มะเร็งตับอ่อน ยิ่งสูบบุหรี่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง

Image

แชร์


มะเร็งตับอ่อน ยิ่งสูบบุหรี่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง

‘มะเร็งตับอ่อน’ แม้จะเป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อยนัก แต่ก็นับว่าเป็นมะเร็งที่อันตราย ด้วยอาการแสดงของโรคที่ไม่ชัดเจน คือคล้ายโรคในระบบทางเดินอาหารทั่วไป ทำให้ส่วนใหญ่ กว่าคนไข้จะเข้ามาตรวจและทราบว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนก็มักเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว มะเร็งตับอ่อนจึงเป็นมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง ทั้งคนทั่วไปก็ยังสับสนระหว่างมะเร็งตับอ่อนกับมะเร็งตับ ซึ่งแม้จะมีคำว่า ‘ตับ’ เหมือนกัน แต่กลับเป็นมะเร็งที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

ตับอ่อนทำหน้าที่อะไร ?

แม้มีชื่อว่าตับ แต่จริงๆ แล้วตับอ่อนนั้นไม่ใช่ตับ ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่มีขนาดประมาณ 15 เซนติเมตร อยู่บริเวณกลางช่องท้องต่อจากกระเพาะอาหารเยื้องไปทางด้านหลัง และอยู่ใต้ตับ โดยตับอ่อนมีหน้าที่หลักในการสร้างน้ำย่อยหรือเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหาร และยังทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอย่างอินซูลินและกลูคากอน ที่ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

 

มะเร็งตับอ่อนเกิดจากอะไร ?

กว่า 90% ของมะเร็งตับอ่อน เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ท่อตับอ่อนที่ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำย่อย ส่วนอีก 10% พบว่าเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนที่อยู่ในเนื้อตับอ่อนเอง

 

ยิ่งสูบบุหรี่ก็ยิ่งเสี่ยงมะเร็งตับอ่อน

ไม่ได้เขียนผิดและอ่านไม่ผิด เพราะไม่ใช่แค่มะเร็งปอดเท่านั้นที่การสูบบุหรี่มีส่วนสำคัญทำให้เกิดโรค แต่การสูบบุหรี่ยังส่งผลกระทบต่อตับอ่อน และทำให้เป็นมะเร็งตับอ่อนได้เช่นกัน มีการศึกษาพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับอ่อนมากขึ้นกว่า 74% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เลย แต่นั่นก็ไม่ใช่เพียงสาเหตุเดียว เพราะนอกจากการสูบบุหรี่แล้ว ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับอ่อนได้ เช่น

  • กลุ่มโรคทางพันธุกรรมบางประเภท
  • ผู้ที่มีภาวะตับอ่อนอักเสบเรื้อรังจากการดื่มสุรา หรือเป็นนิ่วในตับอ่อน
  • อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 65  ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน
  • มีคนในครอบครัวหรือญาติเป็นมะเร็งตับอ่อน

 

3 ระยะของมะเร็งตับอ่อน

การแบ่งระยะของมะเร็บตับอ่อนมักแบ่งตามแนวทางในการรักษา ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 

  • ระยะที่ผ่าตัดได้ คือระยะที่ขนาดของก้อนมะเร็งยังไม่ใหญ่มาก ยังไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น และยังไม่ลุกลามเข้าหลอดเลือดสำคัญที่อยู่ใกล้เคียง
  • ระยะก้ำกึ่ง คือระยะที่ก้อนมะเร็งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และอาจลุกลามไปยังหลอดเลือดสำคัญใกล้เคียง แต่ยังไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น โดยมะเร็งตับอ่อนในระยะนี้อาจรักษาด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดหรือการฉายแสง เพื่อลดขนาดของก้อนมะเร็งให้สามารถทำการรักษาด้วยการผ่าตัดได้
  • ระยะแพร่กระจาย เป็นระยะที่มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น ตับ เยื่อบุช่องท้อง

 

