หลายคนอาจเคยเผลอคลำบริเวณลำคอแล้วพบ “ก้อนเนื้อเล็ก ๆ” ใต้ลูกกระเดือก หรือรู้สึกคอบวมผิดปกติ คำถามแรกที่ตามมาคือ นี่คือมะเร็งไทรอยด์หรือเปล่า ?
ความจริงคือก้อนที่ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Nodule) ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสม
ต่อมไทรอยด์คืออะไร และอยู่ตรงไหน ?
ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Gland) เป็นต่อมไร้ท่อรูปผีเสื้อ อยู่บริเวณด้านหน้าลำคอ ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนที่ควบคุมระบบเผาผลาญ พลังงาน อุณหภูมิร่างกาย การเต้นของหัวใจ และการทำงานของหลายระบบในร่างกาย เมื่อเกิด “ก้อน” ที่ต่อมไทรอยด์ อาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น
- ถุงน้ำในต่อมไทรอยด์
- ก้อนเนื้องอกธรรมดา (Benign Nodule)
- ภาวะไทรอยด์อักเสบ
- หรือในบางกรณี อาจเป็นมะเร็งไทรอยด์
คลำเจอก้อนที่คอ โอกาสเป็นมะเร็งมากแค่ไหน ?
สถิติทางการแพทย์พบว่า ประมาณ 80–90% ของก้อนที่ต่อมไทรอยด์เป็นก้อนชนิดไม่ร้ายแรง มะเร็งไทรอยด์พบได้ไม่บ่อยเมื่อเทียบกับก้อนทั้งหมด และมักเป็นชนิดที่รักษาได้ผลดี หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือมะเร็งไทรอยด์ชนิด Papillary
อาการแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์ ?
แม้ก้อนส่วนใหญ่จะไม่ใช่มะเร็ง แต่ควรรีบเข้ารับการตรวจ หากมีอาการดังต่อไปนี้
- ก้อนโตเร็วผิดปกติ
- เสียงแหบเรื้อรัง
- กลืนลำบาก หรือหายใจติดขัด
- คลำได้ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์
- เคยได้รับรังสีบริเวณลำคอในวัยเด็ก
การตรวจวินิจฉัย
1. อัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Ultrasound) เป็นการตรวจหลักลำดับแรก เพื่อดูรายละเอียดของก้อน เช่น
- ขนาดและตำแหน่ง
- ลักษณะขอบเขตของก้อน
- ความหนาแน่นหรือมีหินปูนสะสมหรือไม่
- การกระจายของต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง
2. การเจาะดูดเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็ก (Fine Needle Aspiration : FNA) หากก้อนมีลักษณะที่เข้าเกณฑ์สงสัย แพทย์จะทำ FNA ภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์ เพื่อความแม่นยำ วิธีนี้ใช้เข็มขนาดเล็กดูดเซลล์จากก้อนมาตรวจทางพยาธิวิทยา ถือเป็นมาตรฐานสากลในการแยก
- ก้อนเนื้องอกธรรมดา (Benign)
- ก้อนที่มีความเสี่ยง
- หรือมะเร็งไทรอยด์
3. การตรวจเลือดประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์ ตรวจระดับฮอร์โมน เช่น TSH, Free T4 และค่าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าต่อมไทรอยด์ทำงานปกติ ไทรอยด์เป็นพิษ หรือไทรอยด์ทำงานต่ำหรือไม่ เพราะบางครั้งก้อนอาจสัมพันธ์กับความผิดปกติของฮอร์โมน ไม่ใช่มะเร็ง
หากเป็นมะเร็งไทรอยด์ รักษาอย่างไร ?
แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และระยะของโรค โดยทั่วไปประกอบด้วย
1.การผ่าตัด (Thyroid Surgery) เป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยอาจเลือกวิธีตามความเหมาะสม เช่น
-
- ผ่าตัดต่อมไทรอยด์บางส่วน (Lobectomy)เหมาะกับมะเร็งขนาดเล็ก และยังจำกัดอยู่เฉพาะด้านเดียว
- ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ทั้งหมด (Total Thyroidectomy)ใช้ในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่ กระจายหลายตำแหน่ง หรือมีความเสี่ยงสูง
2. การกลืนแร่ไอโอดีน (Radioactive Iodine : RAI) หลังผ่าตัด ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการรักษาด้วยการกลืนแร่ไอโอดีน เพื่อทำลายเซลล์ไทรอยด์ที่อาจหลงเหลืออยู่ และลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำ ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่จำเป็นต้องได้รับ RAI แพทย์จะประเมินตามระดับความเสี่ยงของแต่ละราย
3. การรักษาด้วยฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid Hormone Therapy) หลังการผ่าตัด โดยเฉพาะในรายที่ตัดต่อมไทรอยด์ทั้งหมด ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทนตลอดชีวิตนอกจากทดแทนฮอร์โมนแล้ว ยังช่วยควบคุมระดับ TSH เพื่อลดความเสี่ยงของการกระตุ้นเซลล์มะเร็งที่อาจเหลืออยู่
ทำไมต้องรักษามะเร็งไทรอยด์ที่ โรงพยาบาลพญาไท 2 ?
การรักษามะเร็งไทรอยด์ไม่ได้จบเพียงแค่การผ่าตัด แต่ต้องอาศัยความแม่นยำในการวินิจฉัย การวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล และการติดตามระยะยาวอย่างเป็นระบบ
ที่ โรงพยาบาลพญาไท 2 เราให้การดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินก้อนครั้งแรกจนถึงการติดตามหลังรักษา โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่
- ทีมแพทย์เฉพาะทางแบบสหสาขาวิชาชีพดูแลร่วมกันระหว่างอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ ศัลยแพทย์เฉพาะทาง แพทย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์ และพยาธิแพทย์ เพื่อวางแผนรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
- เทคโนโลยีการตรวจที่แม่นยำอัลตราซาวด์ความละเอียดสูง การเจาะ FNA ภายใต้การนำทางด้วยภาพ และห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ช่วยให้การวินิจฉัยมีความถูกต้อง ลดการรักษาที่เกินจำเป็น
- การผ่าตัดที่คำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตต่อมไทรอยด์อยู่ใกล้เส้นประสาทควบคุมเสียงและต่อมพาราไทรอยด์ การผ่าตัดจึงต้องอาศัยความชำนาญ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อน รักษาคุณภาพเสียง และดูแลผลลัพธ์ด้านความสวยงามของแผลผ่าตัด
- ระบบติดตามผลระยะยาว มีแนวทางติดตามระดับฮอร์โมน ค่า Thyroglobulin และอัลตราซาวด์ตามระยะเวลา เพื่อเฝ้าระวังการกลับเป็นซ้ำอย่างต่อเนื่อง
การคลำพบก้อนที่คอ ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะก้อนส่วนใหญ่เป็นชนิดไม่ร้ายแรง แต่สิ่งสำคัญคือ “อย่าปล่อยไว้โดยไม่ตรวจ”
การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยให้สามารถแยกก้อนธรรมดาออกจากก้อนที่มีความเสี่ยง และหากเป็นมะเร็งไทรอยด์จริง ปัจจุบันมีแนวทางรักษาที่ได้ผลดี และมีอัตราการรอดชีวิตสูง โดยเฉพาะเมื่อพบในระยะเริ่มต้น
หากคุณคลำพบก้อนบริเวณลำคอ หรือมีอาการผิดปกติที่น่าสงสัย การเข้ารับการตรวจประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า ทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงคุณภาพชีวิตเป็นสำคัญ
นพ. อังกูร อนุวงศ์
ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้อง
โรงพยาบาลพญาไท 2
