เพราะพนักงานออฟฟิศมักต้องทำงานอยู่หน้าจอคอมเป็นเวลานานๆ จึงอาจพ่วงมาด้วย “โรคกระดูกคอเสื่อม” โดยเฉพาะในกลุ่มออฟฟิศซีเนียร์ ซึ่งไม่เพียงแค่การนั่งหน้าคอมนานๆ แต่การนอนหนุนหมอนสูง ใช้คอผิดท่า ก็ส่งผลให้มนุษย์ออฟฟิศกลุ่มนี้ มีโอกาสเสี่ยงกระดูกคอเสื่อมได้มากเช่นกัน ก่อนภัยเงียบจะคุกคาม นี่คือคำแนะนำที่คุณหมอผู้เชี่ยวชาญอยากบอก..เกี่ยวกับโรคนี้!
นพ.ธีรชัย ผาณิตพงศ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลพญาไท 3 เตือนกลุ่มออฟฟิศรุ่นใหญ่ ช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป ให้ระวังโรคกระดูกคอเสื่อม เนื่องจากการใช้คอผิดอิริยาบถต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น นอนหนุนหมอนสูงเกินไป นั่งทำงานในท่าเดียวนานๆ นอนหรือนั่งดูทีวีโดยไม่ได้สลับท่า ระยะแรกจะปวดเรื้อรังตรงคอ บ่า และหัวไหล่ หรือปวดร้าวไปจนถึงท้ายทอย นานเข้าจะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อบริเวณมือ แขน หรือขา เนื่องจากกระดูกเสื่อมจนกดทับเส้นประสาท ยิ่งปล่อยไว้นานๆ จะมีอาการอ่อนแรงจนไม่สามารถเขียนหนังสือหรือติดกระดุมเสื้อได้เลย จึงควรป้องกันความรุนแรงตั้งแต่วันนี้
วิธีป้องกันกระดูกคอเสื่อม
- เมื่อทำงานอยู่ในท่าเดียวนานๆ ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
- ไม่ควรใส่เสื้อผ้ารัดแน่นเกินไป
- ความสูงของหมอนที่พอเหมาะจะช่วยลดการทำงานของกระดูกคอ
- ไม่ควรนอนฟูกนิ่มเกินไป หรืออาจใช้หมอนใบเล็กๆ รองใต้บริเวณคอร่วมด้วย
- บริเวณคอควรได้รับความอบอุ่น ไม่ควรตากแอร์ หรือตากลมตรงๆ
- ปรับระยะตัวหนังสือที่ต้องอ่านประจำให้อยู่ระดับสายตา เพื่อป้องกันการเกิดคอเคล็ด
- ใช้แว่นตาให้เหมาะสมกับสายตา เพื่อป้องกันการขยับคอบ่อยๆ ขณะทำงานและป้องกันคอเคล็ด
- ไม่ว่าในท่าเดินหรือท่ายืน ศีรษะก็ควรจะอยู่ตั้งตรงบนลำตัว ไม่ควรก้มศีรษะลง
- ขณะอ่านหนังสือควรยกหนังสือให้พอดีกับระดับสายตา ไม่โน้มหรือเกร็งคอ
- ขณะขับรถควรเคลื่อนลำตัวให้ใกล้พวงมาลัย
- ไม่ควรสัปหงกขณะนั่งรถ เพื่อป้องกันการเกิดคอเคล็ด
- การนวดอย่างนิ่มนวลอาจช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณคอ
- การใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบอาจช่วยลดอาการปวดคอได้ แต่ถ้าจะให้ได้ผลที่ดีกว่า ควรประคบแบบเปียกด้วยผ้าชุบน้ำร้อน
Dr.Tips
“ปัจจุบันมีการรักษาอาการอ่อนแรงจากกระดูกคอเสื่อมด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง ใช้ได้กับการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกและผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูก เป็นการผ่าตัดแผลเล็กที่มีความปลอดภัย ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านกล้องที่มีกำลังขยายสูงซึ่งทำให้เห็นเส้นประสาทบริเวณคอได้อย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงพิการหลังการผ่าตัดหรือความเสียหายของเนื้อเยื้อที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้”
โรงพยาบาลพญาไท 3 มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมให้บริการเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
นพ.ธีรชัย ผาณิตพงศ์
ศัลยแพทย์ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง
โรงพยาบาลพญาไท 3
