การเจริญเติบโตของเด็กนั้นเป็นกระบวนการที่สลับซับซ้อน เริ่มตั้งแต่ยังเป็นทารกในครรภ์ โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความสูงของเด็ก มีตั้งแต่ด้านพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพร่างกาย ภาวะโภชนาการ การออกกำลังกาย รวมถึงกิจวัตรประจำวัน ซึ่ง พญ.พลินี ศิริธรรม กุมารแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ศูนย์สุขภาพเด็ก รพ.พญาไท 3 บอกว่าส่งผลต่อการเจริญเติบและความสูงเมื่อเป็นผู้ใหญ่ทั้งสิ้น… แล้วถ้าลูกตัวเตี้ย หรือโตช้ากว่าเด็กวัยเดียวกันล่ะ? คุณพ่อ คุณแม่ต้องทำอย่างไร
ปัจจัยใดบ้าง ส่งผลต่อ “ความสูง” ของเด็ก
พญ.พลินี บอกว่า หากต้องการให้ลูกน้อยมีการเจริญเติบโตตามศักยภาพ ต้องใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่อยู่ในครรภ์ อันประกอบด้วยปัจจัยเหล่านี้
- กรรมพันธุ์ – เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด โดยเด็กที่มีคุณพ่อคุณแม่ตัวเล็ก ลูกก็จะตัวเล็กตามไปด้วย
- ภาวะโภชนาการ – การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ประกอบด้วยแป้ง เนื้อสัตว์ ไขมัน ผักและผลไม้ ในปริมาณที่เหมาะตามวัย ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้ลูกสามารถเจริญเติบโตตามวัยได้อย่างเหมาะสม
- การออกกำลังกาย – มีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยการออกกำลังการชนิดที่มีการใช้ออกซิเจน (Aerobic Exercise) วันละ 30-45 นาที เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ กระโดดเชือก ถีบจักรยาน เป็นต้น ช่วยให้มีการเจริญเติบโตที่พอเพียง
- สุขภาพทั่วไปและโรคประจำตัว – เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง ภูมิแพ้เรื้อรัง โรคระบบทางเดินอาหาร หรือแพ้อาหารบางอย่าง ก็ส่งผลกระทบถึงการเจริญเติบโตได้
- ฮอร์โมนต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต
- Growth Hormone หรือฮอร์โมนเจริญเติบโต – เป็นฮอร์โมนที่หลั่งจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า กระตุ้นให้กระดูกเพิ่มความยาวและความแข็งแรง เด็กที่ขาดฮอร์โมนนี้จะโตช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน มีความสูงต่ำกว่ามาตรฐานแต่ไม่กระทบต่อน้ำหนักตัว
- Thyroid Hormone หรือฮอร์โมนไทรอยด์ – เป็นฮอร์โมนที่หลั่งจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า มีส่วนสำคัญในการควบคุมระบบเมตาบอลิสมของร่างกายและการเจริญเติบโตของกระดูก ซึ่งภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ จะส่งผลต่อความสูง
- Glucocorticoid Hormone หรือฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ – เป็นฮอร์โมนที่มีส่วนสำคัญในการตอบสนองภาวะเครียดทุกชนิดของร่างกาย ถ้ามีฮอร์โมนนี้มากกว่าปกติจะทำให้อ้วนเตี้ยได้ พบได้บ่อยในเด็กที่เป็นภูมิแพ้หอบหืด โรคไต โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องบางชนิด หากได้รับฮอร์โมนชนิดนี้จากภายนอกติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เด็กโตช้า เกิดภาวะกระดูกพรุนและกระดูกหักง่ายอีกด้วย
