ทุกข้อสงสัยเรื่อง “การปลูกถ่ายไต ”ที่ต้องรู้ คุณหมอมีคำตอบ

Image

แชร์


ทุกข้อสงสัยเรื่อง “การปลูกถ่ายไต ”ที่ต้องรู้ คุณหมอมีคำตอบ

ไม่อยากฟอกไตไปตลอดชีวิต อยากเลือกรักษาด้วยการปลูกถ่ายไต แต่ยังมีข้อสงสัยและความกังวลใจที่อยากหาคำตอบ วันนี้พญาไท 3 ขออาสามาเคลียร์ทุกข้อสงสัยเรื่องการปลูกไตที่คุณต้องรู้กับ รศ.นพ. ณัฐพล อาภรณ์สุจริตกุล แค่คลิกเดียว ได้คำตอบ ครบ จบ แน่นอน

 

Q: ไตวาย คืออะไร?

A: ไตวาย เป็นภาวะที่ไตมีประสิทธิภาพในทำงานลดลง ทำให้เกิดการสะสมของน้ำและของเสียในร่างกาย โดยโรคไตวายสามารถแบ่งออกได้ 2 แบบ คือ ไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง

 

โรคไตวายเฉียบพลัน โดยส่วนใหญ่ภาวะนี้มักเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นานและเป็นชั่วคราวซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่หลังจากทำการรักษาแก้ไขสาเหตุแล้ว การทำงานของไตก็จะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เอง

 

โรคไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีการทำงานของไตค่อยลดลงทีละน้อยเป็นระยะเวลานานจนกระทั่งไตไม่สามารถทำงานได้

 

Q: ไตวายรุนแรงระดับใด ? จึงควรรับการปลูกถ่ายไต

A: ไตวายเรื้อรังจะถูกแบ่งความรุนแรงของโรค ตามระดับการทำงานของไต ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 5 ระยะ โดยไตวายระยะที่ 1 – 4 จะใช้วิธีการรักษาด้วยยา สำหรับระยะที่ 5 ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยการบำบัดทดแทนไต (renal replacement therapy) ซึ่งมีหลายวิธีดังต่อไปนี้

  • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)
  • การล้างไตผ่านช่องท้อง (continuous ambulatory peritoneal dialysis: CAPD)
  • การปลูกถ่ายไต (kidney transplant)

ดังนั้นการปลูกถ่ายไตจึงเป็นวิธีการรักษาที่แนะนำในผู้ที่มีไตวายเรื้อรังระยะที่ 5 หรือระยะสุดท้ายนั้นเอง

 

“หมอขอแนะนำว่าเมื่อเข้าสู่ไตวายเรื้อรังตั้งแต่ระยะที่ 4  ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินการปลูกถ่ายไตไว้ตั้งแต่เนิ่น เพื่อประโยชน์ต่อตัวผู้ป่วยเองอย่างสูงสุดในการเตรียมความพร้อมรับการรักษาด้วยการบำบัดทดแทนไตและการปลูกถ่ายไต”

 

Q: การปลูกถ่ายไตสามารถทำได้ในผู้ที่เป็นไตวายระยะสุดท้ายทุกคนหรือไม่ ?

A: ก่อนทำการปลูกถ่ายไตผู้ป่วยจะต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกถ่ายไต เพื่อพิจารณาข้อห้ามของการปลูกถ่ายไตซึ่งมีหลายข้อ เช่น เป็นโรคมะเร็งที่ยังไม่หายขาด เป็นโรคติดเชื้อรุนแรง เป็นโรคหัวใจหรือปอดรุนแรงที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเอง

 

ดังนั้น “ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายทุกรายที่ได้รับการประเมินการรักษาแล้วไม่พบข้อห้าม ก็สามารถปลูกถ่ายไตได้”

 

Q: การปลูกถ่ายไตทำได้กี่วิธี ?

