รักษาต่อมลูกหมากโตด้วย UroLift ทางเลือกเพื่อการปัสสาวะที่คล่องขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

Image

แชร์


รักษาต่อมลูกหมากโตด้วย UroLift ทางเลือกเพื่อการปัสสาวะที่คล่องขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

เมื่ออายุมากขึ้น ผู้ชายจำนวนไม่น้อยเริ่มมีปัญหา ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะติดขัด ต้องเบ่ง ปัสสาวะบ่อย หรือตื่นมาปัสสาวะกลางดึกหลายครั้ง อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เพียงความเปลี่ยนแปลงตามวัย แต่อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia: BPH) ซึ่งสามารถส่งผลต่อการนอน การทำงาน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

 

ปัจจุบันการรักษาต่อมลูกหมากโตมีหลายวิธี ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การใช้ยา ไปจนถึงการผ่าตัด โดย UroLift หรือ Prostatic Urethral Lift (PUL) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาที่มีการรุกล้ำน้อย ช่วยเปิดทางเดินปัสสาวะโดยไม่จำเป็นต้องตัดหรือทำลายเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก และอาจช่วยลดผลกระทบต่อการทำงานทางเพศเมื่อเทียบกับการรักษาบางวิธี ทั้งนี้ต้องได้รับการประเมินความเหมาะสมจากแพทย์เป็นรายบุคคล

 

ต่อมลูกหมากโตคืออะไร?

ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของผู้ชาย อยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะและล้อมรอบท่อปัสสาวะ เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมลูกหมากอาจมีขนาดใหญ่ขึ้นและเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้การไหลของปัสสาวะติดขัด

 

ภาวะนี้เรียกว่า ต่อมลูกหมากโต หรือ BPH ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่หากอาการรบกวนการใช้ชีวิตหรือมีภาวะแทรกซ้อน ควรได้รับการตรวจประเมินและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

 

เช็กอาการต่อมลูกหมากโต มีอาการแบบไหนบ้าง?

อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ปัสสาวะไหลช้า ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือสายปัสสาวะอ่อนลง
  • ปัสสาวะติดขัด ต้องรอนานกว่าปัสสาวะจะออก
  • ต้องออกแรงเบ่งขณะปัสสาวะ
  • ปัสสาวะไม่สุด รู้สึกเหมือนยังมีปัสสาวะค้างอยู่
  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน
  • รู้สึกปวดปัสสาวะเร่งด่วน ต้องรีบเข้าห้องน้ำ
  • ปัสสาวะหยุด ๆ ไหล ๆ
  • มีปัสสาวะหยดหลังปัสสาวะเสร็จ

ความรุนแรงของอาการไม่ได้สัมพันธ์กับขนาดของต่อมลูกหมากเสมอไป ผู้ชายบางคนมีต่อมลูกหมากโตมากแต่อาการไม่รุนแรง ขณะที่บางคนอาจมีอาการชัดเจนแม้ต่อมลูกหมากไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก

 

ดังนั้น หากเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

 

UroLift คืออะไร?

UroLift System หรือ Prostatic Urethral Lift (PUL) เป็นวิธีรักษาอาการทางเดินปัสสาวะส่วนล่างที่เกิดจากต่อมลูกหมากโต โดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กผ่านทางท่อปัสสาวะ เพื่อวางอุปกรณ์ยึดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่กดเบียดท่อปัสสาวะออกไปด้านข้าง

 

เปรียบได้กับการ เปิดช่องทางเดินปัสสาวะให้กว้างขึ้น ทำให้ปัสสาวะสามารถไหลผ่านได้สะดวกขึ้น

 

จุดสำคัญของวิธีนี้คือ ไม่มีการตัด เผา หรือเลาะเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออก จึงจัดเป็นการรักษาที่มีการรุกล้ำน้อย (Minimally Invasive Treatment)

 

UroLift รักษาต่อมลูกหมากโตอย่างไร?

