ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ

อาการที่ดูเล็กน้อยอาจกำลังบอกบางสิ่งที่สำคัญ 

จุก แน่น ท้องอืด แสบร้อนกลางอก ถ่ายผิดปกติ หรือปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ 

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่หากเกิดซ้ำ เปลี่ยนไปจากเดิม หรือรบกวนการใช้ชีวิต ควรได้รับการประเมินเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง 

เพราะระบบทางเดินอาหารประกอบด้วยหลายอวัยวะ ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ ตับอ่อนไปจนถึงท่อน้ำดี การวินิจฉัยจากอาการภายนอกเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ 

 

เพราะการตรวจที่ละเอียด…คือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่แม่นยำ 

เราเชื่อว่าการวินิจฉัยที่แม่นยำ คือหัวใจสำคัญของการรักษา 

รู้จักศูนย์ความเป็นเลิศด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2

 



 

 

โปรแกรมตรวจสุขภาพค้นหาความเสี่ยง เข้าใจสุขภาพ เพื่อวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม

card-carousel-slide-0
card-carousel-slide-1
card-carousel-slide-2
card-carousel-slide-3
card-carousel-slide-4
card-carousel-slide-5

เพราะความเป็นเลิศ เกิดจากองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกัน

ดูแลต่อเนื่อง…ในทุกช่วงของการรักษา 

เราออกแบบระบบการดูแลผู้ป่วยให้เชื่อมโยงทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวินิจฉัย การตรวจเพิ่มเติม การประชุมร่วมของทีมแพทย์ การวางแผนการรักษา การติดตามผล และการฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องภายในศูนย์เดียว ลดความกังวล และช่วยให้การรักษามีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น  

 

 

 

ยกระดับประสบการณ์การส่องกล้อง One Day Bowel Preparation 

พัฒนาแนวทางการเตรียมลำไส้ก่อนการส่องกล้องให้มีความสะดวกมากขึ้น โดยลดระยะเวลาการเตรียมตัวจากหลายวัน เหลือการเตรียมภายในวันเดียว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการ 

 

เพราะผู้ป่วยแต่ละคนมีรายละเอียดของโรคแตกต่างกัน เราจึงพัฒนาระบบ 4C Program (colorectal Cancer Collaborative Care program) ที่ช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ให้ได้รับแผนการรักษาที่ชัดเจนภายใน 7 วัน เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง 

 

 

 



 

อย่าปล่อยให้อาการเดิมกลายเป็นเรื่องปกติ

 

 

เพราะเราเชื่อว่า การดูแลที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสานความเชี่ยวชาญ ความเข้าใจ และการดูแลที่ต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนก้าวสู่สุขภาพระบบทางเดินอาหารที่ดีอย่างมั่นใจ 

บทความสุขภาพ

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง

card-carousel-slide-0
card-carousel-slide-1
card-carousel-slide-2
card-carousel-slide-3
card-carousel-slide-4
card-carousel-slide-5
card-carousel-slide-6
card-carousel-slide-7
card-carousel-slide-8
card-carousel-slide-9
card-carousel-slide-10



 

คำถามที่พบบ่อย

Q

ท้องอืด จุก แน่น หรือปวดท้องบ่อย ควรพบแพทย์เมื่อไร?

A

หากมีอาการท้องอืด จุก แน่น แสบร้อนกลางอก หรือปวดท้องเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เป็นต่อเนื่อง เปลี่ยนไปจากอาการเดิม หรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต ควรพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ โดยเฉพาะหากมีอาการร่วม เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร อาเจียนบ่อย กลืนลำบาก ถ่ายดำ หรือถ่ายเป็นเลือด

Q

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่เจ็บไหม?

A

ระหว่างการตรวจอาจมีการให้ยาระงับความรู้สึกหรือยานอนหลับตามความเหมาะสม เพื่อช่วยลดความไม่สบายระหว่างส่องกล้อง หลังตรวจบางรายอาจรู้สึกแน่นหรือท้องอืดชั่วคราวจากลมที่ใช้ระหว่างการตรวจ ทั้งนี้ วิธีการให้ยาและการเตรียมตัวจะแตกต่างกันตามสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล

Q

กรดไหลย้อนกับการติดเชื้อ H. pylori เหมือนกันหรือไม่?

A

ไม่เหมือนกัน แม้อาการบางอย่างอาจคล้ายกัน เช่น แสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ แน่นท้อง หรือไม่สบายท้อง แต่มีสาเหตุและแนวทางการรักษาแตกต่างกัน การตรวจเพิ่มเติม เช่น Urea Breath Test หรือการส่องกล้อง อาจได้รับการพิจารณาตามอาการและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

Q

FibroScan ต่างจากอัลตราซาวด์ช่องท้องอย่างไร?

A

อัลตราซาวด์ช่องท้องใช้ประเมินลักษณะของตับและอวัยวะต่าง ๆ ภายในช่องท้อง ขณะที่ FibroScan ใช้ประเมินความแข็งของเนื้อตับและปริมาณไขมันในตับ จึงให้ข้อมูลคนละด้านและอาจใช้ร่วมกันตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

Q

ควรเริ่มต้นอย่างไร หากไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องตรวจอะไร?

A

ไม่จำเป็นต้องเลือกวิธีตรวจด้วยตนเอง สามารถเริ่มจากการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินอาการ ประวัติสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงก่อน จากนั้นแพทย์จึงพิจารณาวิธีตรวจที่เหมาะสม เพื่อค้นหาสาเหตุและวางแผนการดูแลต่อไป

ติดต่อ

  • ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ >> https://www.phyathai.com/th/pyt2/center/pyt2-center-11  
  • เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 – 20.00 น. และ วันเสาร์-วันอาทิตย์ 08.00 – 17.00 น. 
  • เบอร์โทรศัพท์ 02-617-2444 ต่อ 7401 , 7406