณีเสี่ยงสูง

 

ไม่ควรรอดูอาการเอง เพราะโรคมักแสดงอาการช้าแต่รุนแรง

 

วัคซีนพิษสุนัขบ้า มีกี่แบบ?

1. การฉีดหลังสัมผัสโรค (Post-Exposure Prophylaxis: PEP) ใช้ในกรณีถูกกัด ข่วน หรือสัมผัสเสี่ยง ต้องฉีดครบตามกำหนดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

 

2. การฉีดก่อนสัมผัสโรค (Pre-Exposure Prophylaxis: PrEP) เหมาะสำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง เช่น

  • สัตวแพทย์
  • บุคลากรควบคุมสัตว์
  • ผู้ทำงานใกล้สัตว์ป่า
  • เด็กที่มีโอกาสสัมผัสสัตว์บ่อย

 

การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

  • ฉีดวัคซีนสัตว์เลี้ยงเป็นประจำทุกปี
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์จรจัด
  • สอนเด็กไม่เล่นกับสัตว์ที่ไม่รู้จัก
  • รีบล้างแผลและพบแพทย์ทันทีเมื่อถูกกัด

 

โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคร้ายแรงที่ไม่ควรมองข้าม แม้บาดแผลเพียงเล็กน้อย การประเมินโดยแพทย์ คือสิ่งสำคัญที่สุด การล้างแผลทันทีและรับวัคซีนอย่างถูกต้อง สามารถป้องกันโรคได้ หากคุณหรือคนในครอบครัวถูกสัตว์กัด ข่วน หรือสงสัยสัมผัสเชื้อ ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ทันที

Loading...

แชร์


Loading...