น้ำตาไหลบ่อย อาจไม่ใช่ภูมิแพ้ แต่คือ ‘ท่อน้ำตาอุดตัน’ !

Image

แชร์


น้ำตาไหลบ่อย อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งแพ้ฝุ่น ภูมิแพ้ หรือภาวะท่อน้ำตาอุดตัน ซึ่งแต่ละสาเหตุมีลักษณะอาการและการดูแลรักษาที่แตกต่างกัน บทความนี้จะช่วยอธิบายความแตกต่างและวิธีการดูแลเบื้องต้นเพื่อให้เข้าใจสาเหตุของน้ำตาไหลและการรักษาที่เหมาะสม

 

สาเหตุของ ‘น้ำตาไหล’ ที่พบได้บ่อย

  • แพ้ฝุ่นและภูมิแพ้ขึ้นตา

    มักเกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ควัน ละอองเกสร หรือไรฝุ่น ทำให้มีอาการคันตา แสบตา น้ำตาไหล ตาแดง และคันร่วมด้วย มักจะมีอาการทั้งสองข้างพร้อมกัน และอาจพบอาการทางจมูกร่วม เช่น คัดจมูก หายใจไม่สะดวก

 

  • ท่อน้ำตาอุดตัน (Nasolacrimal Duct Obstruction)

    คือ ภาวะที่ท่อน้ำตาซึ่งทำหน้าที่ระบายของน้ำตาจากตาไปสู่โพรงจมูกเกิดการปิดกั้น ส่งผลให้น้ำตาไม่สามารถระบายออกไปได้ตามปกติ ทำให้น้ำตาไหลเอ่อหรือล้นตลอดเวลา โดยไม่เกี่ยวข้องกับความเศร้าโศกหรือตาแห้ง ปกติจะเป็นได้ตั้งแต่เด็กทารกถึงผู้ใหญ่

 

เปรียบเทียบอาการที่แตกต่างกัน ระหว่างการเป็นภูมิแพ้และท่อน้ำตาอุดตัน

 

อาการ แพ้ฝุ่น/ภูมิแพ้ ท่อน้ำตาอุดตัน
อาการตา มีน้ำตาไหล แต่ร่วมกับอาการคันตา และตาแดง
  • น้ำตาไหลตลอดเวลา มักเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ 
  • บางรายตาแดง หรือมีขี้ตาเหนียว
  • มีคราบหรือหนองในบางกรณี 
  • มีก้อนนูนบริเวณหัวตา 
  • ติดเชื้อจนถุงน้ำตาอักเสบ
ความสม่ำเสมอของอาการ เป็นๆ หายๆ ตามการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ น้ำตาไหลตลอดเวลา ไม่หายเอง อาจมีการติดเชื้อซ้ำได้
สาเหตุของการเกิดอาการ มักเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ควัน เกิดจากการอุดตันของท่อน้ำตา/พังผืดในทางเดินน้ำตา

 

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงการเกิดท่อน้ำตาอุดตัน

 

ในทารกแรกเกิด

ท่อน้ำตาอุดตันในทารกส่วนใหญ่เกิดจาก พังผืดบาง ๆ ที่ปิดกั้นบริเวณ Hasner’s valve (เป็นตำแหน่งปลายสุดของท่อน้ำตา ก่อนที่จะเปิดเข้าสู่โพรงจมูก)

 

ภาวะนี้พบได้ประมาณ 5–10% ของทารกแรกเกิด โดยทั่วไปถือว่าไม่รุนแรงนัก เนื่องจากพังผืดสามารถเปิดออกเองได้เมื่อทารกโตขึ้น

 

ส่วนใหญ่เด็กจะหายเองภายในช่วง อายุ 1 ปีแรก แต่ในบางรายที่อาการไม่ดีขึ้น อาจต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม เช่น การนวดเปิดท่อน้ำตา หรือการทำหัตถการทางการแพทย์

