สำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตาเอียง หรือสายตายาว การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา (Refractive Lens Surgery : RLS) ถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบันเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ใช้ในการผ่าตัด RLS มีความแม่นยำสูง ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ช่วยให้ผู้ป่วยมองเห็นชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตา อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจผ่าตัด
- การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตามีอายุกี่ปี และมีโอกาสที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนซ้ำอีกหรือไม่การใช้งานของเลนส์ตาที่เปลี่ยนถ่ายไปจะอยู่ได้ไปตลอดชีวิต ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ ค่าสายตาจะคงที่ตลอดไป เพียงแต่การเปลี่ยนเลนส์ตาใหม่หลังผ่าตัดอาจจะมีค่าสายตาเหลืออยู่บ้าง ซึ่งอาจจะยังจำเป็นต้องใส่แว่นสายตา เพื่อช่วยเพิ่มความคมชัดในการมองเห็นอยู่บ้าง แต่ค่าสายตานั้นก็จะคงที่เช่นเดิมไปตลอดยกเว้นมีการเสื่อมของโครงสร้างตาส่วนอื่น ก็อาจจะจำเป็นต้องมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรักษา ในส่วนนั้น ๆ ต่อไป หากจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาใหม่ สามารถทำได้ แต่การผ่าตัด ครั้งที่ 2 หรือครั้งต่อ ๆ ไป โครงสร้างของตาก็อาจจะเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้นหรือ อาจการฟกช้ำหรือเสียหายเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นควรทำความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนรับการผ่าตัดรักษา ตั้งแต่แรกน่าจะเป็นสิ่งที่ ดีที่สุด ก่อนตัดสินใจ
- หลังการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา RLS มีโอกาสเสื่อมตามอายุหรือไม่
การเสื่อมเป็นเรื่องธรรมชาติของทุก ๆ คน แต่การเปลี่ยนเลนส์ตาไม่ได้เร่งทำให้การเสื่อมเร็วขึ้น ดังนั้นการถนอมดวงตา ตามสมควรยังเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ทุกคนควรปฏิบัติ - หลังผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา RLS มีโอกาสกลับมามีค่าสายตาสั้น ยาว เอียงอีก ตามพฤติกรรมเราหรือไม่
การเปลี่ยนเลนส์ตาเป็นการแก้ไขสายตาแบบถาวรดังนั้นค่าสายตาจะไม่เปลี่ยนแปลง เว้นแต่มีการเสื่อมของโครงสร้างตาส่วนอื่น ๆ ร่วมด้วยอาจจะทำให้ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงได้บ้าง - ข้อห้ามหากจะผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา
การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา ข้อห้ามก็จะเป็นลักษณะเดียวกับ การผ่าตัดต้อกระจกคือ ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะที่ ไม่สามารถผ่าตัดได้ เช่นมีโรคประจำตัวรุนแรง และ ในบางกรณี ผู้ป่วยต้องมีความรู้ความเข้าใจของการผ่าตัด เปลี่ยนเลนส์ตา ว่ามีข้อจำกัด ในเรื่องการมองเห็นอยู่บ้าง ไม่ได้ สมบูรณ์แบบไปทั้งหมด ดังนั้น ถ้าสุขภาพร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย และไม่ได้มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการผ่าตัด ก็สามารถผ่าตัดได้ - การดูแลหลังผ่าตัดเป็นเลนส์ตา และระยะเวลาในการพักฟื้น
การดูแลหลังผ่าตัดจะปฏิบัติเช่นเดียวกันกับการผ่าตัด ต้อกระจกคือในช่วง 1 สัปดาห์แรกจำเป็นต้องระวังสิ่งสกปรกเข้าตา และควรใส่ที่ครอบตาตอนนอน แว่นกันแดดควรใส่เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกเข้าตา หยอดยาให้สม่ำเสมอ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไป จะเริ่มผ่อนคลายขึ้นแต่อย่างไรก็ตาม ควรใช้น้ำสะอาดล้างหน้าอย่างน้อย 1 เดือน การออกกำลังกายควรหลีกเลี่ยง การออกกำลังกายจนมีเหงื่อในช่วง 1 เดือนแรก หลังจากครบ 1 เดือนแล้วสามารถใช้ชีวิต ประจำวันได้ตามปกติ - เกณฑ์การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาแบบ RLS มีอะไรบ้าง
โดยหลัก ๆ คือ เป็นผู้ที่มีปัญหาเรื่องสายตาผิดปกติ และไม่สามารถผ่าตัดโดยวิธีการอื่นได้ เช่นไม่สามารถทำเลสิกหรือใส่เลนส์เสริมได้ การเปลี่ยนเลนส์ตาจึงเป็นทางเลือกที่ดี หรือ ในผู้ที่มีต้อกระจกแล้ว และมีปัญหาเรื่องสายตาด้วย การเปลี่ยนเลนส์ตาก็จะเป็นการผ่าตัดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นหลังผ่าตัดได้ดียิ่งขึ้น และดีกว่าการทำเลสิคหรือ ใส่เลนส์เสริม - การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา RLS สามารถผ่าตัดตั้งแต่อายุเท่าไรถึงเท่าไร
ไม่ได้มีกฎเกณฑ์กำหนดตายตัวแต่โดยทั่วไป ควรเป็นผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งโครงสร้างตาจะค่อนข้างนิ่งแล้ว และผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองหลังผ่าตัดได้ดีกว่าผู้ที่ยังมีอายุน้อยอยู่ ซึ่งยังจำเป็นต้องให้ผู้ปกครองดูแล - กรณีอายุมาก 50+ สามารถผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา แบบ RLS ได้หรือไม่
ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีสามารถผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาได้ และมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากโดยเฉลี่ยผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จะเริ่มเป็นต้อกระจกและมีสายตายาวเพิ่มขึ้นอยู่แล้วด้วย การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาจึงเป็นการรักษาโรคต้อกระจก และสามารถแก้ไขสายตา ทำให้คุณภาพการมองเห็นดีขึ้นหลังผ่าตัดกว่าการผ่าตัดต้อกระจกแบบทั่วไป - หากมีตาเป็นต้อสามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา แบบ RLS ได้หรือไม่
ผ่าตัดเป็นเลนส์ตาได้ และ จะดีกว่าผ่าตัด ต้อกระจกทั่วไปด้วยเพราะจะเป็นการรักษาโรคต้อกระจกและรักษาสายตา ได้ในเวลาเดียวกันทำให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นดีกว่าผ่าตัดต้อกระจกแบบธรรมดา - หากมีจอประสาทตาเสื่อมสามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา แบบ RLS ได้หรือไม่
สามารถผ่าตัดได้ แต่การมองเห็นอาจจะไม่ได้ดีเท่ากับผู้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องจอประสาทตาเสื่อม อย่างไรก็ตามการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการมองเห็นในผู้ป่วยที่มีจอประสาทตาเสื่อมให้ดีขึ้น แต่เลนส์ที่ใส่สำหรับผู้ที่มีจอประสาทตาเสื่อมบางท่าน อาจจะไม่สามารถใส่เลนส์ที่มองได้หลายระยะได้ - ตาแบบใดที่ไม่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาแบบ RLS ได้
ไม่ได้มีข้อจำกัดในการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา เพียงแต่ ถ้าคนไข้มีปัญหาเรื่องโครงสร้างตาในส่วนอื่นๆเช่นมีแผลที่กระจกตา มีต้อหินหรือจอประสาทตาเสื่อม การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาอาจจะไม่ได้ประสิทธิภาพดีเท่ากับผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่มีปัญหาเหล่านี้ - หลังผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา RLS สามารถใส่คอนแทคเลนส์สีแฟชั่นได้ไหม
ยังใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่นได้ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตามการใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่นก็จะมีผลเสียหรือผลข้างเคียงเหมือนกับคนไข้ทั่วไปที่ไม่ได้ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา เช่นการอักเสบหรือการระคายเคืองตาจากตัวคอนแทคเลนส์เอง - หลังผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา RLS มีภาวะตาแห้งไหม และมีมากน้อยเพียงใด
การพบภาวะสายตาให้ตาแห้งหลังผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา มีความใกล้เคียงกับการผ่าตัดต้อกระจก ซึ่งไม่ได้พบมากนัก และ พบภาวะตาแห้งน้อยกว่าการทำเลสิก - หลังการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา RLS หากอายุมากขึ้นมีโอกาสเกิดโรคต้อต่าง ๆ ได้หรือไม่
การเปลี่ยนเลนส์ตาเป็นการ รักษาที่ตัวเลนส์ตาเลย ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนเลนส์ตาแล้ว จะไม่เป็นโรคต้อกระจกอีกตลอดไป แต่ต้ออื่นเช่นต้อหินซึ่งเป็นโรคของเส้นประสาทตาก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ หรือต้อเนื้อซึ่งเป็นโรคของแผลเป็นที่เยื่อบุตา ก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะเป็นคนละโรคกัน - หลังการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา RLS หากอายุมากขึ้น มีโรคทางตาสามารถรักษาได้ตามปกติ หรือต้องมีการเข้ารับการรักษาเป็นพิเศษหรือไม่
หลังการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาแล้วหากมีโรคทางตาอื่น ๆ การรักษาก็เป็นการรักษาตามปกติ ไม่ได้มีความแตกต่างจากคนไข้ที่ไม่ได้เปลี่ยนเลนส์ตาแต่อย่างใด - การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาสามารถบริจาคอวัยวะตา ได้หรือไหม
ยังสามารถบริจาคดวงตาได้ และได้บุญด้วยเพราะการเปลี่ยนอวัยวะทางตาในปัจจุบันยังเปลี่ยนได้เฉพาะส่วนที่เรียกว่ากระจกตาหรือตาดำและผนังตาขาว เท่านั้น โครงสร้างส่วนอื่นทางตาในปัจจุบันยังไม่มี เทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนได้ ดังนั้นท่านที่เปลี่ยนเลนส์ตาแล้วก็ยังสามารถบริจาคดวงตาได้ตามปกติ
การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา (RLS) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะคืนคุณภาพการมองเห็นของดวงตาให้เรา ด้วยค่าสายตาที่คงที่ตลอดเวลา มองเห็นได้คมชัด สบายตา ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก ลดปัญหาจากการใช้แว่นและเลนส์สัมผัส เป็นการลดความกังวลและเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต นอกจากการศึกษาข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละเทคนิคการรักษาแล้ว ยังควรพบจักษุแพทย์ล่วงหน้า เพื่อตรวจวินิจฉัยสุขภาพตาอย่างละเอียดเพื่อจะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจเลือกวิธีการรักษา รวมถึงการเตรียมความพร้อม หากต้องการทำการผ่าตัดแก้ไขสายตา ผลที่ได้ก็จะทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยการมองเห็นที่ชัดขึ้นนั่นเอง
ผศ. นพ. ธีระเทพ ตันตยาคม
จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและผ่าตัดรักษาสายตา
ศูนย์ตา โรงพยาบาลพญาไท 2
