ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง ต้องรู้และรีบรักษา

Image

แชร์


ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง ต้องรู้และรีบรักษา

พญ.ฤดีรัตน์ วัฒนวงศ์

ผู้สูงวัยต้องระวัง ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำต้องรีบรักษา
โรคของผู้สูงวัยที่สำคัญและพบบ่อยคือโรคที่เกี่ยวกับสมอง โดยเฉพาะโรคสมองเสื่อม เมื่อมีความผิดปกติในสมองอาการที่เกิดขึ้นก็มีหลายลักษณะ การตรวจวินิจฉัยโรคสมองให้แน่ชัดจึงต้องใช้เครื่องมือเฉพาะเพื่อจะได้เห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นและรักษาได้ตรงกับโรค ภาวะทางสมองอย่างหนึ่งซึ่งมักเกิดกับผู้สูงวัยก็คือ ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำชนิดความดันปกติ หรือ Normal Pressure Hydrocephalus ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคสมองเสื่อม โดยโรคนี้มักพบในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทั้งหญิงและชายใกล้เคียงกัน แม้ภาวะนี้พบได้ไม่บ่อยนัก คือประมาณ 1-5 คน ต่อประชากร 100,000 คน แต่หากเริ่มมีอาการหรือมีความผิดปกติดังต่อไปนี้แม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

มีอาการอย่างไร เมื่อน้ำคั่งในโพรงสมอง

 

    • การเดินผิดปกติ ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ขาในการก้าวเดินได้เป็นปกติ เดินลำบากเวลาขึ้นลงบันไดหรือที่ลาดชัน โดยลักษณะการเดินจะเดินช้าๆ ก้าวสั้นๆ เดินขากางเนื่องจากการทรงตัวไม่ดี หรือเดินเซเพราะมีอาการมึนงง แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยจะไม่มีการอ่อนแรงของขาทั้ง 2 ข้างชัดเจน
    • สมองเสื่อม ญาติอาจสังเกตว่าผู้ป่วยมีสมาธิสั้น เฉื่อยชา ความจำระยะสั้นแย่ลง หลงลืมเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น อาการเหล่านี้จะค่อยๆ เป็นเพิ่มขึ้นในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี
    • ปัสสาวะราด ปัสสาวะบ่อย ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ เข้าห้องน้ำไม่ทัน

การดำเนินโรค จะมีความผิดปกติใน 3 ส่วนหลักๆ ดังที่กล่าวมา โดยเริ่มจากการเดินที่ผิดปกติ ตามด้วยสมองเสื่อม แล้วจึงจะมีความผิดปกติเกี่ยวกับการกลั้นปัสสาวะตามมาเป็นอันดับสุดท้าย เราจึงควรสังเกตผู้สูงวัยในบ้าน หากเริ่มมีการเดินที่ผิดปกติไป ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะการเริ่มรักษาในขณะที่อาการยังไม่ลุกลามนั้น ผลการรักษามักจะได้ผลดีและมีโอกาสหายสูงกว่า

สาเหตุของโรคนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ

    • กลุ่มที่หาสาเหตุไม่พบ คือ มีการดูดซึมน้ำในโพรงสมองกลับเข้าหลอดเลือดดำ (Cerebrospinal fluid: CSF) ลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งทำให้เกิดการคั่งของน้ำหล่อเลี้ยงในโพรงสมอง โพรงสมองจึงขยายโตขึ้นอย่างช้าๆ ส่งผลต่อเนื้อเยื่อสมอง และก่อให้เกิดอาการดังที่กล่าวมา แต่ความดันในโพรงสมองยังปกติอยู่ จึงเรียกภาวะนี้ว่า “ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำชนิดความดันปกติ”
    • กลุ่มที่หาสาเหตุพบ เช่น มีภาวะเลือดออกในชั้นใต้เยื่อหุ้มสมอง ภาวะติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง หรือเยื้อหุ้มสมองอักเสบ อุบัติเหตุรุนแรงที่สมอง เช่น ตกจากที่สูง ล้ม หรือถูกรถชนแล้วศีรษะถูกกระแทกอย่างแรง

 

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
แพทย์จะวินิจฉัยโดยพิจารณาจากการซักประวัติ อาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้น ร่วมกับการตรวจร่างกาย และการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) หรือเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (MRI) จะตรวจพบว่ามีการขยายตัวใหญ่ขึ้นของโพรงสมองโดยไม่พบว่ามีภาวะสมองฝ่อ (การเหี่ยวของสมอง) แพทย์อาจทำการเจาะระบายน้ำจากช่องไขสันหลังประมาณ 30 ซีซี. แล้วประเมินอาการของผู้ป่วยหลังการเจาะ โดยเฉพาะในด้านการเดินว่าดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งถ้าดีขึ้น ก็ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยโรคนี้

การรักษาโรคนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ

 

    • ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงในการผ่าตัด เมื่อมีการเจาะระบายน้ำในโพรงสมองแล้ว จะให้การรักษาด้วยการรับประทานยาลดการสร้างน้ำในโพรงสมอง ซึ่งผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงมักจะดีขึ้น
    • การผ่าตัดวางสาย/ท่อระบายน้ำจากโพรงน้ำในสมองลงมาสู่ช่องท้อง ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่มีบาดแผลเล็กเกือบจะไม่มีการสูญเสียเลือด และใช้เวลาผ่าตัดน้อย ดังนั้นจึงเป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงต่ำ การรักษาด้วยการผ่าตัดนี้มักจะทำก็ต่อเมื่อการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาไม่ดีนัก หรือมีความจำเป็นต้องเจาะระบายน้ำจากโพรงสมองซ้ำบ่อยๆ หรือกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงตั้งแต่ตรวจพบ ซึ่งหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเดิน แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาล่าช้า ก็จะส่งผลให้ภาวะนี้เป็นมากขึ้น จนผู้ป่วยเดินไม่ได้ สมองเสื่อมรุนแรง และต้องนอนติดเตียงในที่สุด

 

การดูแลตนเองของผู้ป่วย

 

      • ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งการกินยา และการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ
      • ระวังการล้ม และอุบัติเหตุต่างๆ หากมีความจำเป็นต้องเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ควรสวมหมวกกันน็อก
      • ฝึกปัสสาวะให้เป็นเวลา ไม่กลั้นปัสสาวะบ่อยๆ
      • ฝึกสมองให้ได้คิด เล่มเกมฝึกสมองแบบง่ายๆ เป็นการออกกำลังสมอง ช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้
      • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเกินไป รวมถึงทานอาหารตามที่แพทย์แนะนำ
      • หากมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที

 

ดังนั้นเมื่อผู้สูงวัยในบ้านมีอาการที่แปลกไป เช่น เดินผิดปกติ เดินเซ เดินลำบาก หรือความจำระยะสั้นไม่ดี ควรรีบพามาพบแพทย์เพื่อประเมินว่า เกิดจากภาวะโพรงสมองคั่งน้ำชนิดความดันปกติหรือไม่ โรคนี้เป็นโรคที่รักษาได้ผลดี และมีโอกาสหายสูงหากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยก็จะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

 [base64_img]

พญ.ฤดีรัตน์  วัฒนวงศ์
แพทย์ศูนย์สมองและระบบประสาท
โรงพยาบาลพญาไท 3 

แชร์


Loading...