A: วิธีการผ่าตัดปลูกถ่ายไต ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

  1. การผ่าตัดปลูกถ่ายไตแบบแผลเปิด เป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายไตโดยนำไตปลูกถ่ายไว้ที่เชิงกรานของผู้รับข้างใดข้างหนึ่ง โดยทั่วไปแผลผ่าตัดจะมีขนาดประมาณระหว่าง 15 – 30 ซม. ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและความสูงของผู้ป่วย
  2. การผ่าตัดปลูกถ่ายไตแบบใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เป็นเทคโนโลยีการปลูกถ่ายไตใหม่เริ่มครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2553 ยังมีจำกัดอยู่เฉพาะบางประเทศ สำหรับในประเทศไทยมีเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐบางแห่งเท่านั้น โดยทั่วไปมีขนาดแผลผ่าตัดประมาณ 7 ซม. และมีแผลขนาด 8 มม. อีก 4 แผล เพื่อใช้สำหรับใส่แขนหุ่นยนต์

 

ข้อดีของการปลูกถ่ายไตโดยใช้หุ่นยนต์

  • แผลเล็กกว่า
  • เจ็บปวดแผลน้อย
  • ภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับแผลหลังผ่าตัดน้อย

ข้อจำกัดของการปลูกถ่ายไตโดยใช้หุ่นยนต์

  • ค่าใช้จ่ายสูง
  • ต้องทำการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกถ่ายไตด้วยหุ่นยนต์

 

Q: ปลูกถ่ายไตแล้ว จะทำให้โรคไตหายขาดหรือไม่ ?

A: การปลูกถ่ายไตเป็นการรักษาบำบัดทดแทนไตที่ดีที่สุดในปัจจุบันสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามีชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

 

Q ปลูกถ่ายไตแล้วจะสามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้นานเท่าไหร่ ?

A: ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของตัวผู้ป่วยเองเป็นหลัก โดยผู้ที่ปลูกถ่ายไตต้องทานยาสม่ำเสมอและเฝ้าระวังการติดเชื้อ อย่างไรก็ตามโดยส่วนใหญ่หากผู้ป่วยดูแลตนเองได้ดี ไตที่ปลูกถ่ายก็จะสามารถอยู่ได้นาน โดยข้อมูลจากศูนย์ปลูกถ่ายไต พบว่า หลังปลูกถ่ายไต 5 ปี ผู้ป่วยร้อยละ 85 -90 ไตยังสามารถทำงานได้ดีบางรายหลังการปลูกถ่ายไตอาจสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกตินานเกิน 20 ปีเลยทีเดียว

 

Q: ปลูกถ่ายไตแล้ว มีโอกาสต้องปลูกถ่ายไตซ้ำอีกหรือไม่ ?

A: การปลูกถ่ายไตซ้ำ มักเกิดขึ้นในกรณีที่การปลูกถ่ายไตครั้งแรกไม่สำเร็จหรือล้มเหลวภายหลังการปลูกถ่าย ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางสาเหตุสามารถป้องกันได้ บางสาเหตุก็ยากที่จะป้องกัน นอกจากนี้ยังขึ้นกับการดูแลตนเองของผู้ป่วยภายหลังการปลูกถ่ายไตอีกด้วย

 

ดังนั้นควรปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางชำนาญการปลูกถ่ายไต เพื่อเข้ารับการประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา

 

Q: การปลูกถ่ายไต มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ?

A: สำหรับค่าใช้จ่ายในการปลูกถ่ายไตนั้น จะขึ้นอยู่สภาวะร่างกายของผู้ป่วย โดยอาจมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่หากมองในระยะยาวเมื่อเทียบกับต้องฟอกไตไปตลอดชีวิตนั้น มีงานวิจัยศึกษาความคุ้มค่าของการปลูกถ่ายไตในระยะยาวว่า เมื่อเทียบประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายโดยรวมเฉลี่ยของผู้ป่วยที่เข้ารับการปลูกถ่ายไตมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการฟอกไต

 

Q: ควรเตรียมตัวอย่างไร ? ก่อนเข้ารับการปลูกถ่ายไต

A: แนะนำให้ปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกถ่ายไต เพื่อรับคำแนะนำและการเตรียมตัวก่อนการปลูกถ่ายไตตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยการเตรียมตัวในเบื้องต้นก็จะประกอบไปด้วย