วิธีรักษามะเร็งตับอ่อน

ในการรักษามะเร็งแทบทุกชนิด วิธีการรักษาหลัก ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดก็คือ “การผ่าตัด” แต่ในกรณีของมะเร็งตับอ่อนนั้น จะต้องใช้การผ่าตัดร่วมกับยาเคมีบำบัด หรือการฉายแสงร่วมด้วย ดังนี้

1.การรักษามะเร็งตับอ่อนด้วยการผ่าตัด 

เป็นวิธีการรักษาหลักวิธีเดียวที่สามารถทำให้หายขาดได้ หากผ่าตัดก้อนมะเร็งออกได้ทั้งหมด ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรคด้วย และหากก้อนมะเร็งอยู่บริเวณหัวตับอ่อนก็อาจมีความจำเป็นต้องตัดลำไส้เล็กส่วนต้นและท่อน้ำดี ร่วมกับการทำทางเบี่ยงลำไส้ แต่หากก้อนมะเร็งอยู่บริเวณตัวและหางตับอ่อน ก็สามารถทำการรักษาโดยการตัดตับอ่อน ร่วมกับการตัดม้ามและต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียงออก

สำหรับระยะแพร่กระจาย ซึ่งไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้นั้น หากพบมีการอุดตันของทางเดินอาหารจากตัวก้อนมะเร็งที่ขยายไปกดเบียดลำไส้ หรือมีภาวะตัวเหลืองตาเหลืองจากการที่ก้อนมะเร็งขยายไปกดเบียดท่อน้ำดี ก็จะใช้การผ่าตัดเพื่อทำทางเบี่ยงลำไส้ เพื่อประคับประคองอาการ

 

2.การรักษามะเร็งตับอ่อนด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด หรือการฉายแสง 

ในผู้ที่เป็นมะเร็งตับอ่อนทุกระยะต้องให้ยาเคมีบำบัดหรือทำการฉายแสงร่วมกับการผ่าตัดเสมอ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาหลังการผ่าตัด ส่วนจะใช้วิธีใดนั้นแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด รวมทั้งอาจมีการให้ยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัดในกรณีของผู้ป่วยระยะก้ำกึ่ง เพื่อลดขนาดของก้อนมะเร็งให้กลับเข้าสู่ระยะที่สามารถผ่าตัดได้ และใช้ในการรักษาแบบประคับประคองในกลุ่มผู้ป่วยที่มีรอยโรคอยู่ในระยะแพร่กระจาย เพื่อชะลอการดำเนินโรค

 

นอกจากนี้ยังมี วิธีการรักษาร่วม เพื่อลดอาการข้างเคียงที่เกิดจากตัวโรค ได้แก่

  • การใส่สายสวนระบายท่อน้ำดี เพื่อลดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีรอยโรคอยู่ในระยะแพร่กระจาย หรือมีภาวะท่อน้ำดีอักเสบเฉียบพลันร่วมด้วย
  • การใส่ขดลวดถ่างขยายลำไส้ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีรอยโรคอยู่ในระยะแพร่กระจาย และมีการอุดตันของทางเดินอาหาร

 

อาการแบบไหน ? เข้าข่ายเสี่ยงมะเร็งตับอ่อน

  • ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ ร้าวทะลุไปด้านหลัง
  • ตาเหลือง ตัวเหลือง 
  • ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ
  • อุจจาระสีซีดผิดปกติ
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาเจียนจากภาวะลำไส้อุดตัน

 

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งตับอ่อน

ในผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น

  • มีญาติสายตรง ได้แก่ พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก มากกว่า 2 คน เป็นมะเร็งตับอ่อน
  • มีญาติสายรอง เช่น ป้า น้า อา มากกว่า 3 คน เป็นมะเร็งตับอ่อน

แพทย์มักแนะนำให้ตรวจคัดกรองสุขภาพตับอ่อนเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ด้วยวิธีเหล่านี้

  • การตรวจอัลตราซาวด์ผ่านทางหน้าท้อง
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
  • การตรวจอัลตราซาวด์ผ่านการส่องกล้องทางเดินอาหาร
Loading...

แชร์


Loading...