ในการทำ UroLift แพทย์จะใส่อุปกรณ์ผ่านทางท่อปัสสาวะไปยังบริเวณต่อมลูกหมาก จากนั้นจึงวางอุปกรณ์ขนาดเล็กเพื่อดึงและยึดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่เบียดท่อปัสสาวะให้ออกไปด้านข้าง เมื่อแรงกดบริเวณท่อปัสสาวะลดลง ช่องทางเดินปัสสาวะจึงเปิดกว้างขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถปัสสาวะได้สะดวกขึ้นและอาการจากการอุดกั้นลดลง จำนวนอุปกรณ์ที่ใช้และตำแหน่งในการวางจะแตกต่างกันไปตามลักษณะทางกายวิภาคและขนาดของต่อมลูกหมากของผู้ป่วยแต่ละราย

 

จุดเด่นของการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย UroLift

UroLift เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่ม เนื่องจากมีจุดเด่น ได้แก่

 

1. ไม่ต้องผ่าตัดนำเนื้อต่อมลูกหมากออก

เป็นการเปิดทางเดินปัสสาวะโดยใช้อุปกรณ์ยึดเนื้อเยื่อ ไม่จำเป็นต้องตัดหรือทำลายเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก

2. เป็นหัตถการที่มีการรุกล้ำน้อย

อุปกรณ์ถูกใส่ผ่านทางท่อปัสสาวะ จึงไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก

3. ใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างสั้น

ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว ทั้งนี้ระยะเวลาพักฟื้นขึ้นอยู่กับอาการและการประเมินของแพทย์

4. ลดผลกระทบต่อการทำงานทางเพศในผู้ป่วยที่เหมาะสม

UroLift ได้รับการออกแบบให้รักษาการอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะโดยไม่ตัดหรือทำลายเนื้อเยื่อ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยที่ให้ความสำคัญกับการคงสมรรถภาพทางเพศและการหลั่งน้ำอสุจิ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

5. ช่วยลดอาการจากต่อมลูกหมากโต

เมื่อช่องทางเดินปัสสาวะเปิดกว้างขึ้น อาการปัสสาวะติดขัด สายปัสสาวะอ่อน หรือปัสสาวะไม่สุดอาจดีขึ้น

 

ใครบ้างที่อาจเหมาะกับ UroLift?

UroLift ไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตทุกคน แพทย์จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น ความรุนแรงของอาการ ขนาดและรูปร่างของต่อมลูกหมาก ลักษณะการอุดกั้น สุขภาพโดยรวม รวมถึงเป้าหมายในการรักษาของผู้ป่วย โดยอาจพิจารณาในผู้ที่

  • มีอาการทางเดินปัสสาวะจากภาวะต่อมลูกหมากโตที่รบกวนชีวิตประจำวัน
  • ใช้ยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นเพียงพอ
  • มีผลข้างเคียงจากยารักษาต่อมลูกหมากโต
  • ไม่ต้องการรับประทานยาต่อเนื่องในระยะยาว
  • ต้องการทางเลือกที่มีการรุกล้ำน้อย
  • ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อการทำงานทางเพศ

ก่อนการรักษา แพทย์จะตรวจประเมินว่าลักษณะของต่อมลูกหมากและสุขภาพของผู้ป่วยเหมาะกับ UroLift หรือควรเลือกวิธีรักษาอื่น

 

ก่อนทำ UroLift ต้องตรวจอะไรบ้าง?

ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อยืนยันว่าอาการเกิดจากภาวะต่อมลูกหมากโตและประเมินความเหมาะสมของการรักษา

การตรวจอาจประกอบด้วย

    1. การซักประวัติและประเมินความรุนแรงของอาการปัสสาวะ
    2. การตรวจร่างกายและตรวจต่อมลูกหมากตามความเหมาะสม
    3. การตรวจปัสสาวะ
    4. การตรวจเลือด รวมถึง PSA ตามข้อบ่งชี้
    5. การวัดความแรงของการไหลของปัสสาวะ (Uroflowmetry)
    6. การประเมินปริมาณปัสสาวะค้างหลังปัสสาวะ
    7. การตรวจอัลตราซาวนด์หรือการตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์

การตรวจอย่างละเอียดมีความสำคัญ เนื่องจากอาการปัสสาวะผิดปกติอาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่ว ความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ หรือโรคของต่อมลูกหมากบางชนิด

 

หลังทำ UroLift เป็นอย่างไร?

