การสวนหัวใจ ช่วยในการรักษาโรคหัวใจอย่างไร?

Image

แชร์


การสวนหัวใจ ช่วยในการรักษาโรคหัวใจอย่างไร?

ปัจจุบัน คนไทยมีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจกันมากขึ้น ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้น ส่วนการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า ‘การสวนหัวใจ’ แต่ยังไม่เข้าใจหรือทราบรายละเอียดว่า การรักษาโรคหัวใจด้วยการสวนหัวใจนี้คืออะไร ต้องทำอย่างไร แล้วทำไมต้องสวนหัวใจ จะใช้วิธีนี้ในกรณีใด หรือถ้ารักษาด้วยการสวนหัวใจแล้ว คนไข้จะกลับมาเป็นโรคหัวใจซ้ำอีกได้หรือไม่ วันนี้! เราจะมาไขคำตอบกัน

 

การฉีดสีสวนหัวใจเป็นได้ทั้งการตรวจและการรักษา

สำหรับประเด็นแรกนี้ ต้องขอบอกว่าการสวนหัวใจ (Coronary Artery Angiography) หรือ CAG เป็นการทำหัตถการชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นได้ทั้งการตรวจและการรักษาโรคหัวใจ หัตถการนี้ทำโดยการใส่สายสวนขนาดเล็กขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตรเข้าไปในร่างกายผ่านทางหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบ ผ่านทางข้อมือ หรือจุดข้อพับแขนก็ได้ โดยจะสอดเข้าไปจนถึงเส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าที่บริเวณหัวใจ

 

หากเป็นการตรวจจะมีการฉีดสารทึบรังสีเข้าสู่เส้นเลือด เพื่อเอกซเรย์ดูความตีบ ความแคบ รวมถึงดูการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจว่ามีหรือไม่ หากพบการอุดตันของเส้นเลือด แพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีการรักษา โดยจะสามารถทำการรักษาด้วยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือด (Percutaneous Transluminal Coronary Angioplasty – PTCA) การใส่ขดลวด (Stent) เพื่อเปิดหลอดเลือดที่อุดตัน ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น หรือผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (Bypass) เพื่อเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงเลือดไปยังหัวใจใหม่โดยข้ามตำแหน่งที่อุดตันไป

 

อาการอย่างไรที่ควรเข้ารับการตรวจ CAG ?

โดยทั่วไปแล้ว แพทย์มักแนะนำให้ทำหัตถการสวนหัวใจในผู้ป่วยที่มีอาการดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน เจ็บร้าวไปที่กรามหรือแขน
  • ผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกที่รุนแรงมากขึ้น หรือมีความถี่เพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่อาการหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก หรือเหนื่อยง่าย
  • ผู้ที่ผลการตรวจทางการแพทย์อื่นๆ เช่น มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผลการตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินบนสายพาน (Exercise Stress Test) หรือการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) แล้วพบความผิดปกติ และอาจบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

 

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจฉีดสีสวนหัวใจ

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับทำหัตถการสวนหัวใจ ผู้เข้าตรวจต้องแจ้งประวัติสุขภาพ การแพ้ยา การแพ้อาหาร และโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ รวมถึงแจ้งยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่ายาตัวไหนสามารถประทานได้หรือไม่ได้เมื่อจะทำการตรวจ

 

การดูแลตนเองหลังการฉีดสีสวนหัวใจ

การสวนหัวใจเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่ำ ผู้เข้ารับการตรวจสามารถพักฟื้นเพื่อติดตามอาการที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน โดยหากไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ผู้เข้ารับการตรวจสามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ โดยมีข้อควรระวังคือ ในช่วงเวลา 7 วันหลังการทำหัตถการ ผู้เข้าตรวจไม่ควรทำกิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้กำลังหรือแรงมาก และควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้สารทึบรังสีที่ถูกฉีดเข้าเส้นเลือดได้รับการขับออกไปผ่านทางปัสสาวะ

 

หลังจากทำการสวนหัวใจแล้ว การติดตามผลกับแพทย์เป็นสิ่งสำคัญมาก แพทย์จะตรวจสอบสภาพของหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การกินอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นโรคหัวใจอีกครั้ง

 

ประโยชน์และข้อควรระวังในการฉีดสีสวนหัวใจ

การสวนหัวใจนับว่าเป็นหัตถการที่มีประโยชน์ทั้งในการวินิจฉัยโรคและการรักษาโรคหัวใจ เนื่องจากสามารถตรวจพบและรักษาเส้นเลือดหัวใจที่ตีบหรืออุดตันได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ โดยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น อาการหัวใจวาย

 

แม้ว่าการสวนหัวใจจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การติดเชื้อ การเกิดลิ่มเลือด หรือการบาดเจ็บที่หลอดเลือด ดังนั้น ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงกับประโยชน์ที่ได้รับ ก่อนตัดสินใจเข้ารับการสวนหัวใจ

 

รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยการทำหัตถการสวนหัวใจแล้ว มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หรือไม่?

การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยการสวนหัวใจเพื่อใส่ขดลวดหรือทำบอลลูน มีโอกาสที่หลอดเลือดจะกลับมาตีบซ้ำได้ ปัจจัยที่มีผลต่อการกลับมาตีบซ้ำได้แก่ พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และการดูแลตนเองหลังการรักษา

 

การกลับมาตีบซ้ำอาจเกิดขึ้นหากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือมีการดูแลตนเองหลังการรักษาที่ไม่ดี รวมถึงการไม่รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เช่น ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด หลังการรักษา ผู้ป่วยควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ต้องพิจารณาประเภทการออกกำลังกายและความหนักเบาโดยรับคำแนะนำจากแพทย์ การกินอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช โปรตีนที่มีไขมันต่ำ การติดตามผลกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจสภาพของหัวใจและหลอดเลือดจะช่วยลดโอกาสการกลับมาตีบซ้ำของหลอดเลือด และรักษาสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงในระยะยาวได้

 

การสวนหัวใจนับว่าเป็นหัตถการที่มีประโยชน์ ทั้งในการวินิจฉัยโรคและการรักษาโรคหัวใจ ผู้ที่มีอาการเสี่ยงต่อโรคหัวใจดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ให้บริการทางการแพทย์ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจและหลอดเลือด จึงมั่นได้ว่า การมาปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาล จะช่วยให้เกิดการรักษาอย่างตรงจุด

 

แชร์


Loading...