- Sex Hormone หรือฮอร์โมนเพศ – เป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของกระดูก และการเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกทางเพศ แบ่งเป็น
- Testosterone หรือฮอร์โมนเพศชาย – ส่งผลต่อการเพิ่มขนาดอัณฑะ อวัยวะเพศยาวขึ้น เริมมีขน กลิ่นตัว เสียงแตก มีหนวด
- Estrogen หรือฮอร์โมนเพศหญิง – ส่งผลให้มีการขยายตัวของหน้าออก สะโพกผาย มีขน
ความสูงของเด็ก… คะเนได้
ความสูงสุดท้ายของลูกนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถคาดคะเนได้โดยดูปัจจัยด้านพันธุกรรมหรือความสูงของพ่อแม่ โดย พญ.พลินี มีสูตรที่ใช้คำนวณ ดังนี้ การคะเนโดยอาศัยความสูงพ่อแม่ (Mid-parental height or Target height)
- เด็กชาย = ( ความสูงพ่อ + ความสูงแม่ + 13 ) / 2
- เด็กหญิง = ( ความสูงพ่อ + ความสูงแม่ – 13 ) / 2
ความสูงที่เป็นไปได้จะอยู่ในช่วง +/- 10 เซนติเมตร เช่น ลูกสาวที่คุณพ่อสูง 170 cm คุณแม่สูง 160 cm ความสูงโดยเฉลี่ยจากการคำนวณคือ ( 170+160-13 ) / 2 = 158.5 cm
ทั้งนี้ การถือเอาความสูงทางพันธุกรรมมาใช้คะเนความสูงอาจไม่แม่นยำมากพอ จึงมีการคะเนโดยใช้ภาพถ่ายเอกซเรย์กระดูกมือด้านซ้ายเพื่อประเมินอายุกระดูกควบคู่กัน เพื่อให้เกิดความแม่นยำมากขึ้น
การวินิจฉัยภาวะตัวเตี้ยและกราฟการเจริญเติบโต
- ลูกมีความสูงน้อยกว่าเปอร์เซนไทล์ที่ 3 (3rd percentile) หมายถึง ความสูงอยู่ในจุด ต่ำกว่าเปอร์เซนที่ 3 ในกราฟการเจริญเติบโต แปลว่าเด็กชายไทยในวัยเดียวกัน 100 คน จะมีคนที่สูงกว่าลูกอยู่ 97 คน
การเจริญเติบโตของเด็กชายไทย 2-19 ปี
- อัตราการเพิ่มความสูงต่ำกว่ามาตรฐานในวัยเดียวกัน
- ความสูงอยู่ในเปอร์เซนไทล์ต่ำกว่า ความสูงเฉลี่ยทางพันธุกรรม (ได้จากสูตรคำนวณ)
แล้วสาเหตุใดบ้าง ทำให้ลูกเตี้ย
- พันธุกรรม
- ภาวะเข้าวัยหนุ่มสาวช้า หรือกลุ่มม้าตีนปลาย – เด็กกลุ่มนี้ต้องไม่มีโรคทางกายใดๆ และมักพบว่าคุณพ่อหรือคุณแม่เข้าวัยหนุ่มช้าเช่นกัน เช่น พ่อมีหนวด เสียงแตกช้า แม่มีประจำเดือนช้า เด็กในกลุ่มนี้จะเข้าสู่ช่วงที่มีการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดช้ากว่าเพื่อนวัยเดียวกัน แต่เมื่อเติบโตสมบูรณ์แล้ว ความสูงสุดท้ายจะเป็นปกติตามศักยภาพได้ด้วยตัวเอง ภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็ว – เด็กกลุ่มนี้จะมีการเจริญเติบโตมากกว่าเพื่อนในช่วงแรก แต่จะหยุดการเจริญเติบโตไวกว่าเช่นกัน ส่งผลให้ความสูงเมื่อโตเต็มที่ไม่สูงเท่าที่ควร
- โรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรัง – โรคปอด หัวใจ ไต เบาหวาน เลือดจาง ภูมิแพ้ หรือการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ รวมทั้งมีภาวะเครียด ล้วนส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทั้งสิ้น
- ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อและฮอร์โมนต่างๆ – เช่น ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ ขาดฮอร์โมนเจริญเติบโต เป็นต้น