หลังทำหัตถการ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการชั่วคราว เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะเร่งด่วน มีเลือดปนในปัสสาวะเล็กน้อย หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณอุ้งเชิงกราน ซึ่งโดยทั่วไปอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง การดื่มน้ำ การใช้ยา และการกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รวมถึงนัดติดตามผลเพื่อประเมินอาการและประสิทธิภาพในการปัสสาวะ หากหลังทำมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะไม่ออก มีเลือดออกมาก มีไข้ หนาวสั่น หรือมีอาการปวดรุนแรง ควรรีบพบแพทย์

 

UroLift ต่างจากการรักษาต่อมลูกหมากโตแบบอื่นอย่างไร?

การรักษาต่อมลูกหมากโตไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับอาการ ขนาดและลักษณะของต่อมลูกหมาก โรคประจำตัว ความเสี่ยงของหัตถการ และความต้องการของผู้ป่วย ผู้ที่มีอาการไม่มากอาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรมและติดตามอาการ ขณะที่บางรายอาจเหมาะกับการใช้ยา ส่วนผู้ที่มีอาการมากหรือมีข้อบ่งชี้อื่นอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยหัตถการหรือการผ่าตัด

 

UroLift จึงไม่ใช่การทดแทนการรักษาทุกวิธี แต่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการประเมินแล้วว่ามีความเหมาะสม

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ UroLift

Q : UroLift เจ็บไหม?

A : UroLift เป็นหัตถการที่ทำผ่านทางท่อปัสสาวะและไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก ระหว่างและหลังทำแพทย์จะวางแผนการระงับความรู้สึกและดูแลอาการตามความเหมาะสม ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแสบขัดหรือไม่สบายชั่วคราวหลังทำ

 

Q : UroLift ต้องนอนโรงพยาบาลไหม?

A : รูปแบบการดูแลและความจำเป็นในการพักรักษาตัวขึ้นอยู่กับสุขภาพ อาการ และดุลยพินิจของแพทย์ ผู้ป่วยที่สนใจควรสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ผู้รักษาโดยตรง

 

Q : ทำ UroLift แล้วต้องใส่สายสวนปัสสาวะหรือไม่?

A : ผู้ป่วยบางรายอาจไม่จำเป็นต้องใส่สายสวน แต่บางรายอาจต้องใช้ชั่วคราว ขึ้นอยู่กับอาการ การปัสสาวะหลังหัตถการ และการประเมินของแพทย์

 

Q : UroLift มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศหรือไม่?

A : UroLift เป็นวิธีที่ไม่ตัดหรือทำลายเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก และเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อการแข็งตัวและการหลั่ง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และความเสี่ยงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

 

Q : ต่อมลูกหมากโตทุกคนสามารถทำ UroLift ได้หรือไม่?

A : ไม่ใช่ ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินขนาด รูปร่างและลักษณะของต่อมลูกหมาก ความรุนแรงของอาการ โรคร่วม และปัจจัยอื่น ๆ ก่อน แพทย์จึงจะสามารถแนะนำได้ว่า UroLift หรือการรักษาวิธีอื่นเหมาะสมกว่า

 

ปัสสาวะผิดปกติ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายสูงวัย

อาการปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะบ่อย หรือตื่นเข้าห้องน้ำหลายครั้งในตอนกลางคืน อาจค่อย ๆ เกิดขึ้นจนหลายคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติตามอายุ แต่หากปล่อยให้อาการรุนแรงขึ้น อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบทางเดินปัสสาวะได้

 

การเข้ารับการตรวจตั้งแต่เริ่มมีอาการช่วยให้แพทย์สามารถค้นหาสาเหตุ ประเมินความรุนแรง และเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

 

สำหรับผู้ที่มี ภาวะต่อมลูกหมากโตและมีปัญหาปัสสาวะที่รบกวนการใช้ชีวิต สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลพญาไท 2 เพื่อพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงประเมินว่าการรักษาด้วย UroLift เป็นทางเลือกที่เหมาะสมหรือไม่

 

 

Loading...

แชร์


Loading...

รักษาต่อมลูกหมากโตด้วย UroLift ทางเลือกเพื่อการปัสสาวะที่คล่องขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่