ปวดศีรษะมีความต่าง เพราะต่างโรคต่างสาเหตุ

Image

แชร์


โรคปวดศีรษะเป็นโรคที่พบได้บ่อยและเกิดได้กับทุกคน โดยส่วนใหญ่แล้วโรคปวดศีรษะมักไม่ได้เกิดจากภาวะร้ายแรง แต่ทั้งนี้อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นบ่อยๆ หรือรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจเป็นอาการนำของโรคที่มีอันตรายร้ายแรงได้เช่นกัน

การปวดศีรษะมี 4 ประเภทดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะแบบตึงตัว (tension type headache)
    โรคปวดศีรษะแบบตึงตัวที่พบได้บ่อยที่สุดมักเกิดกับผู้ที่มีความเครียด เหนื่อย ทำงานหนัก ลักษณะการปวดมักเป็นแบบแน่นๆ หรือรัดๆ ทั้งสองข้างของศีรษะและต้นคอ โดยอาการปวดมักมีความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง ซึ่งอาจมีการปวดของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะ คอ ไหล่ ร่วมด้วยได้
  • ปวดศีรษะไมเกรน (migraine headache)
    เป็นโรคปวดศีรษะที่พบได้บ่อย และมักได้รับการวินิจฉัยที่ผิดพลาด โดยโรคปวดศีรษะไมเกรนนี้มักพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทำงาน ลักษณะการปวดมักทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก ซึ่งอาการปวดดังกล่าวจะแย่ลงได้จากสิ่งกระตุ้นภายนอก ทั้งแสง เสียง หรือกลิ่น ผู้ป่วยบางรายมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ไมเกรนส่วนใหญ่มักจะปวดนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไป ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดนานถึง 3 วัน
  • ปวดศีรษะแบบกลุ่ม (cluster headache)
    อาการปวดศีรษะชนิดนี้มักเกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยมักมีอาการปวดที่รุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยกระสับกระส่าย มักเกิดทันที ระยะเวลาที่ปวดมีตั้งแต่ประมาณ 15 นาทีถึง 3 ชั่วโมง ตำแหน่งที่ปวดมักปวดรอบดวงตา หรือบริเวณขมับ มักเป็นข้างเดียว ผู้ป่วยจะมีอาการของระบบประสาท parasympathetic ร่วมด้วย เช่น มีตาแดง มีน้ำตาไหล มีน้ำมูก มีเหงื่อออกบริเวณใบหน้าด้านที่มีอาการปวดศีรษะ
  • ปวดศีรษะแบบเรื้อรังทุกวัน (chronic daily headache)
    ผู้ป่วยมักมีอาการปวดศีรษะเรื้อรังมากกว่า 15 วันต่อเดือน อย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะแบบ tension หรือแบบไมเกรนก็ได้ แต่ผู้ป่วยจะมีอาการเรื้อรังมากกว่า ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นโรคปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน (medication overuse headache) ซึ่งเกิดจากการวินิจฉัยที่ผิดพลาด การซื้อยากินเอง การใช้ยาแก้ปวดบ่อยๆ ซึ่งทำให้มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากการมีภาวะไซนัสอักเสบ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง โรคมะเร็ง เป็นต้น ทั้งนี้การวินิจฉัยต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจเพิ่มเติม เช่น การทำ MRI เพื่อช่วยวินิจฉัยแยกโรคที่ก่อให้เกิดอันตรายออกไป เป็นต้น

อาการปวดศีรษะแบบไหนที่ต้องรีบมาพบแพทย์ ?

  1. อาการปวดศีรษะมีขึ้นอย่างรุนแรงทันทีทันใด
  2. อาการปวดศีรษะร่วมกับมีไข้และคอแข็ง
  3. อาการปวดศีรษะร่วมกับอาการทางระบบประสาทที่ผิดปกติ เช่น แขนขาอ่อนแรง สับสน บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น
  4. อาการปวดศีรษะในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  5. ภาวะปวดศีรษะที่เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่ตอบสนองต่อการรักษา

อย่างไรก็ตาม อาการปวดศีรษะเป็นอาการที่พบได้บ่อย จำเป็นต้องอาศัยประวัติการตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมในผู้ป่วยบางราย เพื่อนำมาสู่การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องแม่นยำ นำไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพต่อไป

 

พญ. ลลิตพรรณ สุดประเสริฐ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง
ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์

Loading...

แชร์


Loading...