- โรคหรือกลุ่มอาการที่เป็นแต่กำเนิด – เช่น ความผิดปกติของโครโมโซม การเจริญเติบโตช้าผิดปกติขณะอยู่ในครรภ์มารดา น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์
จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง… หากลูกตัวเตี้ย
พญ.พลินี บอกว่า ปัญหาด้านความสูงนั้นส่งผลกระทบทั้งด้านจิตใจและสังคม เด็กอาจรู้สึกเครียดเมื่อเปรียบเทียบความสูงกับเพื่อน เพื่อนล้อ ไม่มั่นใจตัวเอง ส่งผลกระทบต่อการเรียน หรือแม้กระทั่งผิดหวังหรือเสียโอกาสจากอาชีพการงานที่จำกัดความสูง บางคนอาจผิดหวังมากถึงขั้นซึมเศร้า นอกจากมอบการรักษาที่เหมาะสมให้ลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเป็นกำลังใจ ให้การสนับสนุน และสร้างความมั่นใจให้ลูก เพื่อเผชิญกับสังคม
วินิจฉัยและรักษาอย่างไร
- แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียด เพื่อหาโรคที่อาจแฝงอยู่
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยพิจารณาเป็นรายๆ ตามความเหมาะสม กรณีที่สงสัยโรคหรือภาวะต่างๆ
- การถ่ายภาพรังสีเพื่อประเมินอายุกระดูก ใช้เป็นข้อมูลชี้นำโรคบางอย่างและประเมินความสูงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ได้ เช่น ภาวะขาดฮอร์โมนเจริญเติบโต หรือขาดสารอาหารมักมีอายุกระดูกที่ช้ากว่าอายุจริง ภาวะเป็นสาวเร็วมักมีอายุกระดูกล้ำหน้ากว่าอายุจริง เป็นต้น
- การทดสอบทางต่อมไร้ท่อ ที่พบมากคือการตรวจวัดระดับฮอร์โมนเจริญเติบโต ซึ่งทำได้หลายวิธีด้วยกัน วิธีที่นิยมทำคือการตรวจหาค่าฮอร์โมนเจริญเติบโตเป็นระยะหลังการได้รับยากระตุ้น
- การให้ยารักษา โดยนำข้อมูลทุกอยางมาประกอบกันโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ บางรายอาจไม่มีความผิดปกติและไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เพียงรับคำแนะนำบางประการไปปฎิบัติต่อเท่านั้้น
การรักษาด้วย Growth Hormone ทำอย่างไร
เด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะขาดฮอร์โมนเจริญเติบโต พญ.พลินี บอกว่า จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาฉีดกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเจริญเติบโต โดยหมอจะคำนวณขนาดยาจากน้ำหนักตัว และโดยเด็กต้องฉีดยาทุกวัน วันละ 1 ครั้งก่อนนอน
ข้อแนะนำ สำหรับคุณพ่อคุณแม่
หากสังเกตพบว่าลูกมีความผิดปกติในการเจริญเติบโต สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม และควรพาบุตรหลานมาปรึกษาตั้งแต่อายุยังน้อย เนื่องจากภาวะเด็กตัวเล็กส่วนมากสามารถรักษาได้ และลูกอาจมีโอกาสที่จะเติบโตปกติและทันเพื่อน
“คุณพ่อคุณแม่ต้องให้กำลังใจและกระตุ้นให้ลูกปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือแม้กระทั่งสนับสนุนเสริมจุดเด่นของลูกในด้านอื่นๆ เพื่อให้มีกำลังใจ จึงจะทำให้การรักษาประสบความสำเร็จมากที่สุดได้”
ทั้งนี้ การเข้ารับการตรวจประเมินถึงสาเหตุและเข้ารับคำแนะนำตามความเหมาะสมของเด็กที่โตช้ากว่าเพื่อน ก็เพื่อให้ลูกได้รับการดูแลรักษาและส่งเสริมให้มีการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสมและเต็มศักยภาพได้ต่อไป
กุมารแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 3