 

ในผู้ใหญ่

การเกิดท่อน้ำตาอุดตันในผู้ใหญ่มักสัมพันธ์กับหลายปัจจัย เช่น

 

  • การอักเสบเรื้อรัง ของท่อน้ำตาหรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ ทำให้เกิดการหนาตัวและตีบตัน
  • การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ บริเวณจมูกหรือใบหน้า เช่น กระดูกจมูกหัก หรือมีแผลเป็น กดทับและปิดกั้นทางเดินของท่อน้ำตา
  • ความผิดปกติของโพรงจมูก เช่น มีเนื้องอกภายในโพรงจมูก หรือกระดูกกั้นจมูกคด (deviated septum) ส่งผลให้การระบายน้ำตาไม่ปกติ
  • อายุที่มากขึ้น ทำให้เกิดการเสื่อมของเนื้อเยื่อและความยืดหยุ่นของท่อน้ำตาลดลง จนนำไปสู่การตีบตันตามมา
  • หลังผ่าตัดหรือฉายรังสีบริเวณใบหน้า

 

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็น ‘ท่อน้ำตาอุดตัน’

  • เด็กทารกแรกเกิด เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเกิดท่อน้ำตาอุดตันตั้งแต่กำเนิดสูง เนื่องจากท่อระบายน้ำตายังไม่พัฒนาเต็มที่หรือมีพังผืดปิดกั้น
  • ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการติดเชื้อบริเวณดวงตาหรือหัวตาบ่อยๆ การอักเสบเรื้อรัง หรือได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวตา อาจทำให้ท่อน้ำตาเกิดการอุดตันได้
  • ผู้ที่มีเนื้องอกบริเวณหัวตา หรือโพรงจมูกบริเวณใกล้เคียง อาจประสบปัญหาท่อน้ำตาอุดตันจากการกดทับหรือขยายตัวของเนื้องอก
  • ผู้ที่มีภาวะอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินน้ำตา เช่น ถุงน้ำตาอักเสบเรื้อรัง ซึ่งส่งผลให้ท่อระบายน้ำตาอุดตันได้

 

วิธีการดูแลและรักษา

  • สำหรับแพ้ฝุ่นและภูมิแพ้
    ควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น และรักษาความสะอาด รวมถึงอาจใช้ยาหยอดตาหรือยาแก้แพ้ตามคำแนะนำแพทย์
  • สำหรับท่อน้ำตาอุดตันในเด็ก แนะนำให้นวดท่อน้ำตาเพื่อลดการอุดตันภูมิแพ้ขึ้นตาน้ำตาไหลไม่หยุด
  • ส่วนในกรณีผู้ใหญ่หรืออุดตันเรื้อรัง อาจต้องรักษาด้วยการขยายท่อระบายน้ำตาหรือการผ่าตัด เช่น ผ่าตัดแบบส่องกล้องเพื่อเปิดทางระบายน้ำตาใหม่โดยไม่ทิ้งแผลเป็น (DCR)

 

สรุปแล้ว การที่เราน้ำตาไหลบ่อยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ โดยอาการแพ้ฝุ่นและภูมิแพ้มักมีอาการคันและตาแดงร่วมด้วย ขณะที่ท่อน้ำตาอุดตันจะมีอาการน้ำตาไหลตลอดเวลาโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับอาการคันหรือภูมิแพ้ 

 

ดังนั้น การวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม ในกรณีที่น้ำตาไหลบ่อยหรือไหลไม่หยุดและมีอาการผิดปกติอื่นร่วม ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาเฉพาะทางอย่างถูกต้อง

 

นพ. วรฤทธิ์ จินารัตน์
จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขาศัลยกรรมจักษุตกแต่ง
และเสริมสร้าง ตาสองชั้น กล้ามเนื้อตา

โรงพยาบาลพญาไท 3

Loading...

แชร์


Loading...