อาการไอ ย่อมสร้างความรำคาญให้ใครหลายๆ คน แต่บางคนก็คิดว่าแค่ไอ ปล่อยไว้เดี๋ยวก็หายเอง ซึ่งหากทิ้งไว้นานวันแล้วยังมีอาการไออยู่อย่างต่อเนื่องเรื้อรังย่อมไม่ดีแน่ เพราะนั่นย่อมหมายถึงสัญญาณของการเกิดโรคต่างๆ ตามมามากมายได้
กลไกของการไอ
การไอ เกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอมไปสร้างความระคายเคือง หรือการที่เสมหะอยู่ในหลอดลม ซึ่งร่างกายก็จะพยายามกำจัดทิ้งด้วยการไอออกมา บางกรณีที่ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม อาจมีบางอย่างไปกดทับที่บริเวณของเนื้อปอดหรือหลอดลมจึงทำให้เกิดอาการไอ เช่น มีก้อนเนื้อหรือมะเร็งปอด ทำให้ร่างกายนั้นพยายามจะขับออกมาแต่ไม่สามารถขับได้ จนเป็นเหตุให้มีอาการไอเรื้อรังเกิดขึ้น
อาการไอเรื้อรัง…เกิดจากโรคใดบ้าง?
- วัณโรคปอด พบได้ในคนทั่วไปแม้ไม่มีประวัติสัมผัสโรค ในระยะแรกจะไม่มีอาการ แต่สามารถตรวจพบได้จากการเอกซเรย์ปอด เมื่อโรคลุกลามมากขึ้นจะมีอาการไอเรื้อรัง มีไข้ มักเป็นตอนกลางคืน มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด บางรายอาจไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย
- มะเร็งปอด ในระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการ เมื่อโรคเป็นมากขึ้นจะมีอาการไอเรื้อรัง บางราย อาจไอออกเป็นเลือดสด บางรายอาจมีอาการเจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือมีไข้ร่วมด้วย ผู้ป่วยมักมีประวัติสูบบุหรี่จัดมานาน แต่บางรายอาจไม่มีประวัติสูบบุหรี่ก็ได้
- ถุงลมโป่งพอง มักพบในคนที่มีประวัติสูบบุหรี่จัดมานาน ผู้ป่วยมักมีอาการไอแบบมีเสมหะเรื้อรัง และหอบเหนื่อยง่าย มีหายใจเสียงดัง
- โรคหืด พบได้ทุกช่วงอายุ มักมีอาการไอ โดยเฉพาะเวลากลางคืน อากาศเย็น ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับขนาดหลอดลมฝอยว่าตีบมากหรือน้อย อาการมีได้ตั้งแต่หายใจไม่สะดวก ไอมาก หายใจดัง หอบเหนื่อย อาการมักจะกำเริบเมื่อติดเชื้อทางเดินหายใจร่วมด้วย
- โรคภูมิแพ้อากาศ มักมีอาการคันจมูก คันคอ ไอ จาม บางรายมีน้ำมูกใสๆ ร่วมด้วย มักมีอาการเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่นละอองเกสร ขนสัตว์ อากาศเย็น เป็นต้น
- กรดไหลย้อน มีอาการไอแห้งๆ โดยเฉพาะหลังอาหาร หรือเวลาล้มตัวลงนอน อาจจะมีอาการแสบร้อนในอก หรือเรอเปรี้ยวร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้
- ไซนัสอักเสบ มักจะมีอาการเป็นหวัดหรือโรคภูมิแพ้อากาศนำมาก่อน บางรายอาการหวัดอาจดีขึ้นในช่วงแรก แล้วแย่ลงภายหลัง มักไอเวลากลางคืนเพราะน้ำมูกไหลลงคอ
- ภาวะทางเดินหายใจไวต่อสิ่งกระตุ้น พบตามหลังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ คือเมื่ออาการหวัดหายแล้ว แต่ยังมีอาการไออยู่ โดยไอมากกลางคืนหรือเวลาอากาศเย็นๆ ถูกลม เป็นต้น
อาการไอแบบใดที่เป็นอันตราย และควรรีบพบแพทย์ ?
- ไอนานกว่า 2 สัปดาห์ ขึ้นไป
- อาการไอที่รุนแรงมากขึ้น
- อาการไอที่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีเลือดปน น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หอบเหนื่อย อ่อนเพลีย เจ็บหน้าอก เป็นต้น
การตรวจหาสาเหตุของการไอเรื้อรัง
เนื่องจากสาเหตุจากการไอเรื้อรังนั้นเกิดจากโรคที่ต่างกัน จึงควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจด้วยการเอกซเรย์ทรวงอก เพื่อดูว่าเป็นวัณโรค หรือมะเร็งปอดหรือไม่ ถ้าสงสัยว่าเป็นไซนัสอักเสบก็สามารถตรวจเอกซเรย์โพรงจมูก ในกรณีที่สงสัยว่าอาจจะเป็นโรคหอบหืด ต้องตรวจสมรรถภาพปอด ถ้าสงสัยว่าเป็นโรคกรดในกระเพาะไหลย้อน แพทย์จะรักษาเบื้องต้น ถ้ารักษาแล้วไม่ดีขึ้น จะต้องส่องกล้องตรวจหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร เป็นต้น
การดูแลตนเองเมื่อมีอาการไอ
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อาการไอแย่ลง เช่น เปิดแอร์อุณหภูมิ 25 องศา ไม่เปิดแอร์เย็นอุณหภูมิต่ำเกินไป สวมผ้าพันคอ อย่าเปิดพัดลงตรงตัว หลีกเลี่ยงการทานอาหารหรือเครื่องดื่มเย็นๆ รวมถึงของทอด ของมัน เป็นต้น ถ้าไอจากกรดไหลย้อน ต้องหลีกเลี่ยงเหล้า บุหรี่ อาหารเปรี้ยว เผ็ด
- พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และรักษาตามสาเหตุที่พบ บางรายอาการไอเรื้อรัง อาจมีหลายสาเหตุร่วมกัน เช่น เป็นภูมิแพ้อากาศ โรคหืด และกรดไหลย้อนร่วมกันทั้ง 3 โรค
- ถ้าสูบบุหรี่ต้องเลิกบุหรี่
พญ. พิมฑิราภ์ สุจริตวงศานนท์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ
ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
