ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (Stool Occult Blood Test) วิธีคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ได้มาตรฐานและแม่นยำ

Image

แชร์


การตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (Stool Occult Blood Test) คืออะไร ? 

การตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ หรือ Stool Occult Blood Test (FOBT) เป็นการตรวจคัดกรองเพื่อหาเลือดปริมาณเล็กน้อยที่ปนอยู่ในอุจจาระ ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การตรวจนี้ช่วยค้นหาความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร และเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

 

ทำไมต้องตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ 

การตรวจนี้มีความสำคัญเพราะช่วยค้นหาความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารตั้งแต่ยังไม่มีอาการ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย และพบมากขึ้นเรื่อย ๆ การตรวจนี้ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้เร็ว และรักษาได้ทันท่วงที

 

ประโยชน์ของการตรวจ 

  • คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ และติ่งเนื้อ (โพลิป)
  • หาสาเหตุของภาวะซีดหรือโลหิตจาง
  • ตรวจหาภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น
    • อายุ 45 ปีขึ้นไป
    • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้
    • มีอาการถ่ายปนมูก ปนเลือด ถ่ายดำ
    • มีอาการปวดท้องเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ 

วิธีการตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ ปัจจุบันมี 2 วิธีหลักที่ใช้ในโรงพยาบาล

  1. Guaiac-based FOBT (gFOBT)
  • ใช้สารเคมีตรวจปฏิกิริยากับฮีโมโกลบินในอุจจาระ
  • ต้องงดอาหารบางชนิด เช่น เนื้อแดง, บีทรูท, ผักที่มีธาตุเหล็กสูง
  • อาจต้องงดยาบางชนิด เช่น แอสไพริน, ยากลุ่ม NSAIDs, วิตามินซี
  1. Immunochemical FOBT (iFOBT) หรือ FIT
  • ใช้เทคโนโลยีตรวจจับแอนติบอดีต่อฮีโมโกลบินในอุจจาระโดยเฉพาะ
  • แม่นยำสูงและไม่ต้องงดอาหารหรือยา ก่อนตรวจ
  • ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสะดวก รวดเร็ว และผลตรวจเชื่อถือได้ (ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ใช้วิธีนี้ในการตรวจ)
  • เป็นวิธีที่แม่นยำในการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยมีความไวสูงถึงร้อยละ 79 และความจำเพาะสูงถึงร้อยละ 94 

 

การเตรียมตัวก่อนตรวจ 

  • งดยาบางชนิด เช่น แอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือ NSAIDs (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ)
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงหรือเนื้อแดง 2–3 วันก่อนตรวจ หากใช้วิธี gFOBT
  • ควรเลื่อนการตรวจหากอยู่ในช่วงมีประจำเดือน เพื่อป้องกันผลบวกปลอม 

 

การแปลผลตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ 

ผลลบ (Negative)

  • ไม่พบเลือดแฝงในอุจจาระ
  • สำหรับคนทั่วไป แนะนำตรวจซ้ำทุกปี เริ่มตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป 

ผลบวก (Positive)

  • พบเลือดแฝงในอุจจาระ
  • ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งแน่นอน ต้องทำการตรวจเพิ่มเติมต่อไป กล่าวคือการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เพื่อหาสาเหตุ

 

ข้อดีของการตรวจ 

  • ตรวจง่าย ไม่เจ็บ ไม่ต้องเตรียมตัวก่อนตรวจ
  • ช่วยคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ 

ข้อจำกัดของการตรวจ 

  • ไม่สามารถบอกตำแหน่งเลือดออกที่แน่ชัด
  • อาจให้ผลบวกปลอม หรือผลลบปลอมได้
  • หากผลเป็นบวก จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีอื่นเพื่อหาสาเหตุต่อไป 

 

ควรตรวจเลือดแฝงในอุจจาระเมื่อไร ?

  • ผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองเป็นประจำปีละครั้ง
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ หรือเคยพบติ่งเนื้อในลำไส้
  • ผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปวดท้องเรื้อรัง 

 

การตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (Stool Occult Blood Test) เป็นวิธีคัดกรองที่ง่าย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงในการ ค้นหาความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ หากพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงการเกิดโรครุนแรงในอนาคต

 

 

 

พญ. ณัฐธิดา ศรีบัวทอง 

อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ

โรงพยาบาลพญาไท 2 

Loading...

แชร์


Loading...