คำว่า “ทางเลือกในการรักษา” บางคนอาจรู้สึกเฉยๆ เพราะการรักษาแบบเดิมก็ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ แต่สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่รักษาด้วยยามาระยะหนึ่งแล้ว หากผลการรักษายังไม่บรรลุเป้าหมาย คำว่า “ทางเลือก” ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา “การกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็ก” คือ หนึ่งในทางเลือกของการรักษาโรคซึมเศร้าที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน เราไปทำความรู้จักกับการรักษาด้วยวิธีนี้กัน
การกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็ก (Transcranial Magnetic Stimulation) หรือ TMS คือ การใช้เครื่องมือที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กเพื่อกระตุ้นเซลล์ประสาทบริเวณที่ทำให้เกิดโรค เช่น การกระตุ้นสมองส่วนหน้าด้านซ้าย (Dorsolateral Prefrontal Cortex) ในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งจะทำการกระตุ้นซ้ำๆ (repetitive TMS or rTMS) โดยใช้ความถี่ในการกระตุ้น ระดับพลังงาน และ ระยะเวลาที่เหมาะสม
ปัจจุบันมีการนำ rTMS มาใช้รักษาโรคทางระบบประสาทส่วนกลาง และการฟื้นฟูระบบประสาทส่วนปลาย สำหรับโรคทางจิตเวชที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ โรคซึมเศร้าที่ดื้อต่อการรักษา และโรคย้ำคิดย้ำทำ
การรักษาโรคซึมเศร้าด้วย rTMS
การให้ผู้ป่วยรับการรักษาด้วย rTMS แพทย์จะพิจารณาจากผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา 2 ชนิดขึ้นไป แพทย์จะประเมินหาตำแหน่งที่เหมาะสมในการกระตุ้นสมองของผู้ป่วยแต่ละรายก่อนทำการรักษา ระยะเวลาที่เหมาะสมในการรักษาแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับความถี่ที่ใช้กระตุ้น โดยทั่วไปจะประมาณ 30-40 นาที/ครั้ง และการรักษาในระยะแรก แนะนำให้กระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็ก 5 ครั้ง/สัปดาห์ ต่อเนื่องจนครบ 20-30 ครั้ง
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการทำ rTMS
- ความรำคาญเสียงที่ดังของเครื่อง rTMS ขณะทำการรักษา แต่สามารถป้องกันได้โดยใส่ที่อุดหู หรือเครื่องป้องกันเสียง
- อาการปวดศีรษะ เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะอาจถูกกระตุ้น และหดตัวเล็กน้อยในช่วงกระตุ้นด้วยสนามแม่เหล็ก
- อาการปวดตึงบริเวณที่วางหัวปล่อยสนามแม่เหล็ก
ข้อห้ามในการรักษาด้วย rTMS
- ผู้ที่มีโรคทางกายที่ไม่คงที่ โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก ที่มีอาการป่วยภายใน 6 เดือน ก่อนทำการรักษาด้วยการกระตุ้นด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า
- ผู้ที่มีอุปกรณ์โลหะอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ศีรษะ คอ หรือหน้าอก เช่น อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ได้แก่ ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ (pacemaker) บางชนิด
- ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการชัก เช่น ผู้ที่มีประวัติโรคลมชัก หรือ มีภาวะถอนพิษสุรา เป็นต้น
ระหว่างทำ rTMS สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นร่วมได้หรือไม่
การรักษาโรคซึมเศร้าด้วยวิธี rTMS สามารถรักษาร่วมกับการรับประทานยาต้านเศร้าได้ โดยขณะที่ใช้ rTMS ชนิดและขนาดของยาควรจะคงที่ เพื่อการประเมินผลการรักษาจาก rTMS ที่แม่นยำ และลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยเช่นกัน
ผลของการรักษา
ผลการตอบสนองต่อการใช้ rTMS โดยทั่วไปจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลังรักษาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับระยะเวลาที่ผู้ป่วยจะตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคซึมเศร้ายังมีองค์ประกอบในการรักษาอื่นที่สำคัญ เช่น การติดตามการรักษา ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการดูแลตนเองอย่างดี ซึ่งเริ่มตั้งแต่การสังเกตอาการของตน เพื่อนำข้อมูลมาร่วมกันประเมินผลการรักษาให้มีความแม่นยำขึ้น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และงดการใช้สารเสพติดทุกชนิด
การรักษาด้วย rTMS สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากลุ่มที่มีการดื้อต่อการรักษา และจัดเป็นการรักษาที่มีผลข้างเคียงน้อย โดยท่านสามารถเข้ามารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนได้ เพื่อผลของการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
ผศ.พญ.กิติกานต์ ธนะอุดม
จิตแพทย์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
โรงพยาบาลพญาไท 3
