ปวดข้อเท้าเรื้อรัง... อาจเป็นภาวะ “หินปูนหน้าข้อเท้า”

Image

แชร์


ปวดข้อเท้าเรื้อรัง... อาจเป็นภาวะ “หินปูนหน้าข้อเท้า”

สำหรับคนที่เล่นกีฬาเป็นประจำ อาจมองว่าอาการปวดข้อเท้าเป็นเรื่องธรรมดา โดยหารู้ไม่ว่านี่อาจเป็นสัญญาณเตือนถึง “ภาวะหินปูนหน้าข้อเท้า” ที่เผชิญอยู่โดยไม่รู้ตัว ซึ่ง นพ.ชาคร ริมชลา แพทย์ด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อการผ่าตัดเท้าและข้อเท้า โรงพยาบาลพญาไท 3 บอกว่าเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในกลุ่มนักกีฬาและคนที่ใช้ข้อเท้ามากในชีวิตประจำวัน

ใครเสี่ยง… ภาวะหินปูนหน้าข้อเท้า

นพ.ชาคร อธิบายว่า ภาวะหินปูนหน้าข้อเท้า พบได้บ่อยในนักกีฬาที่ใช้ข้อเท้ามาก เช่น นักกีฬาวิ่ง, นักกีฬาวอลเลย์บอล, นักเต้นบัลเลย์, นักกีฬากระโดดสูง และนักฟุตบอล โดยหินปูนเกิดขึ้นจากการที่มีพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อเท้ามากเกินปกติ ทำให้อาจเกิดการฉีกขาดของเยื่อหุ้มข้อบางส่วน ต่อมาเกิดการซ่อมแซมตัวเองทำให้เกิดหินปูนขึ้น หรือบางครั้ง เกิดจากอุบัติเหตุขณะแข่งขัน ทำให้มีการบาดเจ็บของเอ็นหรือเยื่อหุ้มข้อเท้า ซึ่งทำให้เกิดหินปูนตามมาได้ หลังจากมีการเกิดการบาดเจ็บซ้ำๆ จะทำให้ผู้ป่วยเริ่มมีอาการปวดหน้าข้อเท้า โดยเฉพาะเวลาหลังจากการแข่งขันหรือจากการซ้อมที่หนัก

หากรักษาแบบประคับประคองไม่ได้ผล… อาจต้องผ่าตัด

แนวทางการรักษาภาวะนี้ นพ.ชาคร อธิบายว่ามี 4 แนวทาง คือ

  1. การรักษาแบบประคับประคอง (Conservative treatment) – เป็นการรักษาเบื้องต้นโดยแพทย์จะลดอาการปวดและอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณที่บาดเจ็บ โดยการลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการ, การกินยาลดอักเสบที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ (NSAIDs), การประคบเย็นหลังจากการแข่งขัน (Cold compression) และการทำกายภาพบำบัด (Physiotherapy)
  2. การผ่าตัด (Surgical treatment) – เมื่อการรักษาแบบประคับประคองไม่สำเร็จ โดยอาการปวด ยังมากหรือมีอาการทุกครั้ง หลังเล่นกีฬา/ซ้อมกีฬา
  3. การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic surgery) – วิธีการผ่าตัดส่องกล้องจะมีประโยชน์ คือ แผลผ่าตัดเล็ก, เจ็บแผลน้อยและฟื้นตัวหลังผ่าตัดได้เร็ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการบาดเจ็บร่วมด้วย
  4. การผ่าตัดแบบแผลเปิด (Open surgery) – มีข้อด้อยกว่าผ่าตัดส่องกล้อง คือแผลผ่าตัดใหญ่กว่าและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า

ดูแลตัวเองอย่างไร หลังการผ่าตัด

กรณีที่ข้อเท้าไม่มีการบาดเจ็บอื่น  นพ.ชาคร บอกว่า หลังผ่าตัด 1 วันผู้ป่วยสามารถลงน้ำหนักได้เลย ในช่วง 2-3 วันแรกหลังผ่าตัดอาจจำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำยันเพื่อเพิ่มความมั่นคงในการเดิน หลังจากนั้นจะเป็นการทำกายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ และฝึกกล้ามเนื้อรอบข้อเท้าในลำดับถัดไป ใช้เวลาในการพักฟื้นก่อนกลับไปซ้อมอีกครั้งประมาณ 3-4 สัปดาห์ ในกรณีที่ไม่มีกระดูกอ่อนผิวข้อเท้าบาดเจ็บร่วม

 

ทราบเช่นนี้แล้ว คนที่มีอาการปวดข้อเท้าอยู่ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ จะได้รีบทำการรักษาและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีต่อไป

 

 

นพ.ชาคร ริมชลา
ด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อการผ่าตัดเท้าและข้อเท้า
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
โรงพยาบาลพญาไท 3
Loading...

แชร์


Loading...