  1. งดอาหารและน้ำดื่ม อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการปลูกถ่ายไต
  2. นำยาทุกประเภทที่รับประทานอยู่เป็นประจำติดตัวมาด้วย
  3. หากมีการทานยาละลายลิ่มเลือดให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาล
  4. หากทำการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม ให้ทำการฟอกก่อนเข้ารับการปลูกถ่ายไต 24-48 ชั่วโมง
  5. หากทำการฟอกไตผ่านทางหน้าท้องให้เตรียมน้ำยาและอุปกรณ์ทุกอย่างมาโรงพยาบาลด้วย

 

Q: หลังการปลูกถ่ายไตแล้ว ควรดูแลตัวเองอย่างไร ?

A: การดูแลหลังปลูกถ่ายไต มีรายละเอียดพอสมควรซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการปลูกถ่ายไตจะได้รับการสอน การฝึกปฏิบัติในระหว่างการพักฟื้นก่อนกลับบ้าน โดยทั่วไปแบ่งเป็นหัวข้อ ดังนี้

  • ต้องมารับการตรวจติดตามนัดของแพทย์เพื่อประเมินและรับกดภูมิคุ้มกันอย่างสม่ำเสมอ
  • การรับประทานยากดภูมิคุ้มกัน ต้องตรงเวลา และต้องเข้าใจวิธีการจัดการเมื่อลืมรับประทานยา รวมถึงเลี่ยงอาหารที่อาจส่งผลต่อระดับยา
  • การออกกำลังกาย สามารถออกกำลังได้ในระยะแรกและไม่เป็นการออกแรงมีมากจนเกินไป
  • การมีเพศสัมพันธ์ ควรทำความสะอาดอวัยวะเพศก่อนและหลังการมีเพศสัมพันธ์
  • การมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • การรับประทานอาหาร
  • เลี่ยงการเข้าที่ชุมชนแออัด
  • ล้างมือบ่อย ๆ

 

Q: อยากบริจาคไตต้องทำอย่างไร ?

A: ผู้บริจาคไตที่มีชีวิตที่ต้องการบริจาคไตให้กับผู้ป่วยที่เป็นญาติของตนเอง แนะนำให้มาติดต่อศูนย์ปลูกถ่ายไตเพื่อประเมินผู้บริจาคไตและผู้รับบริจาคไต โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ 3 ขั้นตอนดังนี้

 

ขั้นตอนที่ 1 ประเมินคัดกรองเบื้องต้นและให้ข้อมูลความเสี่ยง

เป็นการคัดกรองหาข้อห้ามการบริจาค ได้แก่ โรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามการบริจาค การประเมินความสัมพันธ์ทางเครือญาติ  การประเมินความเข้ากันได้ของหมู่เลือด

 

ขั้นตอนที่ 2 ประเมินการตรวจน้ำเหลืองและกายวิภาคของไต

 

ขั้นตอนที่ 3 การสรุปผลการประเมินพร้อมอธิบายความเสี่ยงในการบริจาคไต

 

Q: บริจาคไตแล้วต้องดูแลตัวอย่างไร?

A: เมื่อผู้บริจาคผ่านการประเมินและสามารถเข้าสู่กระบวนการบริจาคไตแล้ว หมายความว่า ผู้บริจาคไตเป็นผู้ที่มีสุขภาพไตแข็งแรงเพียงพอที่สามารถบริจาคไตได้ ดังนั้น การดูแลหลังการบริจาคปฏิบัติตามการดูแลสุขภาพตามปกติ ไม่ควรรับประทานอาหารเค็ม เมื่อเจ็บป่วยควรพบแพทย์ไม่ซื้อยามารับประทานเอง เข้ารับการตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ

 

Q: ไตหมู ก็นำมาปลูกถ่ายให้คนได้ จริงหรือ?

A: จริงครับ โดยเป็นการนำไตจากหมูที่ตัดต่อพันธุกรรม นำมาปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายได้สำเร็จแล้วที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 สำหรับในประเทศไทยยังไม่มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการติดตามผลในระยะยาว อย่างไรก็ตามในอนาคตน่าจะมีการนำมาใช้ในประเทศไทยอย่างแน่นอน

แชร์


หากสนใจต้องการปรึกษาแพทย์

กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