โรคไวรัสซิก้า (Zika Virus) คืออะไร ? อาการ การติดต่อ และวิธีป้องกันที่ควรรู้

Image

แชร์


โรคไวรัสซิก้า (Zika Virus) คืออะไร ? อาการ การติดต่อ และวิธีป้องกันที่ควรรู้

ไวรัสซิก้า (Zika Virus) เป็นโรคติดเชื้อที่มียุงลายเป็นพาหะ พบได้ในประเทศเขตร้อนหลายประเทศโดยเฉพาะในอเมริกากลาง-ใต้ ประเทศรอบทะเลแคริบเบียน แอฟริกา หมู่เกาะแปซิฟิก และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย อาการโดยทั่วไปไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง แต่ยังคงเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุและมีโรคประจำตัวอาจมีอาการที่รุนเเรง และหากสตรีมีครรภ์ได้รับเชื้อสามารถทำให้เกิดภาวะทารกศีรษะเล็กผิดปกติ (Microcephaly) ในทารกได้

 

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจโรคไวรัสซิก้าในมุมของ “คนทั่วไป” ตั้งแต่อาการ การแพร่เชื้อ ไปจนถึงการป้องกันที่ถูกต้อง

 

ไวรัสซิก้า คืออะไร ?

ไวรัสซิก้าเป็นเชื้อในกลุ่ม Flavivirus ซึ่งแพร่ผ่าน ยุงลาย (Aedes mosquito) เป็นหลัก

  • พบได้ในพื้นที่เขตร้อน
  • มีความคล้ายคลึงกับไข้เลือดออกและชิคุนกุนยา
  • ผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่แสดงอาการ

 

อาการของโรคไวรัสซิก้า

อาการมักเกิดภายใน 27 วันหลังได้รับเชื้อ และส่วนใหญ่ไม่รุนแรง

  • ไข้ต่ำ
  • ผื่นแดงตามร่างกาย
  • ตาแดง
  • ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย

ผู้ติดเชื้อจำนวนมาก “ไม่มีอาการ” แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้

 

การแพร่เชื้อไวรัสซิก้า

โรคนี้สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง ได้แก่

  • ยุงลายกัด (สาเหตุหลัก)
  • จากแม่สู่ลูกในครรภ์
  • การมีเพศสัมพันธ์ (พบไวรัสในน้ำอสุจิ)
  • การถ่ายเลือด (พบได้น้อย)

 

ความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์

นี่คือประเด็นสำคัญที่ทำให้โรคนี้ “ไม่ควรมองข้าม” ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  • ทารกศีรษะเล็กผิดปกติ (Microcephaly)
  • พัฒนาการล่าช้า
  • ความผิดปกติของระบบประสาท

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคนี้ในหญิงตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่อง

 

การวินิจฉัยโรคแพทย์จะประเมินจาก

  • อาการและประวัติความเสี่ยง
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือด (Antibody, RT-PCR หรือการตรวจปัสสาวะ

 

การรักษาโรคไวรัสซิก้า

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับไวรัสซิก้า แนวทางดูแลตัวเองได้แก่

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ
  • รับประทานยาลดไข้ เช่น Paracetamol
  • หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดบางชนิดจนกว่าจะยืนยันว่าไม่ใช่ไข้เลือดออก
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 5–7 วัน

 

วิธีป้องกันไวรัสซิก้า

การป้องกัน “ยุงกัด” คือหัวใจสำคัญ

  • กำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้าน
  • สวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย
  • ใช้ยากันยุง
  • นอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด
  • ป้องกันตนเองเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง

 

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ ?

หากมีอาการดังนี้

  • ไข้ร่วมกับผื่นและปวดข้อ
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน
  • มีอาการรุนแรง เช่น อ่อนแรง หรือปวดมากผิดปกติ

 

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

 

Q : ซิก้ากับไข้เลือดออกต่างกันอย่างไร ?

A : ทั้งสองโรคมียุงลายเป็นพาหะ แต่ซิก้ามักอาการเบากว่า และไม่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำรุนแรงเหมือนไข้เลือดออก

 

Q : เป็นแล้วหายเองได้ไหม ?
A : ส่วนใหญ่หายได้เองภายในไม่กี่วัน

 

Q : มีวัคซีนหรือไม่ ?
A : ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ทั่วไป

 

โรคไวรัสซิก้าเป็นโรคที่อาการไม่รุนแรงในคนทั่วไปแต่สามารถแพร่กระจายได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว การป้องกันยุงกัดและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงของโรค

Loading...

แชร์


Loading...

โรคไวรัสซิก้า (Zika Virus) คืออะไร ? อาการ การติดต่อ และวิธีป้องกันที่ควรรู้